กสิณอะไรฝึกง่ายสุดหนอ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย lovepyou, 8 กรกฎาคม 2014.

  1. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    ดวงจิตนั่นหละครับ ยิ่งตอนทำบุญยิ่งเยอะ
    ยิ่งงานใหญ่ๆแทบจะเต็มท้องฟ้า..ส่วนสีก็ตาม
    ที่เคยบอกว่าแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่จิตสะสมมา
    ปกติการที่เราเห็นได้ แสดงว่าจิตเรามันทำงานได้..
    และจิตคนเราจะทำงานได้ มี ๒ ลักษณะคือ เห็นเส้นสาย
    และเห็นแสงหรือสีนั่นหละครับ..เส้นสายก็คือเส้นสาย
    พลังงาน คุณ Thip พนมมือ ทำตานิ่งๆ มองผ่านนิ้วชี้หน่อย
    ตอนสวดมนต์ในใจก็เห็นได้แล้วครับ ให้ลองสังเกตุการเปลี่ยน
    แปลงของมวลอากาศรอบๆตัวดูนะครับ..ส่วนสีเห็นได้แป๊บเดียว
    นะถูกแล้วครับ..ถ้าเห็นได้ตลอดคือไม่ปกติแล้วครับ ๕๕๕
    พูดง่ายๆว่า เห็นได้เมื่อสภาวะจิตมันเข้าถึงอารมย์ที่จิตทำงาน
    ได้ขั่วคราวก็จะเห็น มองแล้วหาย มองแล้วแว๊ปหาย จริงๆไม่หาย
    ถ้ารักษาอารมย์ได้ ก็จะเห็นนานขึ้น และต่อไปถ้าชำนาญ
    ก็จะสามารถกำหนดเห็นได้เช่นกัน

    อย่างวงกลม แรกๆมันก็จะเท่าหัวเข็มหมุดนั่นหละครับ
    แล้วถ้าเราเฉยๆไม่สนใจ เราก็จะเห็นเท่าหัวไม้ขีดไฟ
    และก็พัฒนาต่อเท่าประมาณลูกบอลเล็ก แล้วก็พัฒนา
    ตามลำดับเรื่อยๆ แต่ถ้าเห็นเท่าขนาดฝาโอ่ง อย่าตกใจ
    เพราะว่าเราจะขยับตัวไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้บ่อยๆ
    ถือว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าเห็นแบบไม่มีสีอะไรได้จะดีที่สุดครับ...
    เพราะว่า การเห็นเป็นสี ยังมีการปรุงแต่งหมายถึงมีสัญญา
    เพื่อที่แสดงให้เราทราบว่า ดวงจิตนั้นสะสมมาทางด้านไหน
    พวกนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ยังต้องทำให้วนเวียนกลับมาเกิดได้อยู่ครับ..
    ถ้าดวงจิตที่ไม่มาเกิดแล้ว จะไร้รูปร่างครับ..
    ตัวอย่างสี เช่น ม่วงบอกว่า กำลังจิต
    น้ำเงิน บอกว่าสมาธิ เขียวบอกว่ารักษาโรคได้
    ฟ้าบอกมีทรัพย์มาก ส้มบอกว่าสร้างบารมีทำความดี
    ขาวบอกมาทางธรรม ดำๆนะอสูรกาย ๕๕๕
    แต่แม้ว่าจะเห็นวงกลม เห็นเส้นสายได้ด้วยตาเปล่า
    ให้เฉยๆไว้ทุกกรณี และมาเจริญสติต่อ เด่วที่เราเห็นทุกสิ่ง
    ทุกอย่างตัวจิตเรามันจะมีเครื่องย้อนรู้ได้เองทั้งหมด
    ที่เคยเห็นมาในอดีตได้ด้วยตัวจิตเราเองครับ...
    ปล.แต่มีทริคว่าต้องเฉยๆไว้ทุกกรณี และถ้าเห็นแล้วไม่เข้าใจ
    หรือไม่รู้จะต้องลืมไปเลยนะครับ.ไม่งั้นความเข้าใจทางด้าน
    นามธรรมของเรามันจะพัฒนาได้ช้า ซึ่งส่งผลต่อการปฏิบัติ
    กรรมฐานทุกๆกองได้ครับ
    สมมุติว่า คุณ Thip จะฝึกกสิณนะ..ให้เริ่มด้วยลมหรือน้ำ
    สองอย่างนี้อะไรก็ได้ครับ....โดยเฉพาะลมเนี่ย
    จะรับรู้ได้ดีที่สุด...
    ปล.แค่เพียงแต่เล่าให้ฟัง
     
  2. Thipnara956

    Thipnara956 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กรกฎาคม 2016
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +6
    ขอบคุณค่ะพี่นพ เรื่องฝึกกสิณเคยอยากฝึกค่ะ แต่มันขี้เกียจจัด
    ๕๕๕๕๕ แต่มีบางครั้งรู้สึกมีลมหมุนที่ฝ่ามือ ฝึกนั่งสมาธิ
    มันก็ไม่เอาเลย เลยทำง่ายๆ สวดมนต์ในใจไปเรื่อยๆค่ะ อันนี้ทำได้
    ขี้เกียจแท้น้อ :':)':)'(
     
  3. sathu-sathu

    sathu-sathu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +299
    ขอโทษนะคะ..
    สงสัย.. (เพราะไม่รู้ ไม่เคยปฏิบัติ) เห็นหลายท่านโพสเรื่องกสิณ..

    สำหรับผู้เริ่มหัดนั่งสมาธิ.. การเพ่งกสิณไฟง่ายสุดเหรอคะ ต้องทำยังไงบ้่างคะ

    เห็นหลายท่านพูดถึงเรื่องกสิณไฟ.. เพราะความอยากรู้(แต่ไม่เข้าใจ)
    เมื่อคืนนั่งจ้องแสงเทียน .. เอ้.. แล้วยังไงต่อ -"- ยังห่างไกลจริงๆ ค่ะ:'(
     
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    บ่ แม่น กสิณไฟฝึกง่ายสุด. กสิณอะไรก็ตามที่เรามอง
    ไปที่วัตถุนั้นแล้ววัตถุอะไรมีแสงมันจะดูเหมือนง่ายหมด
    เพราะตาเรามันจะสามารถเก็บภาพไว้ได้ชั่วขณะ..
    แต่ภาพในระดับที่เราเห็นนั้น มันยังไม่มีประโยชน์อะไรเลย
    และถ้าเราไม่มาเดินปัญญา ต่อไปภาพนั้นหละมันจะสร้างปัญหาให้เรา
    นอกจากจะส่งผลต่อร่างกายแล้ว นิสัยเราก็จะออกแนวบู๊ล้างผลาญ
    แบบไม่รู้จักประมาณความสามารถทำได้จริงของตนเอง..
    และมันเป็นโทษด้วย พูดง่ายๆ ภาพมันพอสร้างให้เห็นเพื่อให้หลงตัวเองเล่นๆ
    และมันจะหลงตัวเองด้วย ไม่ใช่หลงธรรมดานะ
    หลงว่าตัวเองเก่งที่สุดด้วย..เพราะฉนั้นจะทนไม่ได้
    ถ้าเห็นใครไม่ได้มาแบบตนเอง.
    ทั้งๆที่ตนเองทำได้แต่ในนิมิตนะ
    จริงๆเป็นอะไรที่น่าประหลาดมาก
    แต่ก็มีให้เห็นเรื่อยๆ..ขำดีไหม

    และต่อให้ใช้ได้จริงๆนะ มันก็ยังทำให้จิตร้อน
    จิตร้อนนะ ไม่ใช่ร่างกายร้อน คือร้อนออกจากจิต
    นิสัยจะยิ่งห้าวหลวง ไม่กลัวใครในจักรวาลนี้..
    ซึ่งเป็นโทษอย่างมาก ถ้าจะใช้กสิณไฟได้แบบไม่ส่งผล
    มันต้องรู้จักการเอาน้ำมารวมกับไฟให้ได้ก่อน
    ซึ่งตรงนี้ เราจะต้องเจอบททดสอบก่อนว่าเราจะผ่านหรือไม่ผ่าน
    ถ้าเราไม่ผ่านบททดสอบจากภาคส่วนภพภูมิ
    กสิณเราก็จะกลายเป็นกสิณในนิมิต ใช้งานอะไรไม่ได้
    ส่วนจะผ่านหรือไม่ผ่าน จะฉลาดในการเลือกกสิณกองไหน
    ใช้งานได้หรือไม่จากภาคส่วนภพภุมิ ไม่สามารถบอกได้
    แต่ประกันได้ว่า หลายสิบครั้งขึ้นแน่นอน.
    ยกตัวอย่าง ฝันเห็นโน้นนี่นั้น แล้วใช้อาวุธ ใช้อะไรพิเศษ
    ใช้กสิณ อย่างนี้คือ ตกร้อยเปอร์เซนต์เต็ม เข้าใจเนาะ..



    กสิณนะ ถ้าพอผ่านการทดสอบได้จากภาคส่วนภพภูมิ
    และเรามาฝึกเพิ่มพลังงาน ฝึก ดูด ดึง อัด เพิ่ม ลด ได้แล้ว
    นอกจากใช้งานจริงได้ ตัวจิตมันจะมีความสามารถทำให้
    คนอื่นๆรับรู้ได้ด้วย(ย้ำว่าเรื่องปกติ)หลายๆคนที่
    เคยมาอ่านกระทู้นี้และเคยเจอตัวจริงกันจะเข้าใจได้ดี
    จะสามารถทำได้ไม่ใช่กองเดียวนะ จะ ๑๐ กองเลยก็ได้
    แม้ว่าไม่เคยฝึกมาเลยก็ตาม.จริงๆได้มากกว่านั้นอีก
    แต่ตอนพาทำไม่ได้บอก เพราะกลัวจะติดสัญญาความจำได้
    มันสามารถเลยไปอรูปฌานขั้นที่ ๓ ได้เพราะมันจะมาคู่กันเป็นปกติ
    เพราะฉนั้นไอ้เรื่องว่าจะทำได้หรือไม่ได้ มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลย
    แม้แต่น้อย.มันขึ้นอยู่กับวาระ แต่ก่อนจะถึงวาระ
    ก็ต้องมาดูพื้นฐาน ดูนิสัยลึกๆกันก่อน พอเข้าใจเนาะ.....


    แต่ประเด็นสำคัญมันก็คือ สามารถโน้มนำกำลังที่ได้
    ไปขึ้นเพื่อให้เกิดวิปัสสนาได้ไหม
    ตรงนี้สำคัญที่ซู๊ดดดดดดดด
    อ่านนัยยะนี้ให้ดีๆนะ...
    ''เห็นไส้เทียนแต่ไม่เห็นเปลวเทียน เห็นเปลวเทียนแต่ไม่เห็นไส้เทียน''
    แล้วในขณะที่มอง เห็นการเปลียนแปลงอะไรบ้าง
    มองไฟแต่เราไม่ได้มองค้าง มองพอมีภาพแล้วก็ละสายตา
    ไปที่อื่นๆ ให้ภาพไปปรากฏที่อื่นๆ แล้วก็รักษาภาพเอาไว้
    ถ้าภาพหาย มาตามลม ๓ ถึง ๔ ครั้ง ภาพก็ขึ้นมาแล้ว..
    เพื่อเป็นการสร้างทิพย์จักขุ มันต้องเริ่มจากทิพย์คิกขุกันก่อน
    แม้ว่าจะเห็นไม่ชัด แต่ว่า มันเป็นภาพที่สร้างจากจิตจริงๆ
    โดยไม่มีความคิดมาปรุงร่วมแบบไม่รู้ตัว ซึ่งมันจะทำให้หลง
    ให้ยึด ปรุงไปเองได้อย่างคาดไม่ถึงนั้นเอง..
    กสิณไม่ว่า กองอะไรก็ตาม ถ้ายังปั่นปฏิภาคนิมิตไม่ได้
    ให้จำเอาไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดสัมผัสอะไร เห็นอะไร
    รับรู้อะไรได้ ไม่ว่าดีหรือไม่ดี
    ไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบ..
    ให้ท่องไว้ว่า ช่างมันทุกๆกรณี
    จะกว่าจะดึงเป็นพลังงานขึ้นมาได้
    ค่อยมาว่ากัน...
    ปล.จริงๆกระทู้นี้ถ้าอ่านดีๆนะ..
    จะมีความสามารถทำได้ ถึงอรูปฌานที่ ๓
    แบบไม่รู้ตัว..ทำได้แบบเราทำได้
    ใช้งานได้ และทำให้คนอื่นๆรับรู้ได้
    เหมือนที่เราทำได้..ไม่ใช่ในนิมิตนะ
    แบบลืมตาปกติในชีวิตประจำวันนี่หละครับ..
    ของ sathu-sathu ที่สำคัญคือ ในเครื่องหมาย ''...." โน้น
    ที่เหลือถือว่าโม้ให้ฟังแล้วกัน..๕๕๕
    ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเน้อ
    รวมทั้ง Thip ด้วยเน้อ (^_^)
     
  5. sathu-sathu

    sathu-sathu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +299
    ขอบคุณค่า _/\_
     
  6. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    421
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +1,182
    ขออัพไว้นิดค่ะ เดี๋ยวจิกลับมาทบทวนหัวข้อที่ต้องละเว้นนิด ลืม ตกข้อไหนไปบ้าง
     
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    ส่วนใหญ่ที่ยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้
    อาจเพราะวาระแห่งการใช้งานไม่เอื้ออำนวย
    คือไม่มีเหตุให้ต้องได้ใช้งาน ซึ่งมีความสำคัญ
    ต่อการพัฒนาในขั้นต่อไปเรื่อยๆและ
    กำลังจิตพื้นฐานที่ควรมีไว้เพื่อเป็นภูมิต้านทานกระแสภายนอก
    ส่วนบุคคลยังไม่พอ แต่ส่วนมากเลยที่ใช้ไม่ได้คือ
    สอบตกเรื่องการแก้ปัญหาสำหรับการใช้งาน
    ตามความเหมาะสมของสถาน ณ การณ์นั้นๆ
    ทำยังไม่ผ่านด่านที่ถูกทดสอบนั้นๆ
    จากการทดสอบในภาคส่วนภพภูมิ
    และเรื่องเมตตาและการยอมตาย(คือยังกลัวตายอยู่
    เป็นเหตุให้ใช้อุปกรณ์เสริม ใช้สิ่งที่ทำได้ในนิมิต
    เพื่อแก้ปัญหาเลยทำให้สอบตก)..
    ตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้าผ่านจิตจะผลิกจาก
    นามธรรมให้ขึ้นมาใช้งานได้จริงๆทางโลก
    หรือไม่ก็ตรงนี้นั่นหละ
    อยู่ที่ตรงนี้ และให้เข้าใจเอาไว้ว่า
    กว่าจะแค่พอสอบผ่าน ต้องหลายครั้งหน่อย
    ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก....
    เพราะความสามารถทำอะไรพิเศษได้บางอย่าง
    มันเสมือนเป็นดาษสองคม
    ดังนั้นภูมิต้านทานทางจิต
    อาจจะต้องดีกว่าปกติเล็กน้อย..
    ปล.เล่าให้ฟังเฉยๆ
     
  8. tommie

    tommie สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2017
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +22
    สอบถามหน่อยครับ ไม่แน่ใจว่ามีคนเคยถามหรือยัง ไล่ๆอ่านแล้วหาไม่เจอ เวลาฝึกกสิณ เราจำเป็นต้องเพ่งจากวัตถุจริง เช่น มองเทียนที่จุดไฟจริงๆ มองน้ำในแก้วจริงๆ ฯลฯ หรือเราสามารถเพ่งจากรูปภาพเปลวเทียน หรือ มองคลิปวีดีโอ ที่เป็นเปลวเทียน จะมีผลแตกต่างกันไหมครับ ที่ถามเพราะเราไม่สามารถพกเทียนไปจุด พกขันน้ำไปทุกที่ แต่เราโหลดภาพ โหลดคลิปใน youtube ลงมือถือได้ หรือเอามือถือเราถ่ายคลิปสิ่งที่เราอยากจะเพ่ง ว่างๆ ในที่ทำงานเรา ก็นั่งเพ่งไปอะไรแบบนี้ มันจะได้ผลไหมครับ หรือเสียเวลาเปล่า
     
  9. ณฉัตร

    ณฉัตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 เมษายน 2015
    โพสต์:
    611
    ค่าพลัง:
    +724
    ถ้าจับอารมณ์ตอนเพ่งของจริงก่อนได้แล้ว ก็จำอารมณ์นั้นไว้ แล้วจะดูภาพจากมือถือก็ได้

    ถ้าดูภาพจากมือถือแล้ว จำอารมณ์ตอนเพ่งจริงไม่ได้ ก็ถ้าว่างๆ ก็หมั่นเพ่งของจริงครับ ทำสลับไปมา ถ้าจิตระลึกได้ จำได้ ต่อไปก็ไม่ต้องดูจากมือถือหรือของจริงแล้วครับ
     
  10. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    เด่วช่วยเสริมครับ...ในภาพรวมเชิงเทคนิค
    ของกรรมฐานกองนี้นะครับ
    แรกๆต้องมีอุปกรณ์เสริม
    เพื่อเป็นอุบายให้ตัวจิตสร้างภาพ
    ด้วยตัวจิตเองในอนาคต ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ
    สำหรับกรรมฐานกองนี้...

    แต่ปกติแล้ว จิตจะยังไม่มีความสามารถทางด้านนี้
    การใช้อุปกรณ์ต่างๆเสมือนเป็นอุบายอย่างหนึ่ง
    แต่ว่า เราต้องทิ้งครับ ถ้าจิตสร้างภาพได้เองแล้ว
    ซึ่งตรวจสอบได้จาก ให้เรามองไปในอากาศ
    ผ่านเหนือระหว่างคิ้ว แล้วดูว่า ในอากาศที่เรามองนั้น
    สามารถมองเห็นเป็นอุคคนิมิตได้แล้วหรือยัง..
    ภายในเวลาไม่กี่วินาทีนะครับ..
    ถ้าไม่ตรวจสอบอย่างนี้ แล้วไปใช้อุปกรณ์ต่อไปอีก

    ภาพที่เราสร้างจะเป็นภาพที่ มันมาจากสมองของเรา
    ซึ่งจะเป็นอันตรายมากๆ ไม่ว่าทางกายและจิตครับ..
    ดังนั้น ให้ตรวจสอบอย่างที่บอกก่อน

    ถ้าเห็นภาพได้ อุปกรณ์เราไม่ต้องใช้อีกครับ....

    สังเกตุนะครับ จะบอกว่า ให้มองภาพให้เห็นในอากาศ
    ข้างนอกกายนะครับ ไม่งั้นถ้าเห็นภาพลักษณะคล้ายในใจ
    เราจะเสร็จในส่วนของขันธ์ ๕ นามธรรมหรือกระแสภายนอก
    ต่างๆอาจจะเป็นวิบากกรรม หรืออะไรก็ตามมาหลอกเราได้ครับ

    อุปกรณ์เสริมอะไรก็ตาม ถ้าเรามองแล้ว และละสายตาไปที่อื่นๆ
    แล้วมันยังปรากฏเป็นภาพได้ ให้จำไว้ว่า เราไม่ต้องจำเป็นไปเพ่งครับ
    เพราะเราจะไม่ฝึกตบะครับ เราเน้นฝึกเพื่อให้จิตสร้างภาพด้วยตัวจิตเอง
    ให้ได้ก่อน หลังจากนั้น เมื่อจิตสร้างภาพได้แล้ว เราค่อยไปปั่นภาพนั้น
    ในกำลังสมาธิระดับสูงให้ได้ ถ้าทำได้แค่กองเดียว
    ในเรื่องของพลังงานกองอื่นๆเราจะสามารถเรียกขึ้นมาได้หมดครับ
    เพราะมันใช้ฐานสมาธิระดับเดียวกัน
    ที่ไม่มีความสามารถในการเล่นกับพลังงาน
    ไม่ว่า ดูด ดึง เรียกขึ้น ขยาย ส่ง ฯลฯ เพราะว่า
    ไปปั่นภาพในกำลังสมาธิระดับอุปจารสมาธิตาเปล่า
    หรือหลับตา แล้วหลงสภาวะว่าตนเองได้สมาธิระดับสูง
    ตรงนี้ต้องระวังนะครับ เพราะจะหลงตัวเองได้อย่างคาดไม่ถึง
    และจะโดนอะไรง่ายๆ เพราะภูมิต้านทานภายนอกต่ำ
    เนื่องจากจิตไม่มีกำลังจิตเพียงพอครับ

    อุปกรณ์ที่มองแล้ว หละสายตายังมีภาพ
    ให้มองแล้วหละสายตาไปเลยนะครับ
    ยกเว้น กสิณน้ำ อากาศ ลม ครับ

    แต่พูดตรงๆนะครับ ไม่แนะนำให้ขึ้นด้วยกสิณไฟครับ
    แม้ว่าจะมีของเก่าเป็นกสิณไฟก็ตาม
    ให้ขึ้นด้วยกสินกองอื่นๆก่อนแล้วเอาน้ำไปรวมกับไฟให้ได้ครับ
    เพราะถ้าไปเพียวกสิณไฟอย่างเดียว...
    ถ้าเกิดใช้งานได้ มันจะร้อนมากๆที่ตัวจิตครับ
    ร้อนที่จิตนะครับ ไม่ใช่ร้อนที่กาย ซึ่งมันจะส่งผลเรื่องอารมย์มากๆ
    ทำให้เรา กลายเป็นพวกห้าวแป้ง
    เรียกว่า ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
    ตรงนี้ หากไปเจอของแข็งเข้าจริงๆ
    รับรองว่าเดี้ยงทุกรายครับ
    และเราจะกลายพันธ์ได้ง่ายที่สำคัญ
    นี่เล่าให้ฟังเฉยๆครับ...

    ท้ายนี้ กรรมฐานกองนี้เหมือนว่าจะง่ายในช่วงแรก
    แต่ว่า จะใช้งานได้จริง ไม่มีคำว่าฟลุ๊กครับ...

    ให้ตั้งเป้าไว้ว่า(จะอฐิษฐานจิตขอต่อหน้าพระฯจะดีมาก)
    ว่า จะฝึกเพื่อเรียกของเก่าขึ้นมา
    และจะใช้งานในทางธรรมและประโยชน์ต่อบุคคลอื่นๆนะครับ

    ส่วนจะมีท่านใดทางภาคส่วนภพภูมิมาช่วยแนะทริคหรือไม่
    ก็แล้วแต่พฤติกรรมแห่งจิตตนเองครับ...

    และจำเอาไว้ว่า ให้เคารพนับถือทุกภาคส่วนภพภูมิ
    โดยมิมีการแบ่งแยก ความมั่นคงของศีล ๕ อย่างน้อย
    เราต้องมีความต่อเนื่องมานานพอควร
    ทำอะไรอย่าหวังผล
    ทำดีทั้งในที่ลับและที่แจ้ง..
    และสิ่งที่ควรมีโดยกมลสันดานคือ
    อย่าคาดหวังว่า เราจะได้รับการยอมรับ
    ไม่ว่าเราจะไปอยู่ในสังคมใดๆก็ตาม..
    (คืออย่าคิดว่าตัว ว่าตน อย่าทำหรือแสดงอะไร
    เพื่อให้คนอื่นๆยอมรับเรา ถ้าไม่มีประโยชน์
    หรือไม่มีเหตุแห่งวาระ หรือถ้าไม่ได้ช่วยใคร)และ
    พยายามหลีกเหลี่ยงที่ๆมีเสียง ดังพุกพ่าน
    ซึ่งจะทำให้ไม่เอื้อต่อจิตที่สงบ..
    ไม่จำเป็นอะไร ก็ไม่ต้องพูด และ
    อย่าเป็นต้นเหตุในการทำให้คนอื่นๆทะเลาะกัน...

    ปล.ส่วนจะผ่านการทดสอบ ในนิมิต เพื่อให้สามารถ
    นำมาใช้งานได้จริงในขณะลืมตา แล้วแต่ความเฉลียวส่วนบุคคล
    ในการแก้ปัญหาในการใช้งาน และการตัดความกลัวตาย
    ได้ของจิตเราครับ โดยปกติจะสอบตกทุกคน
    และหลายสิบครั้งกว่าจะผ่านครับ
    มีคำกล่าวว่า สอบได้เรื่องตลก สอบตกเรื่องธรรมดา
    สำคัญว่า ยอมรับตัวเองได้ไหมว่าสอบตกอยู่
    เข้าใจที่สื่อนะครับ

    ค่อยๆเป็นค่อยๆไปครับ...

     
  11. tommie

    tommie สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2017
    โพสต์:
    19
    ค่าพลัง:
    +22
    สอบถาม อ.นพ เพิ่มเติมครับ ตอนลืมตา มองออกไป พอจะกำหนดเห็นเป็นภาพเปลวเทียนได้ แต่ยังเห็นเป็นแท่งเทียนด้วยไม่ได้เห็นแต่เปลวไฟ ภาพจะจางๆซ้อนอยู่ไม่ได้ชัดแจ่มเหมือนจริง เราควรต้องทำไงต่อครับ พยายามฝึกกำหนดภาพให้ชัดขึ้น หรือพยายามย่อขยาย หมุน แล้วดวงกลมๆส้มๆ ที่นานๆทีก็เหมือนจะเห็นที่หางตาซ้ายขวา พอเหลือบตาไปมองไม่มี นี่เกี่ยวกับกสิณไฟไหมครับ

    อีกคำถามคือกสิณน้ำอย่างเวลาเราเพ่งน่ำในแก้ว ภาพขอบๆแก้วน้ำ หรือขันน้ำ จะติดตาภาพแก้วภาพภาชนะมากกว่าภาพน้ำ อันนี้สงสัยคล้ายๆกับกสินไฟ ที่ภาพแท่งเทียนจะติดตามาด้วย เราจำเป็นต้องเลือกเพ่ง เฉพาะสิ่งทีาเราจะฝึกไหมครับ เช่น เพ่งแต่น้ำ แต่ตัวเปลวไฟ เท่านั้น
     
  12. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    ย้ำว่า เราเน้นให้จิตสร้างภาพให้ตัวเองให้ได้ก่อน
    ดังนั้นในเชิงเทคนิคเริ่มต้น เราประยุกต์หรือปรับเปลี่ยนได้เสมอ
    และต้องพยายามลองแก้ปัญหาดู
    เช่น โพกัสตรงไหน ขยับวัตถุไหม เพิ่มหรือลดขนาดไหม ประมาณนี้...

    ถ้าเป็นไฟเน้นมองเปลวเทียนสีน้ำเงิน
    และ ถ้าหลอดไฟมองจนเห็นไส้ใส แล้วค่อยหละสายตาย
    ส่วนน้ำ จะยังไม่เห็นทันที จนกว่าจิตจะสร้างภาพได้ก่อน

    ถ้ายังเห็นขอบ เห็นแท่งเทียน ให้ปรับโพกัสสายตาใหม่

    ส่วนเทคนิคการรักษาภาพคือ ถ้าภาพหาย ให้กลับมาตามลม
    เด่วภาพจะปรากฏขึ้นใหม่เอง ต่ำแหน่งเดิม
    และอย่าหลงนิมิต เพราะมันจะชอบมีนิมิตที่สวยกว่ามาหลอก

    พวกนิมิตต่างๆ ที่เห็นขณะ อย่าไปคิดที่จะไปทำอะไรมัน
    ถึงทำได้ก็ไม่ต้องสน มันจะทำให้เราหลงตัวเองอย่างที่เล่าครับ

    และนิมิตในระดับนี้ ถ้าไม่ใช่ น้ำใสจริงๆไร้ฟอง อย่าสน
    ถ้าไม่ใช่ไฟจริงๆอย่าสนใจ

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่า จะไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ
    อย่าสนใจ กิริยาทุกๆอย่าง จนกว่าจะปั่นปฏิภาคนิมิต
    ในกำลังระดับสูงได้....
    และไม่ว่า จะเกิดการรับรู้ พิศดารอะไรก็ตาม
    อย่าสนใจจนกว่าจะรับรู้ได้

    ย้ำอีกว่า ปั่นปฏิภาคนิมิตในกำลังระดับสูงให้ได้ก่อน
    อะไรเกิดระหว่างทาง ให้ช่างมันครับ....

    ปล. คำว่า อย่าสน คือ ไม่ต้องไปอยากรู้ว่ามันคืออะไรครับ
    พูดภาษา ง่ายๆก็คือ ช่างหัวมะเขือมันครับ...

    กสิณ ภาพในระดับ อุคนิมิต เป็นกสิณโทษได้หมดครับ จำไว้...
    สัมผัสต่างๆ การรู้ต่างๆที่เกิด เป็นตัวขวางการเข้าถึงผลสำเร็จทั้งนั้น จำไว้....

    ปั่น ปฎิภาคนิมิต ในกำลังระดับสูง อย่างเดียวก็พอครับ...
    ปฏิภาคนิมิตเป็นอย่างไร ถ้าเข้าถึงได้จะทราบได้เอง
    ส่วนเทคนิค ต่างๆ ถึงขั้นการใช้งานได้ บอกในกระทู้นี้หมดแล้วครับ
     
  13. [-VaLentine-]

    [-VaLentine-] เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กุมภาพันธ์ 2014
    โพสต์:
    121
    ค่าพลัง:
    +338
    เข้ามาอ่านเตือนตัวเองครับ น้ำมันใส ๆ ๆ ๆ สาธุ

     
  14. tsukino2012

    tsukino2012 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,277
    ค่าพลัง:
    +3,095
    กสินสี ง่ายที่สุด แล้วค่อยต่อยอดเป็นกสินแสง แต่จะยิ่งได้ผลถ้าผสมอานาปานสติเข้าไปด้วยครับ
     
  15. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,845
    ค่าพลัง:
    +26,858
    อย่างคุณ loveyou ถ้าจะฝึกต้อง
    ขึ้นด้วย ลมหรืออากาศครับ
    การจะแนะว่าใครจะฝึกกองไหนได้
    ควรต้องรู้ว่าตัวจิตดวงนั้นๆเด่นกองไหน
    มากที่สุดก่อนครับ ชาตินี้ถึง
    จะพอมีหวังครับ ถึงค่อยแนะนำ
    และฝึกเพื่อใข้ประโยชน์ทางธรรม
    และเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผล
    และนำกำลังที่ได้ไปเพื่อวิปัสสนา
    หลังจากนั้นก็ให้ทิ้งมันซะ
    เพราะยิ่งทิ้งยิ่งอัตโนมัติครับ

    ส่วนตำราแนะได้ แต่เพื่อเป็นอุบาย
    สำหรับคนที่ไม่ชอบสมาธิแบบทั่วไป
    และเอากำลังไปเพื่อการเดินปัญญา
    ในขีวิตประจำวันจะเหมาะสมครับ.

    กรรมฐานกองนี้ถ้าจะให้ถึง
    ระดับใช้งานได้ไม่มีคำว่าฟลุ๊คครับ
     
  16. bigtoo

    bigtoo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    1,629
    ค่าพลัง:
    +1,275
    เมื่อไหร่จะเลิกสักที หันมาเพ่งการเกิดการดับนี่ ถึงจะรอด
     
  17. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,894
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,426
    เรื่องของการจูงจิต การฝึกจิต ไม่มีอะไรง่ายหรอกจ้า ยากกทุกๆอย่างนั่นแหละ อิอิ
     
  18. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    8,817
    ค่าพลัง:
    +3,303
    ในเมือเหนอยู่ว่ายาก ทำไมฝุ้งซ่าน ขยันแปะ หละฮับ

    ลองแสดงแบบ ธรรมมีคุณค่า แสดงตามเหตุ
    เพราะมีคนเหนกิเลส(ปรารภความเพียี) แล้วค่อยแสดงธรรม
    แก่คนสนใจเพียรเพ่งกิเลส ใฝ่หาฌาณ จะเข้า
    เป้ากว่า เป่าฮับ คุงหมอ ถโหละก้ง ฉีดยา
     
  19. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,894
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,426
    อ.นิวรณ์พยายามพูดอะไรให้มันรู้เรื่องบ้างเถอะฮับ
     
  20. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,894
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,426
    เอาแบบตรงเป้าเลยนะ อ.นิวรณ์ฝึกกสิณอะไร ?

    ตอบสิงับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...