เรื่องเด่น ขนหัวลุก!“วัด”ที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่เลย เหตุผลสุดสะพรึง ไม่ว่าจะกี่รูปเจอของดีไม่เว้นแม้ตอนกลางวัน!!

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 4 มกราคม 2018.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    855
    ค่าพลัง:
    +28,818
    4..jpg

    ถึงกับขนหัวลุก!!! “วัด” แห่งเดียวในไทยที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่เลย?!! ด้วยเหตุผลอันสุดสะพรึง ไม่ว่าจะกี่รูปต่อกี่รูปก็เจอของดีไม่เว้นแม้ตอนกลางวัน?!!

    ไม่อยากจะเชื่อว่าวัดแห่งนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาเลย สำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้ อยู่ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดเล่าว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นมรดกตกทอดจากบิดาของพระอาจารย์ซ่วน ปัญญาธโล อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าลาดใต้ พระเกจิดังเรื่องปลัดขิกเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เนื่องจากท่านเป็นพระที่มุ่งปฏิบัติสมาธิภาวนา “กสิญสิบ” สื่อสารกับดวงวิญญาณ-ภูตผี จนทำให้ไม่มีเวลาปฏิบัติกิจของสงฆ์ จึงลาสิกขาบท ออกมาตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ จากนั้นมาพระอาจารย์ซ่วนก็มุ่งมั่นปั้นรูปปั้นต่างๆขึ้น เช่น กุมารทอง, นางกวัก, ตุ๊กตาเด็ก


    1..jpg


    รูปปั้นนับร้อยที่พระอาจารย์ซ่วนได้ปั้นขึ้น จะมีการลงอักขระอาคมไว้ทั้งหมด บางตัวมีส่วนผสมของชิ้นส่วนคนตาย โดยเฉพาะผิวหนังของร่างคนตายที่สักยันต์ แต่เผาไม่ไหม้ จะถูกนำมาเป็นมวลสารในการปั้น และทุกตัวจะมีช่องสำหรับนำอัฐิคนตายบรรจุไว้ด้านใน หากญาติผู้เสียชีวิตแจ้งความประสงค์อยากให้วิญญาณสถิตอยู่ในรูปปั้นเหล่านี้ พระอาจารย์ซ่วนก็จะประกอบพิธีบรรจุอัฐิให้


    2..jpg




    จนกระทั่งปี 2536 พระอาจารย์ซ่วนมรณภาพลง ตั้งแต่นั้น สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ก็ไร้พระสงฆ์เข้ามาจำวัด หลายครั้งที่ทางวัดให้พระสงฆ์เข้ามาฟื้นฟูสถานที่ แต่ไม่เคยมีพระรูปไหนอยู่ได้ อ้างพบเห็นสิ่งที่ชวนพิศวง ทั้งงูยักษ์เลื้อยผ่าน ได้ยินเสียงดังแปลกๆ คล้ายเสียงคนพูดคุยกัน จนสุดท้ายจำเป็นต้องปล่อยให้ทิ้งร้างแต่ก็มักมีคนแอบเข้ามาในสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ เพราะทั้งรูปปั้นและปลัดขิกขนาดใหญ่ ต่างเป็นที่จับจ้องของกลุ่มคนบูชาเครื่องรางของขลัง เคยถึงขั้นมีคนลอบนำรถเครนเข้ามา หวังยกปลัดขิกนำกลับไปบูชา แต่ก็ไม่สำเร็จ ยกเท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้น แม้จะใช้คนนับ 10 ชีวิต ที่สุดก็ต้องถอยกลับไปโอ้โหศักดิ์สิทธิ์จริงๆ


    5..jpg


    6..jpg


    7..jpg


    8..jpg


    9..jpg


    10..jpg


    ขอบคุณที่มา
    http://www.taharnkla.zocialx.com/17143

     
  2. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,067
    กระทู้เรื่องเด่น:
    855
    ค่าพลัง:
    +28,818
    บุกพิสูจน์อาถรรพ์ แหล่งท่องเที่ยวสุดหลอน! อุทยานฯ "หุ่นฝังวิญญาณ" ในสำนักสงฆ์ร้าง

    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1829.jpg



    บุกพิสูจน์แหล่งท่องเที่ยวอาถรรพ์ชวนขนหัวลุก กับอุทยานกลางแจ้ง "หุ่นฝังวิญญาณ" ในสำนักสงฆ์ร้างอาจารย์ซ่วน เกจิชื่อดังในตำนาน เมื่อกว่า 30 ปีก่อนของเมืองแปดริ้ว ที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างมานานถึง 24 ปีเต็ม จนกลายเป็นผืนป่าอึมครึมอันน่าสะพรึงกลัว ขณะชาวบ้านนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แห่เข้ามาขอโชคลาภ อย่างเนืองแน่น

    วันที่ 7 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปพิสูจน์ยังสถานที่อาถรรพ์ตามคำร่ำลือของชาวบ้าน ถึงความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งหนึ่ง ภายในบริเวณสำนักสงฆ์ร้างอาจารย์ซ่วน เกจิชื่อดังในตำนานของเมืองแปดริ้ว ซึ่งเป็นอุทยานกลางแจ้งหรือศูนย์รวมของหุ่นปั้นฝังวิญญาณ ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างและตั้งวางให้ยืนตระหง่านเรียงรายกันอยู่เต็มแน่นพื้นที่ ภายในบริเวณผืนป่าริมคลองท่าลาด พื้นที่รอยต่อระหว่าง ม.5 และ ม.6 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1830.jpg



    สอบถาม นางสายพิน เจนภูมิเดช อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1014 ม.1 ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หนึ่งในเด็กสาวที่ถูกนำมาฝึกหัดให้เป็นผู้ช่วยช่างปั้นหุ่น ปฏิมากรรมปูนปั้นทั้งหลายเหล่านี้ ตั้งแต่เมื่อครั้งเธอยังอยู่ในวัย 18-19 ปี ได้เล่าว่า พระอาจารซ่วน ปัญญาธโร เจ้าของสำนักสงฆ์แห่งนี้ ท่านได้มรณะภาพไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2536 ด้วยวัย 63 ปี สำนักสงฆ์แห่งนี้ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ดินส่วนตัว ซึ่งเป็นสมบัติของนายวัน บิดาของพระอาจารย์ เนื้อที่ดินประมาณ 2 ไร่ จึงถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานานถึง 24 ปีเต็มแล้ว

    สภาพพื้นที่จึงดูรกร้างและหุ่นปั้นตามจินตนาการ และวรรณคดีต่างๆ จำนวน 242 ตน จึงได้ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้จนมีต้นไม้และเถาวัลย์น้อยใหญ่ขึ้นรกปกคลุม จนดูน่าสะพรึงกลัว



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1831.jpg



    โดยหุ่นปั้นในสำนักสงฆ์ร้างของพระอาจารย์ซ่วนแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นปั้นตามวรรณคดีไทย และหุ่นปั้นทางศาสนาต่างๆ ทั้งไทย จีน อินเดีย เช่น หุ่นปั้น ในพุทธประวัติ หุ่นปั้นเจ้าแม่กาลี ในศาสนาพราหมณ์ ของอินเดีย หุ่นปั้น 8 เซียน ของจีน และเจ้าแม่กวนอิม ตลอดจนรูปปั้นยักษ์จากวรรณกรรมต่างๆ เปรตอสูรกาย จากเรื่องพระอภัยมณี นางสิบสอง และขุนโจรที่มีชื่อเสียงในอดีต อย่างมากมายหลายร้อยชนิด

    เนื่องจากท่านเป็นคนชอบสร้างหุ่นเพื่อสะเดาะเคราะห์ให้แก่ผู้คนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ และหุ่นทุกตัวที่สร้างขึ้นจะมีส่วนผสมของกระดูกผีตายโหง ตามวิชาอาคมที่ท่านได้เรียนมา และมีการตั้งโต๊ะทำพิธีเซ่นไหว้ในทุกๆ ตนที่สร้างขึ้น จึงยิ่งทำให้ป่าหุ่นปูนปั้นแห่งนี้ยิ่งดูขลึงขลังวังเวง จนน่าสะพรึงกลัวและไม่มีใครกล้าย่างกายหรือเดินผ่านเข้ามาใกล้



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1832.jpg



    เดิมทีนั้น พระอาจารย์ซ่วน ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าลาดใต้ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกันริมคลองท่าลาดใต้สายนี้ แต่หลังจากที่มีผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันเดินทางเข้ามาขอให้ท่านช่วยเหลือ และเข้ามาขอเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะปลัดขิกเรียกทรัพย์ เป็นจำนวนมากอย่างเนืองแน่นตลอดทุกวัน จนทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน

    เพราะนอกจากจะรับแขกเหรื่อญาติโยมที่เดินทางเข้ามาขึ้นหาแล้ว ท่านยังต้องทำงานภายในวัดอื่นๆ ด้วย พระอาจารย์จึงได้ข้ามมาก่อตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นมา เพื่อหลบหลีกจากการถูกรบกวนจากผู้คน ด้วยการพายเรือข้ามฝั่งมายังภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่บ้าง

    "โดยที่ในวัดท่าลาดใต้เองนั้น ปัจจุบันก็มีหุ่นปูนปั้นรูปร่างต่างๆ เหล่านี้อยู่มากมายเช่นเดียวกัน และยังมีอายุเก่าแก่มากกว่าหุ่นปั้นในป่าสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้อีกด้วย แม้จะถูกพระสงฆ์ที่เข้ามาอยู่ภายในวัดท่าลาดใต้ในยุคหลัง ไถทิ้งไปบ้างแล้วก็ตาม โดยหุ่นปูนปั้นที่วัดท่าลาดใต้นั้น มีอายุราว 50 ปี ส่วนหุ่นปั้นในสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 40 ปีเศษเท่านั้น" นางสายพินกล่าว



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1833.jpg



    ขณะที่ นายรณชัย ลี่เส็ง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/9 ม.3 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา อดีตเด็กวัดพงษาราม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักสงฆ์แห่งนี้มากนัก กล่าวว่า เมื่อครั้งตนยังอยู่ในวัย 12 ขวบ พระอาจารย์ซ่วนยังมีชีวิตอยู่ ตนได้เข้ามาวิ่งเล่นยังที่สำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่เป็นประจำ เพราะมีของกินมากเนื่องจากมีผู้คนเข้ามาขึ้นหาอาจารย์มาก และยังมีรายได้จากผู้คนที่ได้ใช้ไหว้วานให้ไปช่วยซื้อของให้ เนื่องจากเส้นทางการสัญจรในสมัยนั้นไม่ค่อยสะดวก จึงรู้จักคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี

    โดยหุ่นปั้นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีวิญญาณจากกระดูกผีที่นำมาใช้เป็นส่วนผสม ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้ามาใกล้ยังสถานที่แห่งนี้ แต่หลังจากที่ได้มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ได้เข้ามาถ่ายทำรายการในสถานที่แห่งนี้เมื่อกว่า 4 เดือนก่อน และนำออกเผยแพร่ไป จึงทำให้เริ่มมีผู้คนรู้จักสถานที่แห่งนี้ และเริ่มมีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หรือต้องการเข้ามาพิสูจน์ถึงความลี้ลับ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1834.jpg



    เเละในเวลากลางคืนมักจะมีผู้เข้ามาขอโชคลาภ โดยนางจิตรตรา พันธนา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ม.2 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ที่ได้รับโชคลาภ จากการค้นหาเลขเด็ดจากหุ่นปูนปั้นเหล่านี้ ซึ่งได้เดินทางเข้ามาแก้บนกับหุ่นรูปกุมารกลางป่า กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นคนในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เคยเข้ามาขออะไรยังสถานที่แห่งนี้มาก่อน จนเมื่อวันก่อนการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาลในงวดที่ผ่านมา จึงได้เข้ามาลองขอดู ปรากฏว่าได้รับเลขโชคลาภจริงๆ แม้จะเป็นเพียงโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ในวันนี้จึงได้ไปซื้อของเล่นมาแก้บน ตามที่ได้เคยเอ่ยปากให้ไว้แก่หุ่นกุมารเพื่อรักษาสัญญา

    "ส่วนเรื่องประหลาด หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในสถานที่แห่งนี้นั้น ตนยังไม่เคยเจอ แต่มีเพียงอาการขนลุกซู่ตั้งชันทั้งตัวอยู่บ่อยครั้ง" นางจิตรตรากล่าว



    %E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%201_1835.jpg




    ขอบคุณที่มา
    http://www.workpointtv.com/news/31335
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    10,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    127
    ค่าพลัง:
    +25,071
    น่าเสียดาย
    Ghost.jpg
     
  4. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    618
    กระทู้เรื่องเด่น:
    18
    ค่าพลัง:
    +931
    "กสิณ 10" ก็เป็นหนึ่งใน "วิปัสสนาธุระ" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจของสงฆ์
    เพราะเป็นการมุ่งปฏิบัติให้จิตเกิดสมาธิ
    แล้วนำสมาธิที่ได้นั้น มาเป็นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนา
    เพื่อให้บรรลุมรรคผลได้ในที่สุด ถ้าไม่มีสมาธิก็ไม่มีทางที่จะบรรลุมรรคผลได้
    ดังนั้น ศีล สมาธิ และ ปัญญา มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

    และอานิสงส์พิเศษของการฝึกสมาธิโดยใช้กสิณก็คือ
    สามารถที่จะใช้ผลของกสิณนั้นได้ คือ มีฤทธิ์ในกสิณนั้น ๆ ตามที่ตนได้นั่นเอง
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,029
    ค่าพลัง:
    +27,387
    ในมุมส่วนตัวมองว่า
    ท่านจะไม่ค่อยชอบ
    คนที่พูดและคิดไม่ดีครับ
    ส่วนตัวมองว่า สาเหตุที่จะอยู่ไม่ได้
    เพราะ ๒ สาเหตุนี้เป็นหลักครับ...
    เรื่องเกี่ยวกับอะไรพิเศษส่วนตัว
    มองว่าเป็นเรื่องรอง พอดีท่านเด่นทางนี้พอดี..
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...