กสิณอะไรฝึกง่ายสุดหนอ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย lovepyou, 8 กรกฎาคม 2014.

  1. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    อยากลองฝึกกสิณบ้างจัง เริ่มต้นจากอะไรก่อนดี?
     
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    วิธีตรวจสอบดูว่าเราเคยฝึกกสิณอะไรมาก่อนในอดีตนะครับ.อาจดูจาก
    ความฝันหรือนิมิตรที่เคยปรากฏเกี่ยวกับกสิณกองต่างๆ.หรือดูว่าไปอ่าน
    ดูวิธีการฝึกกองไหนแล้วรู้สึกชอบเป็นพิเศษ..หรือให้มาดูว่าจะเน้นใช้
    งานทางด้านไหน.เช่น ด้านทิพยจักขุ หรือจะฝึกเพื่อเป็นฐานเพื่อต่อยอด
    ไปสมาบัติ.๘ เพื่อปฏิสัมภิทาญาณในอนาคต หรือ.ไปทางด้านเกี่ยวกับพลังงานที่จับต้องได้..
    หรือชอบแบบการอฐิษฐานจิตเพื่อให้เกิดผลครับ....
    ลองอ่านดูก่อนแล้วตอบก่อนได้ไหมครับ เพื่อจะช่วยแนะนำให้ตรงแนวได้ครับ
     
  3. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    จริง ๆ เคยลองเพ่งเทียนนะคับ แล้วรู้สึกมีสมาธิไวดี แต่มันลำบากตรง มันมีควัน
    แต่เพ่งน้ำ เพ่งลม เพ่งดินนี้ เขาใช้อะไรมาเพ่งกันอะ
    ผมเอาน้ำใส่แก้ว ใส่ขัน เพ่งแบบนี้ ถูกป่าว
    ผมว่าเพ่งลมนี้ ยากจัง มันมองไม่เห็นอะ ไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นลม
    เพ่งดินยังไม่เคยลองเลย

    ทิพยจักขุ นี้มันจะดูอดีตได้ด้วย ฤเปล่าคับ?
     
  4. tsukino2012

    tsukino2012 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,279
    ค่าพลัง:
    +3,097
    กสินสีครับ หาวัตดุมาทำวัตถุเพ่งเองได้ง่ายๆไม่แพง เพ่งได้ทั้งวันจนพอใจเลย
     
  5. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    4,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +11,036

    แต่ละคน บำเพ็ญ สร้างสมมาไม่เหมือนกัน

    ดังนั้นตัวเอง ต้องเป็นผู้เลือกเองครับ
     
  6. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    4,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +11,036

    วิธีตรวจสอบ กรรมฐานในชาติก่อน
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    4,920
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +11,036
    คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน ๔๐ กอง

    โดย พระราชพหรมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)



    อยู่ในเว็บพลังจิต นี่ละครับ ถ้าเข้าไม่ได้ เลื่อนขึ้นไปด้านบนๆ ครับ มีลิ้งให้กดอยู่ ในห้อง
    อภิญญา - สมาธิ นี่ละครับ

    ตามนี้ครับจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้นนะครับ จขกท
     
  8. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    ขอบคุณคุณ Saber ให้มาเยอะเลย จะเอาไปลองปฏิบัติดู

    ขอบคุณคนอื่น ๆ ด้วยคับ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    คุณ lovepyou ยาวหน่อยนะครับ.แต่ก็ควรอ่านๆไว้ครับ
    ที่จะเขียนทั้งหมดนี้ล้วนส่งเสริมให้ถึงผลสำเร็จได้เร็วทั้งนั้น
    ผมบอกให้ก็ได้ว่าเหมาะกับกับกสิณกลางครับ.
    คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ อากาศ ครับ.และถ้าเพ่งไฟแล้วรู้สึกสงบดี
    ยิ่งเป็นตัวชี้ว่าเคยฝึกกสิณกลางมาก่อนในอดีตชาติครับ..แต่จะสามารถถึง
    ระดับใช้งานจริง.ที่ไม่ใช้ได้เฉพาะในนิมิตร หรือในฝัน และไม่ใช่นิมิตรแบบที่ไม่ก่อ
    ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความสามารถทางจิต สามารถพิสูจน์ได้จริงด้วยตัวเอง
    และบุคคลอื่นๆก็สามารถพิสูจน์ได้จากสิ่งที่เราทำ
    .เพราะเค้าจะจับต้องได้ รู้สึกได้ และเป็นระดับที่ก่อให้เกิดการสร้างจิตให้มีกำลังจิต.
    ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆได้.

    และสร้างกำลังสมาธิที่มากพอสำหรับภูมิต้านทานในการดำรงชีวิตประจำวัน
    หรือเพื่อเป็นฐานในการเดินปัญญาลดละกิเลส.หรือเพื่อใช้พัฒนาต่อ
    ยอดเพื่อวิปัสสนาตัดกิเลสส่วนละเอียดในระดับกำลังสมาธิระดับสูง
    ขึ้นต่อไปในอนาคต..เพื่อให้เข้าถึงมรรคผลได้เร็วกว่า..ส่วนพวกเครื่องรู้
    ต่างๆหรือความสามารถพิเศษนั้น มันสามารถเกิดขึ้นได้เองปกติครับ
    และถ้าทำได้อย่างที่จะเล่าให้ฟัง.ความสามารถที่คุณสงสัยตอนนี้
    ขอบอกว่ามันจะง่ายมากๆครับ.คุณจะย้อนไปกี่ชาติก็ได้.เรียกว่า
    ทำได้จนขี้เกียจจะทำ.และก็จะเบื่อไปเลยภายหลังครับ หลังจากไปเห็น
    ชาติต่างๆย้อนหลังไปเอาย้อนไป ๕ ถึง ๖ ก็จะพอรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เราพลาด
    และต้องกลับมาเกิด ณ ชาติปัจจุบันนี้ครับ..

    ส่วนการสร้างทิพยจักขุแบบสัมพันธ์
    กันอย่างคาดไม่ถึงและเกี่ยวกับกสิณกลางกองอื่นๆนั้น
    เด่วลองอ่านส่วนต่อไปข้างล่างนี้ที่จะเล่าให้ฟังดูครับ


    กสิณกลางกองต่างๆที่มันใส เป็นปกติในเวลานี้ครับที่คุณจะมองไม่เห็น
    หรือหลับตาแล้วเกิดภาพขึ้นได้
    เช่น กสิณอากาส และกสิณลม และกสิณน้ำ และจิตเดิมคุณก็ไม่ใช่จิต
    แบบที่เคยฝึกกสิณแบบพื้นๆมาเพียงแค่สร้างความสงบให้จิต..
    จึงไม่เหมาะกับพวกกสิณสีและเหมาะกับรูปแบบการฝึกดึงความรู้สึก
    จากกสิณกองต่างๆมาสัมผัสที่ตัว..แต่เหมาะกับการสร้างทิพยจักขุให้
    บังเกิดขึ้นให้ได้จริงก่อน.พวกลมและอากาศต่อไปจะเห็นได้เอง และถ้า
    มีความสังเกตุพอเราจะสามารถแยกแยะนิมิตรของ กสิณ ๒ กองนี้ได้
    ด้วยครับเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันมาก.ประเด็นนี้ต้องทำให้ได้ก่อน
    จะเข้าใจในสิ่งที่พูดครับ.ซึ่งพิสูจน์ได้เองในอนาคตครับ...

    แนะนำว่าควรเริ่มต้นฝึกกสิณน้ำก่อนครับ..เพราะว่าน้ำปกติธรรมดาจะใส
    จึงเป็นการบังคับให้จิตสร้างทิพยจักขุให้เกิดขึ้นจริงๆก่อน.ต่อให้เอาน้ำมา
    วางไว้แล้วเพ่งและหลับตาจำ.ซึ่งไม่ผิด.แต่ว่าจะสร้างทิพยจักขุให้เกิดจริง
    ได้ค่อนข้างช้า เพราะน้ำมันใส จะหลับตาแล้วมองเห็นนิมิตรเลยไม่ได้
    เหมือนพวกกสิณสีทั่วไปหรือกสิณไฟหรือการมองแสงสว่างหรือหลอดไฟ
    สีขาวครับ..แต่ให้ฝึกกสิณน้ำด้วยการมองผ่านจุดตาที่ ๓ จนกระทั่งๆเกิดเป็น
    น้ำจริงๆใสๆ ขึ้นจริงผ่านตรงจุดนี้ได้แล้ว..ความสามารถในการมองเห็นลม
    และอากาศก็จะตามมาได้เองของมันครับซึ่งเป็นเรื่องปกติ..

    และถ้าถึงระดับที่สามารถถึงปฏิภาคนิมิตรของน้ำ คือไม่ใช่ว่าน้ำที่เห็นมันสว่าง
    ขึ้นมาทั้งหมดนะครับ..แต่ว่าส่วนต่างๆที่ประกอบเป็นน้ำมันจะมีความสว่างในตัว
    เองครับ มองรวมๆมันเลยดูว่าสว่าง..แล้วเราสามารถที่จะบังคับให้มันหมุนได้แล้ว
    (รายละเอียดขั้นตอนมีจะเอาลิงค์ที่เขียนไว้ให้อ่าน
    ภายหลังครับ)
    แม้ทำได้เพียงไม่กี่วินาที
    จิตจะสามารถเกิดกำลังจิตขึ้นมาได้..และพวกนี้ถ้าเกิดแล้วเกิดเลยไม่มีเสื่อม.
    จะไม่เสื่อมตามสภาพร่างกายเราด้วยครับ....

    ปล.เด่วต่ออีก #Rep ครับ.
    ..
     
  10. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    อีกอย่างพอทำถึงตรงจุดนี้ได้แล้ว..กำลังจิตที่มาถึงตรงนี้ จะสามารถทำให้เรา
    สามารถใช้กสิณไฟได้เองโดยอัตโนมัติจะถึงขั้นที่
    ลืมตาขึ้นมาแล้วใช้ได้เลย
    และกสิณลมจะสามารถเห็นได้ ปั่นนิมิตรได้ กสิณอากาศก็เช่นกัน..ส่วนกสิณดิน
    ก็จะตามมาที่หลัง..ภายหลังที่เราต้องมาฝึก รวมนิมิตรกสิณน้ำกับกสิณไฟให้ได้
    ก่อนในนิมิตร.จะทำให้นิมิตรไฟตั้งต้นมีความอ่อนนุ่มลง
    ไม่ส่งผลต่อตัวจิตและร่างกาย
    ของเรา ตลอดจนสภาพจิตใจครับ..ช่วงนี้จะเจอด่านทดสอบบางอย่าง เพื่อให้เรา
    เอากสิณทั้ง ๕ กองนี้มารวมกันเพื่อให้ผ่านด่านนั้นๆให้ได้ ด่านนี้จะเป็นอุบาย
    ในการฝึกเรียกพลังงานกสิณทั้ง ๕ ขึ้นมาใช้.และที่่สำคัญคือต้องผ่านการทดสอบทางด้านจิตใจ

    และการใช้งานกสิณกองต่างๆจากทางภพภูมิก่อน
    (ประเด็นนี้สำคัญมากนะครับ
    สำหรับบุคคลที่จะสามารถนำพลังงานกสิณหรือว่านำมาใช้ได้จริงๆ
    แบบก่อประโยชน์ได้และบุคคลอื่นๆสัมผัสได้จะต้องผ่านให้ได้ครับ
    ซึ่งบอกไว้ก่อนว่าไม่หมูอย่างที่คิดครับ คือถ้าไม่ผ่านก็จะไม่พ้นแค่ในฝันหรือในนิมิตรครับ
    บอกไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นหลักสิบครั้งขึ้นไปอย่างน้อย
    ถึงจะผ่านครับเพราะจะดึงส่วนละเอียดของกิเลส
    มาเล่นกันตอนนี้หละครับ)

    .แต่หากว่าผ่านด่านนี้ไปได้..ต่อไป พอลืมตาในระดับสมาธิปกติ.
    .คุณจะสามารถเรียกพลังงานกสิณขึ้น
    มาได้ทั้งหมดทุกกองครับ..โดยเริ่มเรียกจากอากาศก่อน.และก็ไล่ๆไปได้
    ทีละกองของกสิณกลาง..จากนั้นที่แถมมาอีกอย่างก็คือ พวกกสิณสีก็จะ
    สามารถเรียกมาได้ทุกกองเช่นกัน..ซึ่งถ้าเรียกได้มันจะมีความแตกต่าง
    และเอกลักษณและจุดเด่นของพลังงานกสิณแต่ละกองที่จะทำให้เรา

    สามารถรู้ได้ว่าเป็นกสิณกองไหน..ถ้ามาถึงตรงนี้ให้ได้ก่อนและอย่าเผลอ
    เข้าใจว่าตนเองเก่งก่อนนะครับ..เพราะจุดที่เล่าให้ฟังมาก่อนนี้
    ทางภพภูมิถือว่าเป็นแค่ระดับพื้นฐานสำหรับการใช้งาน
    ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆได้..ต้องมาถึงให้ได้ก่อนถึงจะเข้าใจจริงๆครับ

    จะยังจะต้องมาฝึก การรวม การแยก การหนุน การส่ง การสร้างกำลังจิตเพิ่ม
    การดึง การดูด คุณถึงจะสามารถใช้งานเกี่ยวกับพลังงานกสิณได้จริง
    ไม่ว่าจะส่งไปที่ใดๆในโลกก็ได้.เพียงแต่แค่นึกปลายทางให้ออกครับ..
    มาถึงขั้นนี้จะค่อนข้างง่าย.ไว้ถ้าถึงแล้วจะเล่าให้ฟังอีกทีครับ.
    และที่เขียนมาเป็นภาพกว้างๆก่อน อ่านเพื่อเปิดแนวทางไว้ครับ..


    ส่วนขั้นตอนการฝึกและการแยกแยะต่างๆไม่ยากครับ.อ่านแล้วจะทำ
    ให้เราเห็นปลายทางได้ จะได้ตั้งเป้าไว้ จะทำให้ถึงปลายทางได้เร็ว
    ที่เหลือก็วัดกันที่ อิทธิบาท ๔ ครับ.เพราะกสิณแม้ว่าจะมีคนที่ทำให้เรา
    สัมผัสพลังงานทุกกองได้ซึ่งถ้าคุณเจอบุคคลลักษณะอย่างที่เขียน
    ให้คุณอ่านนี้แค่เห็นหน้ากันไม่เกิน ๕ นาทีอย่างมากนะครับ
    เค้าจะสามารถดึงของเดิมพวกกสิณต่างๆขึ้นมาให้คุณสัมผัสได้
    ทุกกอง.แม้กระทั้งไม่ต้องเจอหน้ากันก็ทำได้ครับ.
    ประเด็นนี้ในอนาคตลองพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองครับ
    ว่าต่อไปจะทำได้อย่างที่บอกหรือเปล่าครับ.
    ถ้าไม่เคยเจอกันจริงๆหรือมีประสบการณ์ได้สัมผัสอาจจะยังไม่เชื่อครับ.
    แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรมากมาย..

    .ประเด็นมันอยู่ที่ว่าแม้เราจะสัมผัสได้ ถูกดึงออกมาจากจิตให้รู้ได้..
    แต่ว่าเราจะใช้ได้จริงๆหรือไม่ บอกได้เลยว่า
    ไม่มีคำว่าฝลุ๊ค และสิ่งที่จะทำให้ถึงได้เร็วคือ เมตตาและการตัดร่างกาย
    ถึงจะผ่านการทดสอบจากทางภพภูมิ และความฉลาดส่วนบุคคลในการเลือกใช้งาน
    .และส่วนที่ช่วยส่งเสริมให้ถึงเร็ว
    ขึ้นอยู่กับปลายทางที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธรรม
    ถึงจะมีครูบาร์อาจารย์ทางภพภูมิมาช่วยส่งเสริมการสอนเทคนิคต่างๆให้

    ปล.อยากจะฝึกถึงขั้นใช้พลังงานได้จริง โปรดจำไว้ว่า
    ๑.อย่าคิดว่าจะทำเพื่อ
    ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากกว่าประโยชน์ทางธรรมต่อส่วนรวม

    ๒.อย่าพยายามพูดหรือเขียนอะไรที่เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยก(ประเด็นนี้
    ไม่ห่วงครับ)..และ ๓.อย่าคาดหมายว่าเขียน พูด หรือทำอะไรก็ตามเพื่อหวัง
    ว่าลึกๆในใจว่าจะต้องได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่นๆ.หรือเพื่อที่จะแสดง
    ให้เห็นว่าตนเองมีความสามารถเป็นที่ยอมรับ
    (ข้อนี้ต้องบอกเพราะว่าอาจจะ
    เผลอได้เพราะระหว่างทางที่ฝึกมันจะเกิดเครื่องรู้พิเศษขึ้นเองมากมาย
    จึงจำเป็นต้องเตือนไว้ก่อน ไม่งั้นจะย้อนให้เกิดข้อ ๑ ข้อ ๒ เนื่องจากยึดติดในตัวตนโดยไม่รู้ตัว)
    ..พวกนี้เป็นลักษณะนิสัยที่ควรสร้างเป็นพื้นฐาน
    เพราะเป็นพื้นฐานทางจิตปกติของจิตที่จะมีความสามารถทางจิตแบบภายนอก
    หรือแบบที่บุคคลอื่นๆสัมผัสได้ที่ควรจะมีเป็นทุนครับ.

    เทคนิคทุกอย่างที่เขียนให้คุณอ่านมานี้..
    ได้มาจากท่านที่เป็นเจ้าของลิงค์ที่มีคนในกระทู้นี้
    แนะนำให้คุณไปอ่านท่านมาสอนให้ในนิมิตรครับ..
    หาใช่ได้มาเพราะว่าตัวผู้เขียนมีความสามารถใดๆนะครับ.
    เรียกง่ายๆว่าท่านเมตตาครับ..
    และหวังว่าจะเข้าใจภาพรวมๆที่สื่อ.และอนาคตจะทำได้สำเร็จ.

    ปล.ที่แนะนำให้ทั้งหมดนี้เพราะผมชอบคุณเป็นการส่วนตัวที่ไม่ชอบที่จะให้เกิดเรื่อง
    หรือชอบยุติการทะเลาะเบาะแวงต่างๆในห้องนี้ครับ..ขอบคุณครับ
    .;)
     
  11. teww

    teww เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กรกฎาคม 2011
    โพสต์:
    607
    ค่าพลัง:
    +1,523
    เพ่งลม ก็ดูยอดไม้ที่เอนไหวไปไหวมาตามลม
    เพ่งเทียน นี่อันตราย ระวังไฟไหม้
    เพ่งน้ำ ..เอาน้ำใส่แก้ว ใส่ขัน เพ่งแบบนี้ ถูกป่าว..ถูกแล้วค่ะ
    ทิพยจักขุ นี้มันจะดูอดีตได้ด้วย ฤเปล่าคับ?..ดูได้ค่ะ

    ฝึกเพ่งกสินให้เลือกอันใดอันหนึ่ง
    ถ้าอันอื่นมาแทรกถือว่าเป็นกสินโทษให้ละอันที่มาแทรกเสีย

    ที่บอกว่าให้เลือกฝึกกสินให้เลือกอันใดอันหนึ่ง เพราะสุดท้ายแล้วทุกกสิณจะไปลงที่กสินกลางคือกสินแสงสว่างหรืออาโลกกสิณ

    ถ้าฝึกกสินกองไหนได้ กสินกองที่เหลือก็จะได้หมดโดยอัตโนมัติ (อันนี้จำมาจากหลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุง)

    ฝึกง่ายที่สุดก็หาพระพุทธรูปขาวใส หริอดวงแก้วขาวใส หรือ เพชร ก็ได้ เป็นอาโลกกสิณ มาเพ่งดูทุกวัน จนจำได้ติดตาติดใจ
    ไม่มองก็นึกภาพออก
    แล้วก็หัดนึกย่อส่วนบ้าง ขยายบ้าง ให้อยู่หน้าเราบ้าง หลังเราบ้าง
    แค่นี่ก็สำเร็จกสินเบื้องต้นแล้วค่ะ

    ถ้าภาพกสินที่เห็นขาวใสเป็นประกายเหมือนเพชร
    นี่เรียกว่าเป็นสำเร็จกสินในฌานสี่

    มาถึงขั้นนี้แล้วสามารถแสดงฤทธิ์ได้ตามที่เราอธิษฐานจิต

    โดยเข้ากสินในฌานสี่ แล้วถอยออกมาจนถึงอุปจารสมาธิ แล้วอธิษฐานอะไรก็ว่าไป
    แล้วเข้ากสินในฌานสี่ใหม่
    สิ่งที่อธิษฐานก็จะสำเร็จตามนั้น เช่น อธิษฐานให้หินเป็นทองคำ อธิษฐานขอเห็นภาพนรก สวรรค์ เป็นต้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2014
  12. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    ว้าว ขอบคุณ คุณนพ (ขอเรียกสั้น ๆ แบบนี้นะคับ ง่ายดี)
    ละเอียดแหละมีประโยชน์มาก

    ว่าแต่ที่บอกว่าใช้ดวงตาที่ 3 ดูน้ำ นี่หมายความว่าไงอะคับ
    ขอช่วยขยายความที

    Thank You!
     
  13. ladyinblack

    ladyinblack เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    57
    ค่าพลัง:
    +155
    นอกเรื่องนิดส์นึงค่ะ โพสต์ด้วยความน้อยใจ เห็นด้วยกับพี่ nopphakan ค่ะ ที่ว่า

    ปล.ที่แนะนำให้ทั้งหมดนี้เพราะผมชอบคุณเป็นการส่วนตัวที่ไม่ชอบที่จะให้เกิดเรื่อง
    หรือชอบยุติการทะเลาะเบาะแวงต่างๆในห้องนี้ครับ..ขอบคุณครับ

    บางทีก็แอบน้อยใจที่บางทีเวลาเราหรือใครหลาย ๆ คนตั้งคำถามแต่ก็มีผู้ที่...ไม่หวังดี ไม่รู้ว่าต้องการอะไร นอกจากจะมือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำ มาทำให้คนอื่นเค้าขุ่นข้องหมองใจ บางทีก็คิดว่านี่เป็นเวปพระพุทธศาสนา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่รู้ แต่เราก็อยากให้ท่านผู้รู้สละเวลามาช่วยชี้แจง ก็ไม่เข้าใจว่าจะมาสร้างเวรสร้างกรรมกันต่อทำไม หลายอย่างมากมายที่เราไม่รู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นผู้ต่ำต้อยกว่าคนอื่น โง่ดักดาน หรือต้องให้คนอื่นประนามว่า "ทำไมแค่นี้ก็ไม่รู้" "คุณโง่มาก" บลา ๆ ใจเขาใจเรานะคะ นี่เป็นเวปพระพุทธศาสนา ถ้ามีใครทำให้คุณไม่พอใจ ถ้าทำได้คุณก็ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด เข้าใจว่าบางทีถ้าไม่ตอบโต้ มันก็แค้น แต่ก็แบบ มันก็แค่นั้นอ่ะค่ะ มันไม่ใช่ว่าเล่นบอร์ดนี้จะโพสต์อะไร หยาบคายแค่ไหนก็ได้ จะด่าใครก็ได้ เพียงเพราะยังไงเราก็ไม่รู้จักกัน

    ปล. โพสต์ด้วยความรู้สึกแบบเสียใจมากกกก...ขออภัยล่วงหน้านะคะ
     
  14. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    พอจะคาดคะเนความรู้สึกได้ครับ.;) --->..(f) มอบไว้ให้สำหรับกำลังใจครับ...
    และขอฝากข้อคิดที่ได้จากใต้ต้นโพธิ์
    ณ วัดป่าแห่งหนึ่งไว้ให้อ่านเล่นๆครับ


    จงเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
    ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
    ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
    ตนแชเชือน ใครจะช่วย ให้ป่วยการ ^-^

    ปล.ขอบคุณมากครับ.ที่แวะเข้ามาอ่าน.:d.
     
  15. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    ตอบคุณ lovepyou ความหมายที่เป็นคำนาม..วิธีการมองน้ำด้วยตา
    ที่มองเห็นคล้ายตาทิพย์ ปกติสำหรับทั่วๆไปคือ.วิธีการมองน้ำผ่านจุด
    จักระที่ ๖ หรือ จุดเหนือระหว่างกลางคิ้วทั้ง ๒ หรือ จุดต่ำกว่ากึ่งกลาง
    หน้าฝากเล็กน้อย.บ้างก็เรียกอุนาโลม.ซึ่งสุดแล้วแต่จะเรียกครับ..

    ในทางปฏิบัติหากหลับตาหรือลืมตาให้โน้มสายตาปกติ
    มามองที่กลางลิ้นปี่.ก็จะสร้างความรู้สึกว่ามีตาที่ ๓ ตรงนี้ได้..
    หากใครทำแล้วรู้สึกปวดศรีษะทั้งศรีษะให้เลิกทำและไปปรับระบบ
    หายใจเข้าออกให้ถึงท้องร่วมกับทำความรู้สึกว่ามีลมกระทบที่ปลายจมูก
    อีกซักพักเพื่อเป็นการสร้างกำลังสติทางธรรมและสมาธิสะสมให้เพียงพอ
    เหตุเพราะการฝึกการมองแบบนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพที่เกิดจากตัวจิต
    ดังนั้้นจึงต้องมีพื้นฐานสมาธิพอสมควรเพื่อมาหนุนเป็นกำลังให้จิตมี
    ความสามารถเพียงพอในการสร้างภาพน้ำจริงๆขึ้นมาถือว่าเป็นการ
    สร้างจากภายในเพื่อออกไปภายนอก..

    หรืออีกกรณีให้ไปเปิดจักระที่ ๗ หรือจุดบริเวณกลางกระโหลกส่วนกลาง
    ให้ได้ก่อนในระดับที่มีความรู้สึกว่ามีลมหมุนทางด้านขวาขยายอย่างน้อย
    ครอบไปถึงท้ายทอย.หรือถ้ามีความรู้สึกเป็นกระแสเส้นตรงคล้ายๆแผ่น
    พลาสติกใสไม่เรียบแต่ไม่มีรอยได้ยิ่งดี..เป็นการดึงพลังงานจาก
    ภายนอกเพื่อมาช่วยสร้างให้จิตสร้างภาพน้ำจริงขึ้นมาได้..เรียกว่า
    เป็นการหนุนจากภายนอกมาช่วยสร้างภายใน...อย่างใดอย่างหนึ่ง
    ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นตามแต่ถนัดครับ

    ส่วนขั้นตอนการฝึกในขั้นแรกให้หาน้ำจริงๆ ที่ใสและผิวเรียบมามองก่อน
    ไม่ใช่ไปนั่งเพ่งน้ำนานๆจนตาแฉะนะครับ แล้วให้มองซักพักหากหลับตา
    แล้วจำไว้.และให้โน้มสายตาปกติให้ลงไปมองที่กลางลิ้นปี่..เพื่อตัดระบบ
    การใช้ความคิดจากสมอง.และทำความรู้สึกว่าน้ำกดอยู่กลางลิ้นปี่..
    หลักสังเกตุถ้าทำได้คือ จะไม่มีความคิดเรื่องน้ำบริเวณส่วนหน้าและส่วนกลาง
    ของกะโหลกศรีษะ.จะมีมีความรู้สึกเพียง ๒ จุดคือ ๑.กลางลิ้นปี่
    และ ๒. บริเวณจักระ ๖ เท่านั้น..ส่วนถ้าถนัดลืมตามองก็ทำคล้ายคลึงกัน คือมองน้ำก่อน
    แล้วละสายตาไปมองที่อื่น.และการโน้มสายตาปกติไปมองที่กลางลิ้นปี่ก็เช่นกัน
    ส่วนความรู้สึกจะเกิดที่ลิ้นปี่และตรงจุดจักระ ๖ เช่นกัน..

    ส่วนเวลาปกติทั่วไประหว่างวันก็ใช้หลักการตัดความจำจากสมองส่วนหน้า
    และส่วนกลางเช่นเดียวกับที่ได้อธิบายไปข้างต้น...จะเป็นการยกหน้าที่ให้จิต
    คุ้นเคยกับภาพน้ำเพื่อให้จิตสร้างเป็นภาพน้ำออกจากตัวจิตได้ต่อไป...

    หลังจากนั้นถ้ามาฝึกเป็นพิธีการ.แรกอาจมองน้ำและทำเหมือนเดิม
    ก็ให้หลักการมองเช่นนี้ไปก่อน..จนกว่าจะจิตจะสามารถสร้างน้ำจริงๆ
    ขึ้นมาให้เราเห็นได้..อาจจะเห็นน้ำได้อีกประมาณ ๗ ถึง ๘ แบบให้จำไว้
    ว่าตราบใดที่นิมิตรน้ำยังไม่นิ่ง.ไม่ใส ไม่มีฟอง และเห็นแต่น้ำใสอย่างเดียวไม่ต้องสนใจ
    เพราะทุกนิมิตรที่เห็นเป็นนิมิตรขวางทั้งสิ้นถ้าไม่ใช่นิมิตรที่กล่าวมาแล้วข้างต้น.
    ทำได้ถึงตรงนี้ก่อน..ซึ่งจิตจะตัดเข้าสู่กำลังระดับที่จิตเป็นทิพย์ได้ก่อนถึงจะเห็น
    น้ำ..จากนั้นให้ระวังให้รักษาระยะห่างนิมิตรน้ำให้ดีๆ
    จุดนี้ต้องค้นคว้าด้วยตัวเอง ไม่มีใครสามารถช่วยได้
    เพราะถ้าใกล้ไปจิตจะถูกดูดไปโผล่อีกมิติหรือสถานที่อื่นๆ
    อาจเป็นเหตุให้หลงยึดในนิมิตรที่เห็นซึ่งทำให้เสียเวลา
    และไม่มีผลในการพัฒนากำลังจิตซึ่งต้องระวังๆให้ดีๆ
    ย้ำ****อย่าเข้าผิดคิดว่าเป็นความสามารถในถอดจิตนะครับ***
    .ถ้าติดตรงนี้จะตัดโอกาสที่จะสำเร็จในชาตินี้ในระดับใช้พลังงานกสิณได้จริงๆ
    แบบสัมผัสได้และบุคคลอื่นๆจับต้องได้.และโอกาสจะกลับมาก็ยากครับ.
    เพราะมักจะมีอัตตาในตนแบบไม่รู้ตัว..กว่าจะกลับมาได้เสียเวลาอีกหลายปีครับ
    และอาจเป็นเหตุให้เลิกไปเลยก็ได้และถ้าไกลนิมิตรมากไปจะไม่สามารถต่อยอดสร้างกำลังจิตให้จิตได้..

    ที่แนะนำมาใน # Rep นี้ลองอ่านประกอบกับคำแนะนำ
    ใน #Rep ก่อนหน้าดู.จะสามารถถึงขั้นที่จะอฐิษฐานจิต
    ให้เกิดเป็นน้ำจริงๆปรากฏขึ้นจริงๆได้..ถ้านั่งในห้องพระจะตกลงที่หลังคา
    ถ้านั่งบริเวณอื่นๆจะปรากฏน้ำอยู่รอบๆตัว.หลักสังเกตุน้ำพวกนี้คือ จะไม่โดนตัว
    และตกลงมาแล้วจะหายไปเลย..ประมาณนี้ครับ...

    ส่วนหลักการอฐิษฐานจิต.พอถึงระดับปฏิภาคนิมิตรให้.
    ให้นึกคำอฐิษฐานให้ออกถ้าไม่เคยวางอารมย์ไว้ก่อนคือนึกๆไว้ว่าจะอฐิษฐาน
    ว่าอะไรแล้วทำลืมๆไม่สนใจในระหว่างวัน.ไม่งั้นพอถึงโหมดนั้นจะ
    นึกไม่ออกนะครับ และจะกลายเป็น
    นิวรณ์ทันทีเป็นเหตุให้จิตกลับเข้าสู่สภาวะร่างกายเหมือนลืมตาปกติทันที
    เช่น ขอให้น้้ำจงเป็นน้ำฝนตกลงข้างตัวข้าพเจ้า..ในช่วงขณะที่กำลังอฐิษฐาน
    จิตจะถอยลงมาอัตโนมัติถึงระดับที่เห็นนิมิตรน้ำแบบที่บอก ให้ใช้กำลังจิต
    บังคับน้ำให้หมุนให้ได้..จิตจะย้อนกลับไปปฏิภาคนิมิตรอีกครั้ง.และให้อฐิษฐาน
    ซ้ำอีกครั้ง..ช่วงจังหวะที่จิตจะถอยย้อนกลับมาที่นิมิตรน้ำใสรอบที่ ๒ นี้ก็จะปรากฏ
    เป็นน้ำฝนได้อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นครับ..สำหรับส่วนตัวเห็นควรว่าสมควรทำ
    ให้ได้อย่างที่แนะนำถึงขั้นนี้ก่อนครับ..ต่อไปจะสามารถเรียกพลังงานกสิณน้ำขึ้น
    มาได้แม้ว่าขณะลืมตาปกติและจะทำได้ตลอดไม่เสื่อมด้วยครับ..

    ปล.ให้ภาวนาอาโปกสิณัง นะครับเพื่อเป็นแนวทางเดินให้จิตก่อนในช่วงนี้..
    ถ้าทำได้ต่อไปแค่คิดว่าน้ำก็จะสามารถเรียกพลังงานกสิณน้ำได้ครับ..
    ลองอ่านๆดูก่อนครับ..โดยส่วนตัวพยายามบอกเทคนิคที่จำเป็นไว้หมดแล้ว..
    ส่วนกิริยาระหว่างทางบางอย่าง.ถ้าจะให้สามารถสร้างกำลังจิตได้แบบไม่เสีย
    เวลานั่งสมาธิค่อยว่ากันอีกทีครับ.;).
     
  16. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    ตอนที่มองลิ้นปี่นี้ คอเราตั้งตรง เลื่อนไปแต่ตาเหรอคับ หรือว่าก้มมอง
     
  17. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    คอหรือส่วนอื่นๆของร่างกายปกติ
    การมองไปที่ลิ้นปี่ คือสายตาปกติชำเรือง
    ไปมองที่ลิ้นปี่ หรือ โน้มสายตามอง
    ลงข้างล่าง..ลองสังเกตุสายตาของพระพุทธรูป
    ดูครับ คล้ายๆกัน..
     
  18. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    แปลกจัง ผมเอาแก้วน้ำที่ใช้กินปกติ มีน้ำเปล่าข้างในมาดู
    ลองทำแบบที่คุณ นพว่า แล้ว
    แต่พอหลับตามา เหมือนภาพมันจะกลายเป็น มีโขดหินอยู่เหนือน้ำ แล้วก็มีน้ำเคลื่อนไหวไปมา (เป็นภาพที่เรามองจากมุมสูง) เหมือนอยู่ในน้ำตกสักที แล้วสีของน้ำก็เข้มๆ หน่อย เหมือนน้ำในน้ำตก แล้วก็บางทีก็เป็นเหมือนจะเป็นแม่น้ำบ้าง สายธารบ้าง เหมือนจิตมันพยายามจะสร้างภาพแบบนี้ออกมาเอง
    มันไม่ยักกะทำรูปน้ำให้เหมือนในแก้วน้ำแหะ อะไรยังไง?
    บางทีก็เหมือนจะได้ยินเสียงน้ำด้วย แต่ก็ไม่ชัดเจน เหมือนจิตมันจะสร้างเสียงขึ้นมาเอง?
     
  19. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,957
    ค่าพลัง:
    +27,140
    ไม่ถือว่าแปลกครับ.อาจจะยังไม่คุ้นเคย อย่างที่บอก ถ้าไม่นิ่ง ไม่ใส ไม่มีฟอง
    อย่าสนใจนั่นหละครับ.พวกนี้เรียกว่านิมิตรขวางบางคนเรียกนิมิตรหลอก.คือมัน
    จะทำให้เราเสียเวลานั่นหละครับ เป็น ๑ ใน ๗ ถึง ๘ นิมิตรที่จะขึ้นมาได้ตอน
    ฝึกกสิณน้ำอย่างที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้นั่นหละครับ.อยู่ในช่วงการสร้างนิมิตร
    น้ำจริงๆและยังถือว่าไม่มีประโยชน์...เด่วจะเล่าให้ฟังเลยนะครับ
    ถ้าเกิดนิมิตรเกิดดังต่อไปอย่าสนใจ..นอกจากนิมิตรที่คุณเล่าใฟ้ฟังนะครับคือ
    ๑.เป็นคลื่นชายทะเลพัดเข้าหาฝั่งจะมาพร้อมกับการมีฟอง..อาจเห็นในมุมสูง
    ๒.เป็นน้ำทะเลแล้วสามารถแยกออกจากกันพร้อมกันได้ อาจเห็นในมุมที่มองจากข้างบน
    ๓.เป็นน้ำทะเลแล้วแยกออกจากกันแบบขนานและมีคล้ายพระจันทร์อยู่ข้างบน
    พวกนี้จะเห็นจากมุมเงยหน้ามองฟ้า
    ๓ ข้อข้างบนนี้น้ำออกสีเข็มๆออกน้ำเงิน บ้างก็เขียว ขุ่นๆมืดและมักจะมีฟอง

    ๔.พวกน้ำตกหรือน้ำในบ่อสีขุ่นๆ เห็นจากมุมสูง อาจไม่เห็นฟอง
    ๕.น้ำผิวใสกิ๊ก ไม่มีฟอง มีการกระเพื่อมที่ผิว
    แต่มองเห็นลวดลายต่างๆใต้ผิวน้ำ
    ชัดเดนร่วมด้วย
    ๖.น้ำผิวใสกิ๊ก ไม่มีฟอง มีการกระเพื่อมที่ผิว แต่มองเห็นกำแพงด้านหน้าร่วมด้วย..
    ๗.คลื่นงวงช้าง ชนิดหมุนอยู่บนกลางทะเล..

    ผ่านนิมิตรพวกนี้ให้ได้ คือไม่ต้องสนใจ..ต่อไปถึงจะเห็นน้ำใสกิ๊ก ไม่มีฟอง
    แม้ผิวกระเพื่อมได้แต่ไม่มีฟอง(จุดนี้พยามยามเข้าถึงให้ได้บ่อยๆ)
    ต่อไปถึงจะพัฒนาไปน้ำใสกิ๊ก ผิวน้ำนิ่งๆ
    ถึงจะเข้าสู่โหมดการเริ่มสร้างกำลังจิต เพื่อจะไต่ระดับไปให้ถึง
    ระดับปฏิภาคนิมิตรสำหรับเป้าหมายในการอธิษฐานจิตได้..

    ประมาณนี้ครับ..
     
  20. lovepyou

    lovepyou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2008
    โพสต์:
    540
    ค่าพลัง:
    +966
    หมายความถ้าเกิดภาพพวกนี้ก็ดูไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องสนใจอะไรมากใช่ไหมคับ
    แล้วภาพมันจะเปลี่ยนไปเองเหรอ

    บางทีเหมือนเรากำลังว่ายน้ำด้วยอะ เหมือนว่ายน้ำ ดำน้ำ
    รู้สึกสนุกดี ส่วนน้ำในแก้วกินหมดแล้ว :p
     

แชร์หน้านี้

Loading...