เรื่องเด่น การจับอารมณ์นิพพานก่อนตายทุกๆ วัน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทธศาสนิกชนไทย, 5 ธันวาคม 2017.

  1. พุทธศาสนิกชนไทย

    พุทธศาสนิกชนไทย Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    177
    กระทู้เรื่องเด่น:
    151
    ค่าพลัง:
    +799
    0867FBFF-8ED8-4CCC-A362-C0B7C987DB62_zps4lj30lml.jpg

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรมเรื่องพระนิพพาน..การจับอารมณ์นิพพานก่อนตายทุกๆ วัน


    ผู้ถาม :- “ หลวงพ่อคะ ถ้าจิตเราจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นอารมณ์นี่นะคะ แล้วเวลาจะตายเราจะมีสติไหมคะ?”

    หลวงพ่อ :- “ อ้าว…ถ้าเราจับเป็นอารมณ์ เวลานั้นมีสตินี่ เพราะเวลานั้นอารมณ์มันสูงจัด การจับพระนิพพานนี่ท่านเรียก อุปสมานุสสติกรรมฐาน ถ้าจับเป็นอารมณ์ ถ้าเวลาเริ่มป่วยเอาจิตจับไว้เลยนะ ทีนี้ในช่วงกลางระหว่างป่วย มันจะดิ้นตูมตามอย่างไรก็ตาม จิตมันจะไม่ปล่อย…

    …มีพระอยู่องค์หนึ่งท่านอายุมากแล้ว ท่านใช้อารมณ์แบบนี้นะ แล้วต่อมาท่านเป็นโรคกระเพาะ ท่านดิ้นถึงกับทะลึ่งพรวดๆ ก็เข้าไปหาท่าน พอจับตัวท่านปั๊บท่านก็หยุด พอเผลอหน่อยเดียวเอาอีกแล้ว แล้วก็สักครู่หนึ่ง ท่านก็หยุดดิ้น ไม่ใช่ดิ้นนะ ถึงกับโดดเลยนะ แน่น ตอนนั้นพอโดดแล้วก็เงียบ เงียบ รู้สึกสบาย พอสบายสัก ๒๐ นาทีไม่มีอะไรเลย อาการปกติ ท่านก็ลืมตาถามว่า “เพลหรือยัง” แล้วฉันก็มองดูนาฬิกาบอกว่า “ยังเหลืออีก ๒ นาที” ก็หลับตาไปอีกทีก็ ๕ โมงพอดี..

    ..นี่ก็หมายความว่า จิตมันมีสภาพจำ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้จิตจับอยู่จุดใดจุดหนึ่ง จับจุดนั้นแต่อย่างเดียว มันจะไปเฉพาะที่นั่น…ทีนี้เวลาที่ท่านตายไปแล้วก็ตามท่าน ก็ตามดูว่าไปอยู่จุดไหน อันนี้เป็นพยานได้ พระ ๒ องค์ ฆราวาสอีกคนหนึ่ง…ฆราวาสก็มีสภาพแบบเดียวกัน ตอนต้นมาฝึกกรรมฐานบอกว่า

    “ อย่าสนใจในรูป ให้สนใจนิพพานอย่างเดียว สวรรค์ก็ดี พรหมก็ดี ไม่มีความหมาย ”

    …ถ้าเราตั้งใจรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถ้าบังเอิญตายแล้วไม่ถึงนิพพานมันจะต่อทันที เพราะอารมณ์เดิม จิตมันไปใช่ไหม…จิตมันรัก ทีนี้แกก็มีสภาพแบบนั้น อีกประมาณสัก ๒๐ นาทีแกจึงสงบ พอสงบประเดี๋ยวยิ้ม ยิ้มสักครู่หนึ่งก็ตาย พอตายก็ตามไปดูที่นั่นละ ใช่ไหม…”

    ผู้ถาม :- “ป่วยแบบนั้นไม่รู้สึกตัวนะคะ จิตเขาอยู่ที่ไหนคะ.?”

    หลวงพ่อ :- “ก็อยู่ที่จิต”

    ผู้ถาม :- “ยังอยู่กับร่างกายใช่ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถ้าหากว่ามันยังไม่ตายมันยังอยู่”

    ผู้ถาม :- “มันได้รับความรู้สึกไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ ไอ้นั่นเป็นเรื่องของประสาท ความรู้สึกประสาทมันใช้งานไม่ได้ แต่จิตมันใช้งานได้อยู่ ประสาทมันอยู่เหนืออำนาจจิต บังคับประสาทไม่ได้ ก็อย่างที่ดิ้นตูมๆ มันเรื่องของประสาทดิ้น จิตมันไม่ยอมดิ้นด้วย ทีนี้ประเภทที่ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว อย่างภาษาหมอเขาเรียก โคม่า หรือคนโบราณเขาเรียก ตรีทูต อันนี้จิตมันยังทำงานอยู่ ”

    ผู้ถาม :- “เวลาพูดกับเขา เขาไม่ได้ยิน”

    หลวงพ่อ :- “ไม่ได้ยินเพราะประสาทไม่ทำงาน มันไม่รับเสียง คือประสาทมันใช้งานไม่ได้ แต่จิตมันยังทรงตัว ”

    ผู้ถาม :- “แต่จิตก็ยังยึดอารมณ์อยู่”

    หลวงพ่อ :- “ยังอยู่ จิตนี่ไม่ปล่อย พอเริ่มต้นป่วยใหม่ๆ ถ้าจิตยึดอะไรอย่างมั่นคง มันจะยึดตลอด ฉันเคยเห็นมาหลายรายการแล้วนะ ”

    ผู้ถาม :- “ที่หลวงพ่อบอก เอกัคคตารมณ์ หมายความว่าอย่างไรคะ.?”

    หลวงพ่อ:- “ ที่ท่านเรียกว่า เอกัคคตารมณ์ คืออารมณ์อันเดียว คือทำอารมณ์ที่เป็นกุศลให้มันเป็นอย่างเดียวโดยเฉพาะ ที่เขาเรียกว่า เอกัคคตารมณ์ และจิตมันมีสภาพจำ เราจะสังเกตได้จุดหนึ่ง ถ้าว่าเราเคยเจริญสมาธิจิต แต่ว่าไม่เคยฝึกกรรมฐานโดยตรง ถ้าจิตมันมีอารมณ์โปร่งสบาย บางทีภาพเดิมมันขึ้นมา นี่ล่ะจิตมันมีสภาพจำ…

    …ฉะนั้น ถ้าหากว่าเราให้มันจำในของกุศล มันก็จำตลอด บางขณะเราอาจจะพูดไม่ดีกับเพื่อนบ้าง ไม่พอใจเพื่อนบ้าง ท่านบอกว่าก็ช่างมัน คือถืออารมณ์เดิม เช้าน่ะตั้งอารมณ์ให้ดี เพราะช่วงนั้นจิตมันสะอาด ตื่นมาตอนเช้า
    …๑.ได้พักผ่อนดีแล้ว
    …๒.อารมณ์สบาย…ก็ให้ตั้งอารมณ์ไว้เฉพาะกิจ มันจะจำตลอดวัน ถ้าตูมตามขึ้นมามันก็ไปจุดนั้นเลย

    …ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราใช้ อนุสสติ ซึ่งมี ๑๐ แต่ ๑๐ นี้ความหมายก็ดีทั้งหมด แต่ที่ดีจริงๆ ก็คือ อุปสมานุสสติ คือ นึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์ แต่เราอย่าลืมนะว่า คนที่จะนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์จริงๆ คนประเภทนี้จะต้องมีนิสัยเป็น พุทธจริต

    …พุทธจริตนี่เขาเป็นคนฉลาด ถ้าคนไม่ฉลาดก็ไม่เอา สอนเท่าไรก็ไม่เอา แม้แต่อยู่กับพระพุทธเจ้าก็ยังไม่เอาเลย ” นิพพานัง “หรือ ” นิพพานะ สุขัง ”
    ก็ว่ามันไป

    .” ..ตอนเช้ามืด ไม่ต้องภาวนาก็ได้ ตั้งจิตไปเลย นึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงพระธรรม นึกถึงพระอริยสงฆ์ พรหมและเทวดาทั้งหมด ตลอดจนท่านผู้มีคุณ ขอจงเป็นพยานแก่ข้าพเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาแล้วทั้งหมด หรือจะทำในกาลข้างหน้าก็ตาม ไม่ต้องการอย่างอื่น ต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ เพียงเท่านี้แหละ..”

    “…ตอนที่ภาวนา เราจะภาวนาว่าอะไรก็ได้ ที่เราคล่องตัว ใช่ไหม…ง่ายไหมล่ะ…ไอ้ที่ว่าง่ายน่ะ ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมาเองนะ ในพระสูตรจากพระไตรปิฎกมีเยอะ..”

    จาก…หนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๑๐๑-๑๐๔ โดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี



    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  2. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    506
    กระทู้เรื่องเด่น:
    13
    ค่าพลัง:
    +783
    สาธุ สาธุ สาธุ ครับ
     
  3. Nagamanee

    Nagamanee Mon ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    222
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +419
    อนุโมทนาสาธุค่ะ

    ขออนุญาตเล่าเรื่องที่ได้ไปเยี่ยมคนป่วยด้วยโรคเอดส์ค่ะ

    คือเขาเป็นคนรู้จักติดเชื้อทั้งสามี ภรรยา และมาทำงานแบบผิดกฏหมายในเมืองฝรั่ง และพวกเขาพูดสื่อสารภาษาต่างชาติไม่ได้ และเมื่อเขาไม่สบาย คือสามีเขานอน รพ ส่วนเมียก็คอยเฝ้า จึงเป็นไปแบบยากลำบากทั้งค่าใช้จ่ายและธุระต่างๆ แต่ก็มีคนไทยยังช่วยกันบ้างในเรื่องเอาข้าวปลาอาหารไปให้ พวกเขาไม่มีใครอยากยุ่งด้วยเพราะเป็นโรคร้าย

    เเรกๆก่อนจะไปเยี่ยม หนูมลถามไถ่ว่าพวกเขา อยู่รพ ไหน เพราะได้ข่าวว่าเจ็บป่วยหลายเดือนย้ายรักษาไปตาม รพ ต่างๆ แน่นอนเป็น อนาถาเพราะไม่มีบัตรแสดงตนของคนที่นี้ และไม่มีเงินเหลือเพราะพวกเขาส่งทางบ้านหมด แต่ไม่ยอมกลับเมืองไทยไปรักษา เพราะอับอาย ..

    พูดง่ายๆ ว่า ที่นี้ เพื่อนฝูงที่พวกเขารู้จักยังรังเกียจเลย ...กว่าจะไปเยี่ยมได้ก้ลำบาก เพราะคนอื่นเขาไม่ให้ข้อมูลมลเลย บอกว่า ผัวเมียคู่นั้นเขาจะตายแล้วรอเขาตายค่อยเอาสังฆทานไปถวายวัดไทยในอเมริกาก็ได้ แต่ มลไม่เห็นด้วย ในเมื่อโรคนี้สามารถ มีอาการที่ทรงตัวเดินทางกลับไทยได้ เขาได้ไปต่อบุญได้กลับไปรักษาบ้างถึงจะรู้ว่าจะตายก็ให้ไปตายที่บ้านเกิด จะดีกว่า

    ตอนนั้นมลเพิ่งเริ่มสวดพระคาถาพระมหาจักรพรรดิ แต่สวดตามกำลังวัน ยังไม่มีจิตมั่นคงเท่าไร ได้พระผงจักรพรรดิรูปหลวงปู่ทวดมา มีหลวงปู่ดู่ด้วย ตั้งใจจะให้พี่ทั้งสองที่มลรู้จักนั้น เขาได้พบหลวงปู่ก่อนจะเป็นอะไรไปก่อน ... ด้วยความตั้งใจอย่างนั้น จึงพยายามหาข่าวคราวว่าอยู่ รพ ไหน อยู่ที่ไหน ก็ ไปเยี่ยมเขาจนได้ตอนกลางดึกของเมื่อสองเดือนที่แล้ว..

    มล โทรไปก่อน เมียเขารับสาย แกดีใจมากที่มลจะไปเยี่ยมพวกเขา (คิดแล้วน้ำตาไหล)
    ก่อนไป มลก็ตั้งจิตสวดมนต์ไหว้พระ ขอพระพุทธเจ้าทรงนำทาง เพราะทางไป รพ อยู่กลางภูเขาสูงทางชันและออกเที่ยงคืน คิดว่าเอาละ ข้าพเจ้าจะทำดีจะนำหลวงปู่ไปช่วยพวกเขาช่วยมากช่วยน้อยก็สุดแล้วแต่ แต่ต้อง "ดี"

    ไปถึง มล เห็นเมียเขา บัดนี้ ซูบผอมเหลือตัวเล็กแขนเหลือแต่กระดูก กำลังเฝ้าสามีเขาที่ติดเชื้อเช่นกัน สามีเขายิ่งกว่า ไม่เหลือสติ ทีเเรกมลคิดว่าเขาหลับแต่เมียเขาว่า พอรู้ว่ามลจะมาเยี่ยม
    แกไม่ยอมนอน และบอกว่าหิว ทั้งที่ไม่ยอมทานอะไรมาหลายวัน แกรีบไปล้างหน้าล้างตา ลุกเอง จนเมียและพยาบาลแปลกใจ ว่านอนแหมบหลายวัน ทำไมแกลุกมาเข้าห้องน้ำเอง เดินไปรอบๆห้อง ..แต่มลไปสามีเขานอนที่เตียงแกยกมือไหว้ มลไหว้แก แล้วมลน้ำตาไหล และได้สติเลยค่ะ คนที่เคยเห็นแข็งแรง เพิ่งจะ 50 ไม่น่าจะเหมือน 80 สภาพเป็นซอมบี้ น่าเวทนามาก ตัวร้อน ตาเหลือกขึ้นลง ควบคุมประสาทไม่ได้ มือสั่นตลอดเวลา มลเข้าใจในสัจธรรมทันที...

    มลเข้าไปกอดเมียเขา แกตัวเล็กนิดเดียวแกปล่อยโฮเลย บอกว่าไม่มีคนไทยที่นี้ใครกล้าคุยกล้ากอดกล้าจับตัวพวกพี่นะ มลไม่กลัวเหรอ มลบอกว่า ไม่กลัว เพราะเป็นโรคที่ไม่ได้ติดต่อแบบสัมผัสกันแล้วจะมาติดต่อกัน อีกอย่าง มลเชื่อในพลังพุทธคุณ ถ้ามลจะตายก้เพราะกรรมของมลไม่เกี่ยวกะอะไรทั้งนั้นล่ะ มลเอาหลวงปู่ทวดร้อยเชือกสวมคอพี่เขาทั้งคู่ เล่าเรื่องหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ให้พวกเขาฟัง อธิบายการตั้งมรณานุสติ เชื่อไหม มลคิดว่า สามีแกคงจะไม่รับรู้แล้ว
    พอมลเอาพระสวมคอยังไม่ทันสวม แกเอื้อมจับพระหมับแน่นพยายามเอาสวมคอตน พนมมือ สาธุๆๆๆ เมียเขา อึ้งเลย บอกว่า พี่แกรู้ด้วยๆๆ มลอาราธนาศีล สวดมนต์ ตั้งจิตอาราธนาพระรัตนตรัย หลวงปู่ดู่ ให้มาช่วยพวกเขาปรับภพภูมิ ตั้งมรณานุสติ

    บอกกับสามีของพี่เขาว่า " พี่ตั้งจิตนะ มลจะสวดมนต์นะคะ พี่ไม่ต้องคิดอะไรนะ ไม่ต้องห่วงนะ
    เจ็บมากก็ปล่อยนะ เหนื่อยก็ปล่อย ไม่มีอะไรให้ห่วงเเล้วนะคะ เห็นหลวงปู่มั้ยคะ เห็นจีวรท่านมั้ย พี่เห็นท่านมาเมื่อไร พี่ตามหลวงปู่ท่านไปเลยนะคะ พี่เห็นแสงสว่างเมือไร พี่เดินตามแสงนั้นไปเลยนะคะ " ..ตอนนั้น มล มีความรู้สึกว่า พวกเขาต้องดีขึ้น จึงตั้งสัจจะอธิษฐานต่อหลวงปู่ ลูกจะสวดพระคาถาพระมหาจักรพรรดิวันละ 108 จบ หนูขอให้พวกพี่เขาอาการดีขึ้น และกลับบ้านได้ กลับไปทำบุญไปต่อบุญให้พวกเขาเองเป็นเสบียงบุญก่อนจะจากโลกนี้ไป (ตายที่บ้านเกิด มันย่อมจะดีกว่าตายที่ต่างแดนค่ะ)

    มลจับมือสามีพี่เขาตอนสวดมนต์ตลอด สัพเพ ขอให้พวกเขาได้มีบุญที่จะได้กลับไปเมืองไทย
    ให้กำลังใจเขา พอมลกลับ เมียแกร้องไห้ บอกว่า พี่เชื่อว่าพี่ต้องได้กลับไทยไปรักษาตัว ไปไหว้พระที่เมืองไทยก่อนพวกพี่จะเป็นอะไรไป พวกเขาจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเท่า มลค่ะ 10 ปี ไม่ได้กลับไทย ..

    มลบอกพวกเขาว่า "พี่สวดมนต์ตลอดนะพี่ เปิดยูทูบก็ได้ ในโทรศัพท์ เปิดให้ฟังทั้งวันคืนตั้งจิตเลยพี่ ถ้าทนไม่ไหว ให้คิดว่าตัวเองอยู่ในอุโบสถที่เมืองไทยกำลังกราบไหว้พระประธาน คิดแต่สิ่งดีๆนะพี่นะ ความเจ็บปวดทำอะไรจิตใจเราไม่ได้ขอให้คิดแบบนี้ เราแค่อาศัยกายเนื้อมาเกิด มาใช้วิบากกรรรม เราถึงเวลา แล้วเราต้องตาย ไม่มีใครไม่ตาย มลเองก็ต้องตาย พี่คิดดีๆแค่นี้เห้นแสงสว่างเมื่อไร เห็นหลวงปู่เห็นพระท่านใด ให้เดินตามไปเลยนะพี่นะ มลส่งพวกพี่ได้เท่านี้ ขอให้พี่ทั้งสองอนุโมทนาสาธุในบุญกุศลที่เคยทำและมลจะทำ พี่สาธุทุกๆวันนะพี่ เพราะมลตั้งใจมาก"

    ปาฏิหาริย์มีจริง ... หลังจากเกือบสองเดือน ที่มลพยายามสวดมนต์ 108 จบทุกวัน จนเสียงแหบ ก็มีคนสงสัยเยอะ (เป็นคนเสียงดังคะ เวลาสวดมนต์จะสวดแบบทำนองสรภัญญะ) อาการพี่เขาดีขึ้น จนมีคนบอกว่าพวกเขา เดินได้ปกติกินอาหารแบบคนทั่วไปได้ แต่เมียพี่เขาตาบอดข้างนึงเพราะเชื้อขึ้นตา แต่โชคดี ที่พวกเขาจะได้กลับไทยเพราะญาติที่เป็นแม่ครัวสามีเขาออกค่าเครื่องบินทั้งคู่ให้ค่ะ และสำคัญคือ แพทย์ที่อเมริกาออกใบสำคัญรับรองการเดินทางโดยเครื่องบินได้ ทั้งคู่จึงมีสิทธิ์บินกลับไทยได้ (ถ้าแพทย์ไม่รับรองจะขึ้นเครื่องกลับไม่ได้ค่ะ)

    วันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง มลได้พบพวกเขา แม้จะดูแย่ดูโทรมไปเพราะโรคร้าย แต่แววตาเขาว่าจะสู้ มลกอดพวกเขา ชาวบ้านก็ตกใจกัน มลบอกว่า "จำอ้อมกอดมลไว้นะ จำสายตามลไว้นะ เราเป็นกัลญาณมิตรที่ดีต่อกันนะคะ เราจากด้วยความรัก เราจากด้วยรอยยิ้ม ใครจะไปก่อนใครไม่สำคัญค่ะ ภพหน้าไม่ว่าจะเป็นอะไรกัน ถ้าพบกันมลกับพวกพี่ๆจะเป็นไมตรีต่อกันนะคะ เป็นกัลญาณมิตรต่อกัน ช่วยเหลือกันนะคะ จนกว่าที่เราจะไปถึงพระนิพพานด้วยกันนะพี่นะ" พี่ๆเขาก็อนุโมทนาสาธุกับมลค่ะ ตอนนี้ทั้งคู่อาการดีขึ้นค่ะ อยู่เมืองไทยได้ระยะนึงแล้ว

    *****มันอาจจะดูเหมือนว่าทำไม มลไม่เลือกนิพพาน จริงๆมลเลือกนิพพานค่ะ แต่มลตั้งสัจจะทดแทนบุญคุณ ชดใช้วิบากกรรม และช่วยเหลือกันก่อนก่อนค่ะ เราไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยมือเราคนเดียว เราต้องมีเพื่อนดีๆช่วยกัน เป็นญาติธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา เพื่อปิดอบายภูมิ และมลก็ไม่ท้อค่ะ มีเหนื่อยมีท้อมีร้องไห้ แต่ไม่เสียใจที่ได้ช่วยใครค่ะ แม้จะไม่ได้อะไรกลับมาเลย บางทีโดนด่าว่าเผือกด้วย 5555 ที่สำคัญมลตั้งใจทำตัวเองให้เป็นประโยชน์ทั้งสามแดนโลกธาตุนี้ค่ะ ยังสนุกกับการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ :D:D:D

    ก่อนนอน อาบน้ำ แต่ตื่นนอน มลจะตั้งมรณานุสติค่ะ เวลาขับรถขึ้นลงภูเขาทุกวัน ก็ตั้งตลอดว่ารถแหกโค้งเจอกวางกระโดดเมื่อไรก็ไปละ จบ :D

    ขอน้อมบารมีหลวงปู่ดู่ พระโพธิสัตว์บารมี เพื่อตั้งจิตอธิษจาน ในการตั้งใจนี้ให้สัมฤทธิ์ผลด้วยเทอญ ขอให้ผุ้ที่ตั้งใจไม่ว่าจะเป็นพุทธภูมิ หรือพระพุทธปัจเจก ต่างได้รับอานิสงส์สำเร็จในฌานบารมีทุกท่านด้วยเถิด สาธุสาธุสาธุ
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    9,729
    กระทู้เรื่องเด่น:
    112
    ค่าพลัง:
    +24,677
    nippanaPajayohotuSadhu.jpg
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - การจับอารมณ์นิพพานก่อนตายทุกๆ วัน
  1. mahanatidotcom
    ตอบ:
    11
    เปิดดู:
    65
  2. PR@M.D.Soft 0816198579
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    33
  3. pt_phensri
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    25
  4. pt_phensri
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    26
  5. ชมพู่หวาน
    ตอบ:
    4
    เปิดดู:
    66

แชร์หน้านี้

Loading...