@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    ทรงฌานสี่ตลอดเวลา

    ถาม :
    ฌานสี่ได้ตลอดเวลา กับทรงฌานสี่ได้ตามที่เรานึกอยากจะทำ อย่างไหนดีกว่ากัน
    ตอบ : ถ้าหากว่าไม่ทรงตลอดเวลา อารมณ์ก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ แต่ว่าถ้าทรงได้ในเวลาที่เราต้องการนี่ ถือว่าสุดยอดแล้ว อยากได้เมื่อไรก็ทำได้ แสดงว่าเก่ง..ใช้ได้ ถ้ากิเลสกินอยู่ ทรงฌานไม่ได้หรอก

    ถาม : หลวงพ่อคะ เขาทรงฌานสี่ตลอดเวลาได้อย่างไร คงต้องมีบ้างที่แบบว่าอารมณ์ถอยลงมา
    ตอบ : ต้องบอกว่า ด้วยกำลังของสมาธิ….ถ้าหากว่าเราทำถึงที่สุดแล้ว ซักซ้อมจนคล่องตัว จะสามารถทรงกำลังอัตโนมัติเอง แล้วลักษณะของอัตโนมัตินี้ สามารถที่จะแบ่งกำลังใจไปทำอย่างอื่นได้ด้วย ขณะนั้นความนิ่งความสงบภายในเท่ากับฌานสี่ แต่การเคลื่อนไหว การพูด การทำต่าง ๆ เท่ากับอุปจารสมาธิหรือปฐมฌาน เขาถึงได้เรียกว่า ฌานใช้งาน

    คราวนี้เรื่องของสมาธิก็ขึ้นอยู่กับ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สามารถเสื่อมไปได้ตามสภาพ แต่ถ้าทำไปถึงระดับหนึ่งแล้วกำลังใจจะทรงตัวอยู่ บางทีกำลังสมาธิลดลงแต่กำลังใจไม่ได้ลดตามไปด้วย โดยเฉพาะถ้าเป็นพระอริยเจ้าแล้ว กำลังใจในการตัดกิเลสไม่ได้ลดตาม

    แบบเดียวกับที่พระอัสสชิท่านป่วย แล้วอาการเวทนาเกิดมาก ขนาดร้องครวญครางเลย ท่านจึงขอพระที่อุปัฏฐากอยู่ไปทูลถามพระพุทธเจ้า สงสัยว่าความดีที่ทำได้จะสูญเสียแล้ว เพราะว่าเจ็บเหลือเกิน พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า "อัสสชิ เธอเห็นร่างกายนี้เป็นของเธอหรือ ?" พระอัสสชิก็ทูลว่า "ไม่เคยเห็นเป็นของตัวเองเลยพระเจ้าข้า" พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นความดีของเธอไม่ได้ลดลง ที่ลดลงคือกำลังสมาธิที่เป็นฌาน ร่างกายที่ป่วยมาก ๆ ฌานก็เสื่อมเป็นธรรมดา

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ ณ บ้านอนุสาวรีย์

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    อำนาจแห่งฉัตรธานุภาพ


    สมัยที่อาจารย์ศุภรัตน์เป็นอาจารย์ที่วิทยาเขตหันตรา ระหว่างอยู่เวรตอนกลางคืน มีคนงานมาคุยด้วยเล่าถึงคนแก่ที่อยู่แถววิทยาเขต ตายไปแล้วฟื้น อายุประมาณ ๘๐ ปี คุณยายได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่าตอนที่วิญญาณออกจากร่าง ได้ไปสถานที่ต่างๆได้เห็นสัปปะทนลอยอยู่จำได้ว่าเคยถวายให้วัดไว้ สัปปะทนได้ลอยอยู่บนศีรษะตามไปทุกที่ จนกระทั่งนำวิญญาณกลับมาที่ร่างและฟื้นขึ้น
    ในห้องหลวงปู่ดู่ หน้าหิ้งพระตรงอาสนะ ที่หลวงปู่ใช้นั่งสวดมนต์ บนเพดานมีสัปปะทนกางอยู่ มีลูกศิษย์นำมาถวาย และได้นำมากางไว้ สอบถามเขาพูดแต่เพียงว่า หลวงลุงเหมะกับการมีกลด ถ้าใครได้รู้ข้างในของท่าน(กายทิพย์)จะเข้าใจว่าท่านไม่ใช่ พระธรรมดาท่านบอกว่า อย่าพูดไป เดี๋ยวแกจะพาคนตกนรก อาจารย์ก็รับฟังไว้ เพราะเป็นระยะแรกๆที่เข้าไปหาท่าน
    จวบจนกระทั่งได้พาหมู่คณะ ที่ทำงานการถวายฉัตรตามที่ต่างๆโดยทำเป็นพุทธฉัตรโดยบรรจุพระบรมสารีริกธาตุกับดวงแก้วมหาจักพรรดิที่เสด็จมา ตามที่หลวงปู่ได้บอกไว้ล่วงหน้าหลายปี จนท่านมรณภาพ จึงมีการเสด็จของ ของมงคลเหล่านี้
    พี่สาวของ โสภน สว่างหล้า ได้มีโอกาสมาร่วมงานถวายฉัตรด้วย มาทราบข่าวตอนโสภนบอกว่า พี่สาวเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย กำลังป่วยอาการวิกฤติ ได้แต่สวดมนต์แผ่เมตตาให้ ต่อมาโสภนมารายงานว่า เมื่อวานจะไปไม่ไป เห็นพี่สาวเขียนตัวเลข เลยสงสัยนึกถึงตอนแทงหวยแน่ ถ้าไปตอนนี้ไม่ดีแน่ อยู่มาพี่สาวบอกว่าไม่กลัวแล้วเห็นฉัตรที่ไปร่วมถวายไว้ พร้อมกับเห็นพระพุทธรูปปางมหาจักพรรดิ จะตายตอนไหนก็ไม่เป็นไร โสภนบอกตอนแรกนึกว่าพี่สาวคงพูดปลอบใจไม่ให้ทุกข์ เกิดร้อนใจด้วยความเป็นห่วง จึงแอบสังเกตพฤติกรรม เห็นอาการพี่สาวเป็นปกติจึงมั่นใจว่าพี่สาวเห็นเช่นนั้นจริงๆ พี่สาวมีอาการสงบไม่ทุรนทุราย บอกแต่เพียงว่า ตอนนี้ก็ไปอยู่กับองค์พระมหาจักพรรดิสบายแล้ว จะไปตอนไหนก็แล้วแต่
    บุตรชายได้บวชให้แม่เพื่อให้เห็นชายผ้าเหลือง แม่ก็โมทนาบอกที่จริงไม่จำเป็นหรอก เพราะแม่อยู่กับพระตลอด รอวันที่ร่างกายจะหมดไฟก็ไปสบายไม่ต้องเป็นห่วง พี่สาวก็อยู่มาจนสังขารไม่ไหว ไปด้วยความสงบไม่มีอาการทุรนทุราย
    ผู้หญิงที่ไม่ได้มีความรู้ทางโลกมาก ไปทำบุญด้วยศรัทธาเพียงไม่กี่ครั้ง แต่กำลังบุญที่ได้ไปถวายกับพระพุทธเจ้า เกิดเป็นพลังบุญอันยิ่งใหญ่ เมื่อมรณะภัยคืบคลานมา กำลังแห่งพุทธคุณได้อุดหนุนบุญส่ง นำจิตวิญญาณไปสู่สุคติภูมิ
    นี่คือ อำนาจแห่งพุทธฉัตรที่ทรงพลานุภาพ สำหรับผู้ที่มีศรัทธาปสาทะ อย่างแท้จริง
    พุทธฉัตร พันแห่งแสง แสดงว่า
    แรงศรัทธา ยังคงมั่น ไม่หวั่นไหว
    พุทธธรรม ประกาศก้อง เป็นธงชัย
    กายและใจ ร่วมรังสรรค์ งานมงคล
    งานจะยาก หรือง่าย ใช่ปัญหา
    ร่วมแรงใจ ฟันฝ่า จนเห็นผล
    น้อมถวาย บูชา พระทศพล
    ดวงกลม แจ่มใส ได้บุญจริง



    24174473_793434417507190_5499580413842901189_n.jpg


    *********************************************

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    2348-1-jpg.jpg

    การเลี้ยงสุนัขและแมว
    โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

    สุนัขและแมวที่ท่านเลี้ยงไว้นั้น ท่านคุยกับมันรู้เรื่องทุกตัว ดังนั้นการดูแลทุกข์สุขและอาหารการกินจึงสมบูรณ์ พอหน้าหนาวหลวงพ่อจะให้พระก่อไฟเป็นกองๆตามลานซีเมนต์ เพื่อให้สุนัขได้ผิงไฟแก้หนาวเสมอมา

    ครั้งหนึ่งหลวงพ่อลงมาสอนกรรมฐานที่กรุงเทพฯ พอกลับไปถึงกุฏิที่วัด คุณเอี่ยมคนเลี้ยงแมวก็มารายงานว่า ” พอหลวงพ่อไปกรุงเทพฯ แมวก็ไม่กินข้าว ”

    หลวงพ่อก็ย้อนทันที่ว่า ” แกเรียกมันว่าอีใช่ไหมล่ะ ”

    คุณเอี่ยมถามว่า ” หลวงพ่อรู้ได้ไง ”

    ท่านตอบว่า ” ก็มันฟ้องข้าอยู่นี่ไง ”

    กลางปี 2526 คุณฉวีวรรณ สรรพกิจ ได้ถวายสุนัขพันธ์ไทยหลังอานเพศเมีย 1 ตัวและพันธ์ไทยธรรมดา 1 ตัว ตัวผู้มาจากโคราช หลวงพ่อตั้งชื่อว่า ” นิล ” เพราะเธอมีสีดำตลอดตัว อกขาวเล็กน้อย เพศเมียตัวเล็ก เป็นลูกสุนัข ขณะที่ถวายไปมีหลังอาน สีน้ำตาล เรียกว่า หลังอานไวโอลิน เธอมาจากจังหวัดตราด หลวงพ่อตั้งชื่อว่า ” นาก ”

    โดยปกติหลวงพ่อท่านก็เลี้ยงสุนัขและแมวเป็นประจำอยู่แล้วหลายสิบตัว ทุกกุฏิที่ท่านอยู่จะต้องมีสัตว์ 2 ประเภทนี้ประจำการเสมอ เท่าที่สำคัญก็มี สิงห์ดอก โคล่า เจ้าอ้วน เจ้าดม ฯลฯ รวมทั้งสุนัขเดินหลงทาง สุนัขจรจัด ขาดที่พึ่งก็มีมาก คนไปปล่อยวัดก็มีมาก พระในวัดท่าซุงเกือบทุกองค์มีสุนัขอาศัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น

    หลวงพ่อเลี้ยงเธออย่างอิสระไม่ขังกรง แต่มีอาณาเขตกว้างขวางในรั้วรอบขอบชิด ไม่ปนกับสุนัขภายนอก สุนัขทั้งคู่นี้เธอแสนรู้มาก หลวงพ่อพูดภาษาไทยกับเธอ เธอรู้เรื่องทุกคำ และปฏิบัติตามตลอดไม่เคยลืม คนเราเสียอีกยังมีลืมบ้าง แต่สุนัขไม่ลืม

    จาก 2 ชีวิต ขยายพันธ์กันในพวกเดียวกันนี่แหละ มิได้ปนกับสุนัขภายนอกเลย เวลานี้ถ้าไม่ตายเสียบ้างก็นับไม่ถ้วน เอาเฉพาะที่ยังอยู่ก็เกือบ 300 ชีวิต ปี 2532 หลวงพ่อย้ายที่พักจากตึกกลางน้ำไปอยู่ข้างวิหารแก้ว 100 เมตร และอยู่ที่นี่จนวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน

    หลวงพ่อท่านบอกเสมอทุกครั้งที่สุนัขคลอดลูกออกมาใหม่ ท่านตั้งชื่อให้แล้วบอกว่าตัวนี้เป็นใคร มาจากไหน เดิมชื่ออะไร ตายเพราะอะไร ลงมาเกิดเป็นสุนัขของหลวงพ่อเพราะอะไร และวันไหนที่สุนัขตาย หลวงพ่อจะบอกว่า เธอไปอยู่ที่ไหน มารายงานตัวแล้ว ก่อนตายเธอคิดอย่างไร

    ผลสรุปก็คือ สุนัขทุกตัว เธอมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 90 เปอร์เซนต์ นอกนั้นก็มาจากพรหม และจาตุมหาราช ไม่มีมาจากอบายภูมิเลย

    ยามเย็นหลวงพ่อกลับจากทำงาน ลงจากตึกรับแขกกลับที่พัก หลวงพ่อจะลงนั่งกับพื้นปล่อยให้สุนัขเล็ก-ใหญ่ ทั้งหลายรุมเล่นท่าน งับแขน เลียมือ ดึงสายรัดเอว งับนิ้ว ดึงกุญแจ ดึงอังสะตามแต่เธอจะทำด้วยความคิดถึง แล้วหลวงพ่อก็ไปเยี่ยมสุนัขแม่ลูกอ่อนทีละห้องจนครบทุกแม่ บางแม่ก็มาตามหลวงพ่อเพราะยังไม่ถึงห้องเขาก็มาคอยรับหลวงพ่อแล้วพาไปดูลูกเขา หลวงพ่อจะเข้าไปในห้องเขา จัดที่นอนปูให้เรียบร้อย จับลูกเขามานอนตักท่าน สุนัขทุกตัวผ่านการนอนตักหลวงพ่อทั้งนั้น หลวงพ่อท่านทำประดุจเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเธอทุกตัว ดังนั้นสุนัขทุกตัวจึงรักหลวงพ่อ แม้เพียงได้ยินเสียงหลวงพ่อเขาก็เห่าหอนต้อนรับเกรียวกราว หลวงพ่อบอกว่า ให้หมาติดผ้าเหลืองไว้ ตายแล้วไปสวรรค์ทุกตัว

    ยามค่ำคืนเมื่อเกิดฝนตก ฟ้าร้องน่ากลัว สุนัขกลัวเสียงฟ้าร้องมาก เขาจะพากันวิ่งไปรอบหน้ากุฏิหลวงพ่อ ฝ่าฝนเปียกปอนไปให้ถึงหลวงพ่อ แล้วหลวงพ่อก็ออกมานั่งกับพื้นเป็นเพื่อนปลอบใจเขามิให้กลัว จนกว่าฝนฟ้าคะนองจะหมดไป

    (จากหนังสือ ” ประวัติหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ” หน้า 427)



    ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    "...ความเป็นมงคลนั้น เริ่มจากการพูด ถ้าพูดเป็นมงคล ก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ยกตัวอย่างเหมือนบ้าน ถ้าเจ้าของบ้านอยากให้บ้านเป็นมงคล ก็หมั่นสวดมนต์ พูดแต่สิ่งที่ดี ที่เป็นมงคล ไม่นินทาว่าร้าย ไม่พูดสิ่งที่เรียกว่าอัปมงคล ถ้าทำได้เช่นนี้บ้านนั้นก็จะมีแต่ความเป็นมงคล ความเป็นมงคลนั้นอยู่ที่ตัวของเรา เราต้องทำด้วยตัวเอง..."

    ท่านพ่อลี ธมฺมธโร



    ?temp_hash=0b8f02718ea5a315c3f083f1fa68561f.jpg

    *************************************************************

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
     
  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    " ถ้าเอ็งชินอยู่กับจักรพรรดิ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตจะเกิดขึ้นทันที ที่เราฝึกไม่ได้เรื่องได้ราว เพราะเราขาดเมตตา พรหมวิหาร บันทึกบุญ ขาดการพิจารณา ใคร่ครวญ ขาดการอ่อนน้อมถ่อมตน ขาดการโมทนาบุญ ติดอารมณ์ทางโลก ถ้าค่อยๆ ทำไป จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีความเข้าใจมันจะเริ่มไปเรื่อยๆ
    ติดขัดอะไร แค่เอ็งสวดมนต์ แค่นึกถึงข้า ความรู้สึกมันจะรู้ไปเรื่อยๆ ชีวิตนี้มีประโยชน์มาก ไม่สังเกตุเหรอฮะ ที่ถ้ำเราไม่เน้นให้ใครทำอะไร ถ้าคุณทำ คุณเสือกนะ เราเน้น กินนอน สวดมนต์ ปกติหลวงตาไม่พูดนะ แต่ถ้าหลวงตาพูด...ระวังนะ "

    ตอบปัญหาธรรมหลวงตาม้า
    11/12/2560
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    ว่าด้วยเรื่อง ..... พลังงาน

    ศิษย์ : แล้วพลังงานเนี่ยครับ ที่พูดถึงขณะนี้เนี่ย พลังงานในที่นี้เป็นอย่างไร

    หลวงตา : พลังงานของเรา คือเราทำกรรมอะไรไว้คือพลังงาน พลังงานในที่นี้คือพลังงานของหลวงปู่ดู่ พลังงานของจักรพรรดิ พลังงานของหลวงปู่ทวด ทีนี้พลังงานของพระโพธิสัตว์ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ใช่มั้ย พลังงานท่านก็ยังไม่ได้รวม ยังกระจายอยู่

    ศิษย์ : คำว่ายังไม่รวมในที่นี้คือ ?

    หลวงตา : ท่านยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ คือตอนนี้พระโพธิสัตว์ท่านกำลังธุรกิจอยู่ คือยังไม่เจ๊ง หรือยังไม่หยุดกิจการ เวลาสวดปั๊บเนี่ย ตอนที่เราขออะไร ขอรวมพลังงาน พอเราสวดปั๊บ พลังงานจะรวม

    ศิษย์ : ต้องอธิษฐานก่อนมั้ยครับว่าจะรวม หรือสวดปั๊บรวมเลยทุกครั้ง

    หลวงตา : มันต้องอธิษฐานก่อนทุกครั้ง ต้องอธิษฐานก่อน

    ศิษย์ : เท่าที่เมื่อกี๊ ที่ผมร่วมสวดด้วยเนี่ย จะมีสามครั้งที่เป็นสัพเพ ครั้งแรกคืออัญเชิญก่อนที่จะสวด ครั้งที่สองคือได้พลังงานมาแล้วก็แผ่ไปทั้งสามโลก ครั้งที่สองเนี่ยคือ ?

    หลวงตา : รวมจักรพรรดิ รวมจักรพรรดิแล้วแผ่ไปตามที่เราต้องการ ที่สามก็คือรวมบารมีที่เราเคยสร้างมาตั้งแต่อดีต เรานำมาเป็นประโยชน์ในปัจจุบัน

    ศิษย์ : รวมกับใครครับ

    หลวงตา : ของเราไง

    ศิษย์ : รวมของเรากับของที่มาเยอะๆ

    หลวงตา : เทพพรหมทั้งหมด เขาต้องผ่านผู้ใหญ่ แล้วเขารวมไม่ได้ เขาต้องผ่านคน คือ เรามีทั้งรูปและนาม

    ศิษย์ : อืม สวดทุกวัน เราก็มีกำไรทุกวันเลยสิครับ

    หลวงตา : ใช่ ถูก อายุเค้าก็มากขึ้น คือท่านแนะนำให้ลงทุนน้อยกำไรเยอะๆ โดยวิธีการบุญต่อบุญ โดยวิธีฝากกระแสบุญ เพราะว่าพวกนี้เขาต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างเราอีก ทีนี้เราเกิดในกามภพ เราเกิดในระยะนี้ใช่มั้ย พอเขามีกำลังเขาช่วยเราได้ตลอดเวลาอธิษฐาน พอเราตายไป เขาก็เกิดใช่มะ มันก็ผูกพันกัน เข้าใจมั้ย

    ศิษย์ : ครับ

    หลวงตา : ปรับพลังงานไง คือคุ้นเคยกันไง คุณเกิดคนเดียวไม่ได้ ทำบารมีคนเดียวไม่ได้ด้วย คุณต้องช่วยกันไง ต่อไปข้างหน้าพอเราอธิษฐานปั๊บนี่ ทำอะไรมันก็ง่าย ก็จะสร้างบารมีได้ง่าย

    ศิษย์ : การเห็นพลังงานหรือเปิดโลก จะช่วยอะไรในทางโลกหรือทางธรรมได้บ้าง

    หลวงตา : เพิ่มบารมี เพิ่มกำลังของเรา ที่เราทำอยู่ คือต้องเข้าใจว่าเราปรารถนาอะไร เรารู้จักพุทธศาสนาดีไหม พุทธศาสน์มันมีกี่แนว มันมีกี่อย่างใช่มั้ย พุทธศาสน์มีพระโพธิสัตว์คือพระพุทธเจ้า พระปัจเจกก็คือผู้ปรารถนาเป็นพระปัจเจก หรือไม่ก็พระอรหันต์ หรือสาวกภูมิ มันก็มีอยู่แค่เนี้ย ทีนี้เราต้องการอะไร

    จากหนังสือ.....หลวงตาสอนศิษย์ เล่ม 1
    เรื่องพลังงาน กำลัง กระแส และกำลังจักรพรรดิ
    หน้า 11-12
    พระอาจารย์วรงคต วิริยะธโร (หลวงตาม้า)
    วัดพุทธพรหมปัญโญ (ถ้ำเมืองนะ) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    ?temp_hash=8d48f70fa297b489b237da03fceeebaf.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    ?temp_hash=a3e25c1c8152c23851768d13fc154ca7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  21. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    183
    ค่าพลัง:
    +55,751
    ทำไมในยุคนี้ต้องสวดคาถามหาจักรพรรดิ. ?

    พระคาถามหาจักรพรรดิ ก่อให้เกิดพุทธนิมิตครอบสถิตผู้ทรงคาถา พระคาถามหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แต่งขึ้นมานั้น นอกจากท่านจะได้ทำการอธิษฐานบารมีให้ผู้สวดได้รับพลังจากพระรัตนตรัยอย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้กิด "พุทธนิมิต" เป็นวิมานแก้วพระพุทธเจ้ามาครอบสถิตผู้สวดด้วย โดยมีลักษณะเป็นมณฑปแก้วจัตุรมุข ปรากฎฉัพพรรณรังสีหกประการสว่างไสวพร้อมด้วยโพธิสัตตราวุธ ทั้ง ๔ ประการ ประจำอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ได้แก่ พระมหามงกุฎ ตรีศูล จักรแก้ว และ พระขรรค์เพชร ทั้งหมดล้วนเป็นของคู่บุญบารมีของพระศรีอารย์โพธิสัตว์ โดยมี "พระมหามงกุฎ" เป็นศิราภรณ์ที่ปี่ยมไปด้วยบุญญฤทธิ์ (หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์ระดับจตุปฎิสัมภิทาญานได้เคยนำมาถวายหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นพุทธบูชาอีกองค์หนึงด้วย)

    ส่วนอาวุธที่เหลือทั้ง ๓ ล้วนเป็นเทพศาสตราวุธชั้นสูงมีไว้เพื่อประดับบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ และเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่ง
    หากสวดเป็นประจำสามารถอธิษฐานให้เกิดเป็นองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิได้ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์มีความศักสิทธิ์อย่างมาก ประดับด้วยเครื่องทรงแห่งพระมหาจักรพรรดิอย่างวิจิตรอลังการเปล่งรัศมีหลากสีด้วยแสงแห่งรัตนอัญมณีเรียกว่า "พระมหาวิษิตาภรณ์" มาครอบสถิตผู้ภาวนา บารมีของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ที่ท่านน้อมนำอธิษฐานจิตจึงมีความศักสิทธิ์ป็นอย่างมากเพราะท่านใช้บารมีทั้งหมดของท่านอัญชิญกระแสบารมีแห่งพระรัตนตรัย และตั้งองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิบรรจุลงไปในวัตถุมงคลที่บารมีท่านมาประจุอีกด้วย

    คำแปล

    นะโมพุทธายะ : ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชา ต่อพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือ
    นะ - พระกกุสันธะ
    โม - พระโกนาคม
    พุท - พระกัสสป
    ธา - พระสมณโคดม
    ยะ - พระศรีอริยเมตไตรย

    พระพุทธไตรรัตนญาณ : พระพุทธเจ้าซึ่งมีพระญาณแก้วทั้งสาม อันหมายถึง ปุพเพนิวาสานุสติญาณ, จุตูปปาตญาณ, อาสวักขยญาณ

    มณีนพรัตน์ : มีสมบัติคือแก้ว ๙ ประการ มีเพชร, ทับทิม เป็นต้น ซึ่งหมายถึงพระนวโลกุตรธรรม

    สีสะหัสสะ สุธรรมา : มีมือถึงพันมือ หมายถึงการที่พระพุทธองค์ ทรงแจกแจงหลักธรรม คือ พระไตรปิฎก ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

    พุทโธ : ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
    ธัมโม : พระธรรมของพระพุทธเจ้า
    สังโฆ : พระสาวกผู้ปฏิบัติตาม
    ยะธาพุทโมนะ : ขอพระพุทธเจ้าปางมหาจักรพรรดิ ซึ่งมีชัยแก่พญาชมพูผู้มีฤทธิ์มาก พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ จงบังเกิดขึ้น ณ บัดนี้ด้วยเทอญ

    พุทธบูชา : ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้า
    ธัมมะบูชา : ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม
    สังฆะบูชา : ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์

    อัคคีทานัง วะรังคันธัง : ด้วยสิ่งเหล่านี้ ได้แก่ ธูป เทียน ไฟ หรือแสงสว่าง และของหอมทั้งมวล มีดอกไม้และน้ำอบ เป็นต้น

    สีวลี จะมหาเถรัง : ขอนมัสการพระสีวลีเถระเจ้า ผู้เป็นเลิศทางลาภสักการะ

    อะหังวันทามิ ทูระโต : ขอนมัสการสถานศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป มีสังเวชนียสถาน เป็นต้น

    อะหังวันทามิ ธาตุโย : ขอนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
    อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
    และพระธาตุทั้งหลาย ทั่วทั้งแสนโกฏิจักรวาล
    อะหังวันทามิ..."

    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    Cr จิตตปัญโญ พรหมปัญโญ



    ?temp_hash=d0b5e185675a26dffae82e9ebac41925.jpg

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

Loading...
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...