พจนานุกรม > ไทย อังกฤษ และ พุทศาสนา
พจนานุกรม
ไทย-อังกฤษ,ไทย-ไทย, อังกฤษ-ไทย และ พุทธศาสนา


 มี 35 หมวด, มี 4,689 คำ, เปิดดูหน้านี้ 369,674 ครั้ง

 ค้นหาเพิ่มเติม



  อยู่ที่ >> พจนานุกรม พุทธศาสน์ >>
    รายการ
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
  (0/0) 
 พบ 4,689 คำ:

ยม เทพผู้เป็นใหญ่ประจำโลกของคนตาย


โยม คำที่พระสงฆ์ใช้เรียกคฤหัสถ์ที่เป็นบิดามารดาของตน หรือที่เป็นผู้ใหญ่คราวบิดามารดา บางทีใช้ขยายออกไป เรียกผู้มีศรัทธา ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้อุปถัมภ์บำรุงพระศาสนาโดยทั่วไปก็มี; คำใช้แทนชื่อบิดามารดาของพระสงฆ์; สรรพนามบุรุษที่ ๑ สำหรับบิดามารดาพูดกะพระสงฆ์ (บางทีผู้ใหญ่คราวบิดามารดา หรือผู้เกื้อกูลคุ้นเคยก็ใช้)


โยมวัด คฤหัสถ์ที่อยู่ปฏิบัติพระในวัด


โมโห โกรธ , ขุ่นเคือง; ตามรูปศัพท์เป็นคำภาษาบาลี ควรแปลว่า ความหลง แต่ที่ใช้กันมาในภาษาไทย ความหมาย เพี้ยนไปเป็นอย่างข้างต้น


โยมสงฆ์ คฤหัสถ์ผู้อุปการะพระทั่วๆ ไป


โยมอุปัฏฐาก คฤหัสถ์ที่แสดงตนเป็นผู้อุปการะพระสงฆ์โดยเจาะจง อุปการะรูปใด ก็เป็นโยมอุปัฏฐากของรูปนั้น


เมรัย น้ำเมาที่ไม่ได้กลั่น , น้ำเมาที่เกิดจากการหมักหรือแช่



โมริยกษัตริย์ กษัตริย์ผู้ครองเมืองปิปผลิวัน ส่งทูตมาไม่ทันเวลาแจกพระบรมสารีริกธาตุ จึงได้แต่พระอังคารไป สร้างอังคารสตูป ที่เมืองของตน


มรรค ทาง , หนทาง 1. มรรค ว่าโดยองค์ประกอบ คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เรียกเต็มว่าอริยอัฏฐังคิกมรรค แปลว่าทาง มีองค์ ๘ ประการอันประเสริฐ เรียกสามัญว่า มรรคมีองค์ ๘ คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ ๓. สัมมา- วาจา เจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ ทำการชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ เพียรชอบ ๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ 2. มรรคว่าโดยระดับการให้สำเร็จกิจ คือ ทางอันให้ถึงความเป็นอริยบุคคลแต่ละ ขั้น , ญาณที่ทำให้ละสังโยชน์ได้ขาด เป็นชื่อแห่งโลกุตตรธรรมคู่กับผล มี ๔ ชั้นคือ โสดาปัตติมรรค ๑ สกทาคามิมรรค ๑ อนาคามิมรรค ๑ อรหัตตมรรค ๑


มรรคจิต จิตที่สัมปยุตด้วยมรรค ดู มรรค 2 , พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ใน มรรคมีโสดาปัตติมรรคเป็นต้น ตั้งอยู่ชั่วขณะ มรรคจิตเท่านั้น พ้นจากนั้นก็จะเกิดผลจิต กลายเป็นผู้ตั้งอยู่ในผล มีโสดาปัตติผลเป็นต้น


มรรคนายก “ผู้นำทาง” , ผู้แนะนำจัดแจงในเรื่องทางบุญทางกุศล และเป็นหัวหน้านำชุมชนฝ่ายคฤหัสถ์ในศาสนพิธี ตามปกติทำหน้าที่ประจำอยู่กับวัดใดวัดหนึ่ง เรียกว่าเป็นมรรคนายกของวัดนั้นๆ , ผู้นำทางบุญของเหล่าสัปบุรุษ


เมโท ,เมท มันข้น


เมรุ 1. ชื่อภูเขาที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล บางทีเรียกพระสุเมรุ ตามคติของศาสนาฮินดู ถือว่าเป็นบริเวณที่มี สวรรค์อยู่โดยรอบ เช่น สวรรค์ของพระอินทร์อยู่ทางทิศเหนือ ไวกูณฐ์แดนสถิตของพระวิษณุหรือพระนารายณ์อยู่ ทางทิศใต้ ไกลาสที่สถิตของพระศิวะหรือพระอิศวรก็อยู่ทางทิศใต้เหนือยอดเขาพระสุเมรุนั้น คือ พรหมโลก เป็นที่ สถิตของพระพรหม; ภูเขานี้เรียกชื่อเป็นภาษาบาลีว่า สิเนรุ และตามคติฝ่ายพระพุทธศาสนา ในชั้นอรรถกถา ยอด เขาสิเนรุเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่สถิตของพระอินทร์ เชิงเขาสิเนรุ ซึ่งหยั่งลึกลงไปในมหาสมุทร เป็นอสูรพิภพ สูงขึ้นไปกึ่งทางระหว่างแดนทั้งสองนั้น เป็นสวรรค์ของท้าวจาตุมหาราช สวรรค์ชั้นอื่นๆ และโลก มนุษย์ เป็นต้น ก็เรียงรายกันอยู่สูงบ้างต่ำบ้าง รอบเขาสิเนรุนี้ (ในวรรณคดีบาลียุคหลัง เช่น จูฬวงส์ พงศาวดารลังกา เรียก เมรุและสุเมรุ อย่างสันสกฤตก็มี) 2. ที่เผาศพ หลังคาเป็นยอด มีรั้วล้อมรอบซึ่งคงได้คติจากภูเขาเมรุนั้น


เยภุยยสิก กิริยาเป็นไปตามข้างมากได้แก่ วิธีตัดสินอธิกรณ์ โดยถือเอาตามคำของคนข้างมาก เช่น วิธีจับสลากเพื่อชี้ ข้อผิดถูก ข้างไหนมีภิกษุผู้ร่วมพิจารณาลงความเห็นมากกว่า ก็คือเอาพวกข้างนั้น เป็นวิธีอย่างเดียวกับการโหวต คะแนนเสียง , ใช้สำหรับระงับวิวาทาธิกรณ์ ดู อธิกรณสมถะ


เยวาปนกธรรม “ก็หรือว่าธรรมแม้อื่นใด” หมายถึงธรรมจำพวกที่กำหนดแน่ไม่ได้ว่าข้อไหนจะเกิดขึ้น ได้แก่ เจตสิก ๑๖ เป็นพวกที่เกิดในกุศลจิต ๙ คือ ๑. ฉันทะ ๒. อธิโมกข์ ๓. มนสิการ ๔. อุเบกขา (ตัตรมัชฌัตตตา) ๕. กรุณา ๖ มุทิตา ๗. สัมมาวาจา (วจีทุจริตวิรัติ) ๘. สัมมากัมมันตะ (กายทุจริตวิรัติ) ๙. สัมมาอาชีวะ (มิจฉาชีววิรัติ) เป็นพวกที่เกิด ในอกุศลจิต ๑๐ คือ ๑. ฉันทะ ๒. อธิโมกข์ ๓. มนสิการ ๔. มานะ ๕. อิสสา ๖. มัจฉริยะ ๗. ถีนะ ๘. มิทธะ ๙. อุทธัจ จะ ๑๐. กุกกุจจะ นับเฉพาะที่ไม่ซ้ำ (คือเว้น ๓ ข้อแรก) เป็น ๑๖


เรวต ขทิรวนิยะ พระมหาสาวกองค์หนึ่งเป็นบุตรพราหมณ์ชื่อวังคันตะ มารดาชื่อนางสารี เป็นน้องชายคนสุดท้อง ของพระสารีบุตร บวชอยู่ในสำนักของภิกษุพวกอยู่ป่า (อรัญวาสี) บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าไม้ตะเคียนประมาณ ๓ เดือนเศษ ก็ได้สำเร็จพระอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางอยู่ป่า


เรวต ขทิรวนิยะ พระมหาสาวกองค์หนึ่งเป็นบุตรพราหมณ์ชื่อวังคันตะ มารดาชื่อนางสารี เป็นน้องชายคนสุดท้อง ของพระสารีบุตร บวชอยู่ในสำนักของภิกษุพวกอยู่ป่า (อรัญวาสี) บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าไม้ตะเคียนประมาณ ๓ เดือนเศษ ก็ได้สำเร็จพระอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางอยู่ป่า


เรวตะ ชื่อพระเถระองค์หนึ่งในการกสงฆ์ทำสังคายนาครั้งที่ ๒


เรวตะ ชื่อพระเถระองค์หนึ่งในการกสงฆ์ทำสังคายนาครั้งที่ ๒


โมหะ ความหลง , ความไม่รู้ตามเป็นจริง , อวิชชา , (ข้อ ๓ ในอกุศลมูล ๓)


แม่หม้ายงานท่าน พระสนมในรัชกาลก่อนๆ


มเหสี 1. ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ , ฤษีใหญ่ , พระพุทธเจ้า 2. ชายาของพระเจ้าแผ่นดิน


เภสัช ยา , ยารักษาโรค , ยาแก้โรค เป็นอย่างหนึ่งในปัจจัย ๔ , เภสัช ๕ ที่เป็นสัตตาหกาลิก รับไว้ฉันได้ตลอด ๗ วัน คือ ๑. สัปปิ เนยใส ๒. นวนีตะ เนยข้น ๓. เตละ น้ำมัน ๔. มธุ น้ำผึ้ง ๕. ผาณิต น้ำอ้อย; ส่วนยาแก้โรคที่ทำจากรากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ เป็นต้น จัดเป็นยาวชีวิก คือรับประเคนไว้แล้วเก็บไว้ฉันได้ตลอดชีวิต


เภสัชชขันธกะ ชื่อขันธกะที่ ๖ แห่งคัมภีร์มหาวรรควินัยปิฎก ว่าด้วยเรื่องเภสัชคือ ยาบำบัดโรค ตลอดจนเรื่องยาคู อุทิสสมังสะ กับปิยะอกัปปิยะ และกาลิก ๔


โมหันธ์ มืดมนด้วยความหลง , มืดมนเพราะความหลง


โมหาโรปนกรรม กิริยาที่สวดประกาศยกโทษภิกษุว่า แสร้งทำหลง คือรู้แล้วทำเป็นไม่รู้; เมื่อสงฆ์สวดประกาศแล้ว ยังแกล้งทำไม่รู้อีก ต้องปาจิตตีย์ (สิกขาบทที่ ๓ แห่งสหธรรมิกวรรค ปาจิตติยกัณฑ์)


โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา (ข้อ ๓ ในอคติ ๔)


โรหิณี 1. เจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งศากยวงศ์เป็นพระธิดาของพระเจ้าอมิโตทนะซึ่งเป็นพระเจ้าอาของพระพุทธเจ้าเป็น กนิษฐภคินี คือน้องสาวของพระอนุรุทธ ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน 2. ชื่อแม่น้ำที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง แคว้นศากยะกับแคว้นโกลิยะ การแย่งกันใช้น้ำในการเกษตรเคยเป็นมูลเหตุให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างแคว้นทั้งสอง จนจวนเจียนจะเกิดสงครามระหว่างพระญาติ ๒ ฝ่าย พระพุทธเจ้าเสด็จมาระงับศึก จึงสงบลงได้ สันนิษฐานกันว่า เป็นเหตุการณ์ในพรรษาที่ ๕ (บางท่านว่า ๑๔ หรือ ๑๕) แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ และเป็นที่มาของพระพุทธรูปปาง ห้ามญาติ; ปัจจุบันเรียก Rowai หรือ Rohwaini บ, ป บทภาชนะ - บรรพชิต บรรพต - บริโภคเจดีย์ บริวาร - บอกวัตร บอกศักราช - บัณเฑาะก์ บัณเฑาะว์ - บาลี บาลีประเทศ - บุคคล ๔ จำพวก บุคคลหาได้ยาก ๒ - บุปผวิกัติ บุพกรณ์ - บุพเพนิวาสานุสติญาณ บุพเพสันนิวาส - เบญจธรรม เบญจวัคคีย์ - ใบปวารณา ปกครอง - ปฏิกัสสนา ปฏิกา - ปฏิจจสมุปบาท ปฏิจฉันนปริวาส - ปฏิปักขนัย ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ - ปฏิสนธิ ปฏิสนธิจิตต์ - ปฐพี ปฐพีมณฑล - ปฐมสังคายนา ปฐมสังคีติ - ปธาน ปปัญจะ - ปรมัตถประโยชน์ ปรมัตถสัจจะ - ประทาน ประทีป - ประมุข ประโยค - ปรามาส๒ ปราโมทย์ - ปริพาชก ปริพาชิกา - ปริวาส ปริวิตก - ปลงบริขาร ปลงผม - ปลาสะ ปลิโพธ - ปวัตตินี ปวารณา ปวิเวกกถา - ปะละ ปกฺขหตตา - ปัจจัย ปัจจัยปริคคหญาณ - ปัจฉิมทัสสนะ ปัจฉิมทิส - ปัญจมหาบริจาค ปัญจมหาวิโลกนะ - ปัญญาวิมุตติ ปัญญาสมวาร - ปัตตานุโมทนามัย ปัตติทานมัย - ปาจิตตีย์ ปาจีน - ปาฏิโมกข์ย่อ ปาฏิโมกขสังวร - ปานะ ปาปโรโค - ปาริจริยานุตตริยะ ปาริฉัตตก์ - ปาริสุทธิอุโบสถ ปาวา - ปาสาณเจดีย์ ปาสาทิกสูตร - ปิปผลิ, ปิปผลิมาณพ ปิปาสวินโย - ปีติ ปีฬก - ปุณณมาณพ ปุตตะ - ปริสภาวะ ปุริสเมธ - โปสาลมาณพ พระธรรมปิฎก (ปยุตฺโต) พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โรงพิพม์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 2538 หน้า 132 - 176.


โรหิณี 1. เจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งศากยวงศ์เป็นพระธิดาของพระเจ้าอมิโตทนะซึ่งเป็นพระเจ้าอาของพระพุทธเจ้าเป็น กนิษฐภคินี คือน้องสาวของพระอนุรุทธ ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน 2. ชื่อแม่น้ำที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง แคว้นศากยะกับแคว้นโกลิยะ การแย่งกันใช้น้ำในการเกษตรเคยเป็นมูลเหตุให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างแคว้นทั้งสอง จนจวนเจียนจะเกิดสงครามระหว่างพระญาติ ๒ ฝ่าย พระพุทธเจ้าเสด็จมาระงับศึก จึงสงบลงได้ สันนิษฐานกันว่า เป็นเหตุการณ์ในพรรษาที่ ๕ (บางท่านว่า ๑๔ หรือ ๑๕) แห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ และเป็นที่มาของพระพุทธรูปปาง ห้ามญาติ; ปัจจุบันเรียก Rowai หรือ Rohwaini บ , ป บทภาชนะ - บรรพชิต บรรพต - บริโภคเจดีย์ บริวาร - บอกวัตร บอกศักราช - บัณเฑาะก์ บัณเฑาะว์ - บาลี บาลีประเทศ - บุคคล ๔ จำพวก บุคคลหาได้ยาก ๒ - บุปผวิกัติ บุพกรณ์ - บุพเพนิวาสานุสติญาณ บุพเพสันนิวาส - เบญจธรรม เบญจวัคคีย์ - ใบปวารณา ปกครอง - ปฏิกัสสนา ปฏิกา - ปฏิจจสมุปบาท ปฏิจฉันนปริวาส - ปฏิปักขนัย ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ - ปฏิสนธิ ปฏิสนธิจิตต์ - ปฐพี ปฐพีมณฑล - ปฐมสังคายนา ปฐมสังคีติ - ปธาน ปปัญจะ - ปรมัตถประโยชน์ ปรมัตถสัจจะ - ประทาน ประทีป - ประมุข ประโยค - ปรามาส๒ ปราโมทย์ - ปริพาชก ปริพาชิกา - ปริวาส ปริวิตก - ปลงบริขาร ปลงผม - ปลาสะ ปลิโพธ - ปวัตตินี ปวารณา ปวิเวกกถา - ปะละ ปกฺขหตตา - ปัจจัย ปัจจัยปริคคหญาณ - ปัจฉิมทัสสนะ ปัจฉิมทิส - ปัญจมหาบริจาค ปัญจมหาวิโลกนะ - ปัญญาวิมุตติ ปัญญาสมวาร - ปัตตานุโมทนามัย ปัตติทานมัย - ปาจิตตีย์ ปาจีน - ปาฏิโมกข์ย่อ ปาฏิโมกขสังวร - ปานะ ปาปโรโค - ปาริจริยานุตตริยะ ปาริฉัตตก์ - ปาริสุทธิอุโบสถ ปาวา - ปาสาณเจดีย์ ปาสาทิกสูตร - ปิปผลิ , ปิปผลิมาณพ ปิปาสวินโย - ปีติ ปีฬก - ปุณณมาณพ ปุตตะ - ปริสภาวะ ปุริสเมธ - โปสาลมาณพ พระธรรมปิฎก (ปยุตฺโต) พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โรงพิพม์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 2538 หน้า 132 - 176.


โมหจริต พื้นนิสัยที่หนักในโมหะ โง่เขลางมงาย พึงแก้ด้วยให้มีการเรียน การถาม การฟังธรรม สนทนาธรรม ตาม กาล หรืออยู่กับครู (ข้อ ๓ ในจริต ๖)


ยโสชะ พระมหาสาวกองค์หนึ่ง เป็นบุตรหัวหน้าชาวประมง ใกล้ประตูเมืองสาวัตถี ได้ฟังพระธรรมเทศนากปิลสูตร ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง มีความเลื่อมใสขอบวช ต่อมาไปเจริญสมณธรรมที่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา ได้สำเร็จพระอรหัต


ยโสธรา 1. เจ้าหญิงศากยวงศ์ เป็นพระราชบุตรีของพระเจ้าชยเสนะ เป็นพระมเหสีของพระเจ้าอัญชนะ ผู้ครองกรุง เทวทหะ เป็นพระมารดาของพระนางสิริมหามายา และพระนางประชาบดีโคตมี 2. อีกชื่อหนึ่งว่าพิมพา เป็นเจ้าหญิง แห่งเทวทหนคร เป็นราชบุตรีของพระเจ้าสุปปพุทธะ เป็นพระชายาของพระสิทธัตถะ เป็นมารดาของพระราหุล ต่อ มาออกบวช เรียกชื่อว่า พระภัททา กัจจานา


มรัมมวงศ์ ชื่อนิกายพระสงฆ์ลังกาที่บวชจากพระสงฆ์พม่า


มรัมมนิกาย นิกายพม่า หมายถึงพระสงฆ์พม่า เรียกชื่อโดยสัญชาติ


ภยันตราย ภัยและอันตราย , อันตรายที่น่ากลัว


เยี่ยง อย่าง , แบบ เช่น


ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว (ข้อ ๔ ในอคติ ๔)


โมลี ,เมาลี จอม , ยอด , ผมที่มุ่นเป็นจอม


โมไนย ความเป็นมุนี , ความเป็นปราชญ์ , คุณธรรมของนักปราชญ์ , ธรรมที่ทำให้เป็นมุนี


ยมกะ ชื่อภิกษุรูปหนึ่งที่มีความเห็นว่าพระขีณาสพตายแล้วดับสูญ ซึ่งเป็นความเห็นที่ผิด ภายหลังได้พบกับพระสารี บุตร พระสารีบุตรได้เปลื้องท่านจากความเห็นผิดนั้นได้


โมกข์ 1. ความหลุดพ้นจากกิเลส คือ นิพพาน 2. ประธาน , หัวหน้า , ประมุข


โมกขธรรม ธรรมนำสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลส , ความหลุดพ้น , นิพพาน


แรกนาขวัญ พิธีเริ่มไถนาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในนา


แรกนาขวัญ พิธีเริ่มไถนาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในนา


โยคเกษม , โยคเกษมธรรม “ธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ” ความหมายสามัญว่าความปลอดโปร่งโล่งใจหรือสุข กายสบายใจ เพราะปราศจากภัยอันตรายหรือล่วงพ้นสิ่งที่น่าพรั่นกลัวมาถึงสถานที่ปลอดภัย; ในความหมายขั้นสูงสุด มุ่งเอาพระนิพพาน อันเป็นธรรมที่เกษมคือโปร่งโล่งปลอดภัยจากโยคกิเลสทั้ง ๔ จำพวก ดู โยคะ , เกษมจากโยคธรรม


โยคะ 1. กิเลสเครื่องประกอบ คือประกอบสัตว์ไว้ในภพ หรือผูกสัตว์ดุจเทียมไว้กับแอก มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา 2. ความเพียร


โภคอาทิยะ ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์มี ๕ คือ ๑. เลี้ยงตัว มารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข ๒. เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข ๓. บำบัดป้องกันภยันตราย ๔. ทำ พลี ๕ อย่าง ๕. ทำทานในสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ


โยคักเขมะ ดู โยคเกษม


โยคี ฤษี , ผู้ปฏิบัติตามลัทธิโยคะ; ผู้ประกอบความเพียร ดู โยคาวจร



Result Pages:    [1][2][3][4][5][6][7][8][9][10][11][12][13][14][15][16][17][18][19][20][21][22][23][24][25][26][27][28][29][30][31][32][33][34][35][36][37][38][39][40][41][42][43][44][45][46][47][48][49][50][51][52][53][54][55][56][57][58][59][60][61][62][63][64][65][66][67][68][69][70][71][72][73][74][75][76][77][78][79][80][81][82][83][84][85][86][87][88][89][90][91][92][93][94]