ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    FB_IMG_1507863329501.jpg

    สรุปการเลื่อนระดับทวีป จากที่Zetas บอกว่าแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian เป็นจุดหยุดการทำงาน(เบรค) ซึ่งแผ่นเปลือกโลกอื่น ๆ ทั่วโลกสามารถขยับเลื่อนได้ก็ต่อเมื่อแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian ได้ปรับเปลี่ยนโดยการยกขึ้นจากสถานะการหยุดการทำงาน

    แต่จากบทความที่ผมนำมาลงก่อนหน้านี้ได้บอกเอาไว้ว่าทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้นตรงบริเวณรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian นั่นหมายความว่าแผ่นเปลือกโลกมีรอยแตกขณะที่กำลังยก กังนั้นสถานะในตอนนี้ของแผ่นเปลือกโลกต่างๆคือ ตัวหยุดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกต่างๆ กำลังจะไม่ทำงาน หรือทำงานอยู่แต่มีประสิทธิภาพลดลงไปเรื่อยๆและสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกตามที่เราได้ระบุไว้คือจุดเบรคที่แผ่นอินโดออสเตรเลียต้องเอียงขึ้นและอยู่ใต้เทือกเขาหิมาลัย ซึ่งการเอียงนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นการเลื่อนตัวของทวีปก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดขึ้นได้น่ะครับ

    การเลื่อนระดับทวีป

    Zetas คาดการณ์ในปีคาดการณ์ในปี ค.ศ. 2011 ว่าก่อนสิ้นระยะขั้นตอนที่ 8 จาก 10 ขั้นตอน บางทวีปจะเปลี่ยนการจัดตำแหน่งของพวกเขา
    http://www.zetatalk.com/newsletr/issue362.htm

    เทียบกับทวีปอื่น ๆ ไม่ว่ารายละเอียดของ Zetas ในเวลานั้น นอกเหนือจากการพูดถึงแอนตาร์กติกาที่มีอิสระที่จะเคลื่อนไปในทิศทางใด และนอกเหนือจากที่ระบุว่าแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian เป็นจุดหยุดการทำงาน(เบรค) ซึ่งแผ่นเปลือกโลกอื่น ๆ ทั่วโลกสามารถขยับเลื่อนได้ก็ต่อเมื่อแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian ได้ปรับเปลี่ยนโดยการยกขึ้นจากการหยุดการทำงาน (สรุปคือแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian ทำหน้าที่เป็นไม้ค้ำยันแผ่นเปลือกโลกแผ่นอื่นๆ ไม่ให้เคลื่อนที่ ถ้าแผ่นเปลือกโลก Indo-Australian เปลี่ยนแปลงสถานะ ไม้ค้ำยันก็จะหายไปทันที คงจะรู้น่ะครับอะไรจะตามมา)

    การคาดการณ์ ZetaTalk 7/27/2013:
    http://www.zetatalk.com/ning/27jy2013.htm
    เราได้อธิบายถึงขั้นตอนที่ 8 จาก 10 ขั้นตอน ว่าเป็นช่วงที่บางส่วนของโลกมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีส่วนที่หยุดนิ่ง แผ่นเปลือกโลกอินโดออสเตรเลียเป็นเบรค ยึดการเคลื่อนไหวแผ่นเปลือกโลกอื่น ๆ ทั้งหมดให้ถอยกลับมา

    http://poleshift.ning.com/profiles/blogs/zetatalk-newsletter-for-october-15-2017?xg_source=activity
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปอกเปลือก ทรราช

    FB_IMG_1507865803980.jpg FB_IMG_1507865806832.jpg

    เสียงเห่าหอนของตัวอิจฉา "ซื้อขีปนาวุธแพทริออตสิวะ ไอ้พวกทรยศ!" หลังซาอุดิอาระเบียตัดสินใจซื้อระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย พร้อมกับก็ชี้หน้ากล่าวหาอิหร่านและเกาหลีหนือว่า "เป็นผู้ก่อการร้าย/สนับสนุนผู้ก่อการร้าย" ในขณะที่ตนเองส่งข้าวปลาอาหารให้พวกผู้ก่อการร้ายไอซิสในซีเรียอย่างเปิดเผย อ้างว่ารู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อลูกๆและเมียของพวกไอซิสที่อดอยากหิวโหย หลังถูกกองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรียไล่ตะเพิดไอซิสออกจากซีเรีย
    ----------
    https://sputniknews.com/cartoons/201710091058079856-russia-saudi-arabia-s-400/
    https://sputniknews.com/cartoons/201710101058110334-us-iran-revolutionary-guards/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    อียูตัดความสัมพันธ์กับบิ๊กกองทัพพม่า
    สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมประกาศระงับความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้นำระดับสูงของกองทัพเมียนมา เพื่อประท้วง "การใช้กำลังโดยไม่สมส่วน" ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา
    พฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2560 เวลา 01.07 น.

    FB_IMG_1507866565904.jpg

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า กลุ่มเครือข่ายสมาชิก 28 ประเทศในยุโรปยังเตือนว่า อาจพิจารณาคว่ำบาตร หากวิฤตไม่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น กรณีที่ชาวโรฮีนจากว่าครึ่งล้านคนหลบหนีการกวาดล้างของกองทัพเมียนมา ข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศตั้งแต่เดือน ส.ค. และสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่าสถานการณ์เทียบเท่ากับการล้างเผ่าพันธุ์
    ข้อตกลงที่อนุมัติโดยเอกอัครราชทูต 28 ชาติอียู และกำหนดเซ็นลงนามในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียูในวันจันทร์ (16 ต.ค.) กล่าวว่า การอพยพหลบหนีอย่างรวดเร็วของคนจำนวนมาก "บ่งชี้ชัดเจนถึงการกระทำโดยจงใจเพื่อขับไล่ชนกลุ่มน้อย" และ "จากการใช้กำลังโดยไม่สมสัดส่วนของหน่วยความมั่นคงเมียนมา อียูและบรรดารัฐสมาชิกจะระงับการเชิญผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมา และทบทวนความร่วมมือทางด้านกลาโหมทั้งหมด" พร้อมกับเรียกร้องต่อทุกฝ่าย ให้ยุติความรุนแรงในทันที
    https://www.dailynews.co.th/foreign/603806
    Cr.เดลินิวส์
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    พยานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีรายงานว่าได้กล่าวว่าพวกเขาเห็นแม่น้ำยังคงมีสีตามปกติ จนถึงในเวลา 5:00 am. และเห็นว่ามันเปลี่ยนเป็นสีแดงภายในเพียงไม่กี่นาที
    อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสีนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ได้มีการสันนิษฐานว่าส่วนประกอบทางเคมีที่ถูกปล่อยทิ้งจากโรงงานใด ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    จากแรงผลักขั้วแม่เหล็กจะไปทำให้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นซึ่งจะผ่านขึ้นไปยังช่องแคบแบริ่งต่อไปยังอาร์กติกและต่อมาก็บังคับให้แผ่นแอนตาร์กติกใต้มหาสมุทรแปซิฟิกอบอุ่น [ระหว่างการเอียงไปทางขวาและซ้าย ซึ่งสนามแม่เหล็กขั้วโลก N ดาวเคราะห์ x ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้พื้นที่บางส่วนของแอนตาร์กติกได้รับแสงแดดน้อยลง] อาจจะเป็นสาเหตุให้น้ำก้นมหาสมุทรที่อุ่นไหลเข้าสู่โพรงใต้หิ้งน้ำแข็ง Dotson ของแอนตาร์กติกาและถูกทำให้หมุนวน/กวน(stirred by) โดยการหมุนของโลกซึ่งทำให้ด้านหนึ่งของชั้นน้ำแข็งละลาย [บทวิเคราะห์ไม่กี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าวมหาสมุทรกำลังตัดผ่านหิ้งน้ำแข็งของแอนตาร์กติก]

    20171013_122531.png

    1. การวิจัยใหม่ ๆ พบว่ามหาสมุทรกำลังตัดผ่านหิ้งน้ำแข็งของแอนตาร์กติกที่สำคัญ โดย Chris Mooney เผยแพร่ฉบับที่ 11 ตุลาคม 2560

    น้ำทะเลอันอบอุ่นส่งผลกระทบต่อชั้นน้ำแข็ง Dotson ของแอนตาร์กติกาอย่างไร

    น้ำก้นมหาสมุทรที่อุ่นกำลังเข้าสู่โพรงใต้หิ้งน้ำแข็ง Dotson ของแอนตาร์กติกาและถูกทำให้หมุนวน/กวน(stirred by) โดยการหมุนของโลกซึ่งทำให้ด้านหนึ่งของชั้นน้ำแข็งละลาย (อีเอสเอ / University of Edinburgh-N. Gourmelen / Planetary Visions)
    การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ใหม่เมื่อวันอังคารได้ค้นพบว่าน้ำทะเลอันอบอุ่นกำลังแกะเซาะช่องทางขนาดมหึมาไว้ข้างใต้หิ้งน้ำแข็งที่สำคัญแห่งหนึ่งของแอนตาร์กติกาตะวันตก ซึ่งเป็นเขตที่เปราะบางที่สุดในทวีปน้ำแข็งขนาดมหึมา
    https://www.washingtonpost.com/news...y-antarctic-ice-shelf/?utm_term=.64d0664163fa

    17ma003.jpg

    2.สถาวะที่โลกโยกไปมา [ (wobble) ซึ่งเราจะไม่รู้สึกอะไรเพราะเราเคลื่อนตัวไปพร้อมกับโลกในรูปสัมพันธภาพ] ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีรูปแบบที่คงที่ ขณะที่ดาวเคราะห์ X เข้ามาประชิดกับโลกมากยิ่งขึ้น แรงผลักขั้วแม่เหล็กจะเกิดขึ้นทุกวัน และจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และการแกว่งไปทางขวาและซ้ายที่ขั้วโลกทางภูมิศาสตร์จะเกิดขึ้นในขณะนั้นในทุกวัน จะเกิดเป็นเรื่องประหลาดมากขึ้น
    เราได้อธิบายแล้วว่าแรงผลักขั้วแม่เหล็กจะทำให้มหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผ่านช่องแคบแบริ่งไปยังอาร์กติกและต่อมาก็บังคับให้แผ่นแอนตาร์กติกใต้มหาสมุทรแปซิฟิกอบอุ่น ระหว่างการเอียงไปทางขวาและซ้าย ซึ่งสนามแม่เหล็กขั้วโลก N ดาวเคราะห์ x ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งทำให้พื้นที่บางส่วนของแอนตาร์กติกได้รับแสงแดดน้อยลง
    จากภาพรวมนี้สร้างความสับสนให้กับแอนตาร์กติกา น้ำแข็งละลายที่ด้านใดด้านหนึ่ง และสะสมน้ำแข็งอย่างเป็นพิเศษไว้ที่อีกด้านหนึ่ง
    October 11, 2017 https://www.washingtonpost.com/news...y-antarctic-ice-shelf/?utm_term=.05c88e085d61
    ~
    ZetaTalk Insight 5/17/2014: The wobble is not a static thing. As Planet X draws closer, the daily push against the Earth’s magnetic N Pole becomes more violent, and the swing to the right and left that the geographic N Pole then takes during its daily Figure 8 likewise becomes more eccentric. We have explained that the daily polar pump forces warm Pacific water up through the Bering Straits into the Arctic and then later forces the Antarctic Plate under the warm Pacific. During the tilt to the right and left that the N Pole takes, some parts of Antarctic also receive less sunlight. This paints a confusing picture, with Antarctica both melting on one side and accumulating extra ice on the other.
    http://www.zetatalk.com/ning/17ma2014.htm
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปอกเปลือก ทรราช
    ลูกเรือ ทร.สหรัฐปอดแหก "มันคือคุกลอยน้ำชัดๆ" ที่ส่งเรือ เข้าไปในคาบสมุทรเกาหลีทั้งๆที่ไม่เคยสอยขีปนาวุธเกาหลีเหนือได้ซักลูกเลย

    FB_IMG_1507872933574.jpg

    -----------
    วันที่ 11 ต.ค. 60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "บรรดาลูกเรือสหรัฐพากันฟูมฟายว่าเรือรบของตนเองที่จะยับยั้งเกาหลีเหนือเหมือนคุกลอยน้ำที่ไร้ประสิทธิภาพ" (US Sailors Blast Their Ship Deterring N Korea as 'Ineffective Floating Prison')
    การสำรวจความคิดเห็นโดย The Navy Times ซึ่งสำนักข่าวที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งและมีความน่าเชื่อถือ เกี่ยวกับลูกเรือ กองทัพ และกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า
    ลูกเรือจากเรือรบครูซเซอร์ USS Shiloh ซึ่งประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่น จากกองเรือที่ 7 ของสหรัฐในแปซิฟิกที่ร่วมภารกิจกวนบาทาเกาหลีเหนือ "ขาดขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก" (disastrous morale)
    หนึ่งในลูกเรือจากเรือรบของสหรัฐกล่าวว่าเรือรบของตนเองเป็นเหมือน "คุกลอยน้ำ" (floating prison) ในขณะที่อีกคนเตือนว่า "มันเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่บางอย่างที่เลวร้ายจะเกิดขึ้น" การสำรวจความคิดเห็นสามชุด ซึ่งสอบถามคิดเห็นจากบรรดาลูกเรือ USS Shiloh ระหว่างที่ กัปตัน Adam M. Aycock ปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 26 เดือน
    เรือรบ USS Shiloh ประจำการอยู่ที่ฐานทัพเรือของสหรัฐที่เมือง Yokosuka จังหวัด Kanagawa ของญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐในแปซิฟิก ซึ่งปฏิบัติภารกิจเพื่อยับยั้ง (/คอยหาเรื่อง) เกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม การแสดงความคิดเห็นได้เปิดเผยว่า บรรดาลูกเรือบนเรือรบของสหรัฐยังมีความสงสัยอยู่ว่าตนเองจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุผลสำเร็จได้หรือไม่
    [ก็ขนาดเรือพิฆาตของสหรัฐที่คุยนักคุยหนาว่ามีเทคโนโลยีที่เลิศที่สุดในโลก ก็ยังแล่นชนกับเรือพาณิชย์ครั้งแล้วครั้งเล่า จะไม่ให้ลูกเรือเกิดความกังวลใจได้อย่างไร - ผู้แปล]
    "ผมแค่สวดมนต์ว่าพวกเราไม่เคยยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือตกซักลูกเดียวเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าความไร้ประสิทธิภาพของพวกเราได้แสดงให้เห็นจริงๆ" ลูกเรือคนหนึ่งกล่าว
    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/10/2560
    ---------
    https://sputniknews.com/us/201710111058130301-us-navy-survey/
    https://sputniknews.com/cartoons/201710111058138871-uss-shiloh-floating-prison/
    https://news.usni.org/2017/06/15/uss-shiloh-sailor-found-alive-onboard-cruiser-week-went-missing
    http://nypost.com/2017/10/10/us-navy-crew-monitoring-north-korea-says-ship-is-a-floating-prison/
    https://www.navytimes.com/news/your...s-reveal-disastrous-morale-on-cruiser-shiloh/
    https://www.navytimes.com/news/your...s-reveal-disastrous-morale-on-cruiser-shiloh/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปอกเปลือก ทรราช
    ปธน.ดูเตอร์เต้ขู่จะถีบทูตอียูและประเทศอื่นๆออกจากฟิลิปปินส์ หากยังขัดขวางเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ไม่ให้เข้าประชุมยูเอ็น กรณีทำสงครามปราบยาเสพติด

    FB_IMG_1507873196318.jpg

    -----------
    วันที่ 12 ต.ค. 60 RT พาดหัวข่าวว่า "นักการทูตต่างประเทศที่วิจารณ์สงครามปราบยาเสพติดจะถูกเนรเทศออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง ดูเตอร์เต้เตือน" (Foreign diplomats critical of war on drugs can be expelled in 24hrs, Duterte warns)
    ประธานาธิบดีโรดิโก ดูเตอร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ได้เตือนกลุ่มประเทศอียูและประเทศอื่นๆอย่างแข็งกร้าวว่า ตนเองจะขับไล่บรรดานักการทูตของประเทศเหล่านั้นออกจากฟิลิปปินส์ภายใน 24 ชั่วโมง จากกรณีเรียกร้องให้ห้ามฟิลิปปินส์เข้าร่วมประชุมในยูเอ็นกรณีการทำสงครามปราบยาเสพติด (ที่มีพวกพ่อค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปหลายพันคน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของอียูและสหรัฐเป็นอย่างมาก จึงหันไปเล่นมุก "การละเมิดสิทธิมนุษยชน" ต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์แทน) อียูปฏิเสธว่าไม่ได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าว (แค่เห่าเฉยๆ ท่านดูเตอร์เต้ได้ยินด้วยเหรอ?)
    "พวกคุณคิดว่าที่นี่เราเป็นพวกอ่อนหัด (/ปัญญาอ่อน) หรือไง? (You think that we are a bunch of morons here.)" ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้กล่าวถ้อยแถลงทางโทรทัศน์ในการแถลงข่าวที่กรุงมะนิลา
    "พรุ่งนี้เราสามารถตัดช่องทางทางการทูตได้เลย คุณจะต้องออกไปจากประเทศของเราภายใน 24 ชั่วโมง พวกคุณทั้งหมดนั่นแหละ คุณจะต้องอนุญาตให้กับฟิลิปปินส์ การกล่าวว่าพวกเราจะถูกตัดออก... (จากยูเอ็น) มันคือการตัดสินใจของคุณอย่างนั้นหรือ? คุณคิดว่าคุณสามารถทำอย่างนั้นได้จริงๆหรือ? คุณคิดว่ารัสเซียกับจีนจะอนุญาตให้ทำอย่างนั้นได้หรือ?"
    [ฮั่นแน่! ไม่ธรรมดา งานนี้ดูเตอร์เต้ขอกอดรัสเซียกับจีนแน่นเลย อย่าคิดว่าการคบแต่พวกอเมริกันและอียูแล้วจะไม่ถูกรังแกนะ นั่นแหละคือการยอมให้เขากดหัวตนเองอย่างไม่อาจขัดขืนได้ หากไม่ถ่วงดุลอำนาจให้ดี แน่นอน การที่คุณจะได้รับการคุ้มครองจากจีนและรัสเซีย คุณก็ต้องจ่ายบางส่วนให้เขาด้วยเช่นกัน ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น - ผู้แปล]
    คำพูดของดูเตอร์เต้ เป็นการตอบโต้ต่อคณะผู้แทนด้านการเมืองจากเจ็ดประเทศ จากกลุ่มพันธมิตรเพื่อความก้าวหน้าและพรรคสังคมนิยมยุโรป ซึ่งได้ประณามการทำสงครามปราบยาเสพติด (ที่มีพวกพ่อค้ายาเสพติดเสียชีวิต สูญเสียผลประโยชน์ และได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก) ระหว่างการเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะของผู้แทนกลุ่มมาจาก สวีเดน เยอรมัน อิตาลี ออสเตรเลีย และสหรัฐ
    [เดินไปเห่าถึงในบ้านดูเดอร์เต้ ไม่ถูกสาดน้ำร้อนใส่ก็บุญหัวเท่าไรแล้ว พวกนี้ก็ทำตัวเหมือนแก๊งล็อบบี้และแบล็คเมล์ หาเศษหาเลย ค่าน้ำร้อนน้ำชาจากประเทศเป้าหมายนั่นแหละ "ขอค่าอุดปากหน่อยดิ ไม่งั้นแฉนะ" ประมาณนี้ พอถูกปฏิเสธ ก็จะได้ยินเสียงเห่าหอนออกมาเป็นธรรมดา และการเดินเกมแบบนี้ ก็เป็นการสร้างภาพว่าตนเองปกป้องสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกันก็รวมกันเดินหน้าก่อสงครามในต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง - ผู้แปล]
    อียูได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการไปเยือนของคณะผู้แทนทั้งเจ็ดประเทศว่าเป็นตัวแทนของนโยบายจากอียู "สหภาพยุโรปไม่ด้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรหรือการวางแผนการไปเยือนในครั้งนี้ ไม่ใช่ทั้งคณะผู้แทนจากสหภาพยุโรปในฟิลิปปินส์หรือจากสถาบันต่างๆของสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์" สำนักงานอียูในกรุงมะนิลาออกแถลงการณ์
    "แถลงการณ์ต่างๆที่ออกโดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อความก้าวหน้า (Progressive Alliance) ระหว่างการเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ ดำเนินการในนามของกลุ่ม Progressive Alliance ล้วนๆ และไม่ได้แสดงจุดยืนของสหภาพยุโรป" แถลงการณ์จากอียูกล่าว
    [Progressive Alliance เป็นองค์กรระหว่างประเทศดำเนินการด้านการเมือง ความยุติธรรม และความเป็นเอกภาพ งานหลักก็คือ "แส่เรื่องชาวบ้าน" โดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของพวกมหาอำนาจตะวันตก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพิ่งจะก่อตั้งขึ้นในปี 2013 อ้างว่ามีนานาชาติเข้าร่วมถึง 140 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นแก๊งอียู หลังจากถูกดูเตอร์เต้ด่า อียูก็รีบออกมาแถท้นที - ผู้แปล]
    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/10/2560
    ---------
    https://www.rt.com/news/406529-duterte-expel-diplomats-drugs/
    https://pcoo.gov.ph/wp-content/uplo...g_of_the_Malacañang_Press_Briefing_Room-1.pdf
    http://www.bbc.com/news/world-asia-41600434
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    เตรียมท่องนะโมฯ รับอภิมหาไต้ฝุ่นลูกใหม่ใหญ่มหึมา กลืนมิดเวียดนาม ลาว เขมรและไทย อาทิตย์หน้ามาลุ้นกัน
    เผยแพร่: 12 ต.ค. 2560 21:25:00 ปรับปรุง: 13 ต.ค. 2560 09:36:00
    [​IMG]
    MGRออนไลน์ -- สำนักพยากรณ์อากาศชั้นนำหลายแห่งในภูมิภาค ได้ออกคำเตือนตอนหัวค่ำ วันพฤหัสบดี 22 ต.ค.นี้ ให้ฝ่ายต่างๆ เตรียมรับมือพายุลูกใหม่ ที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่มหึมา สามารถ "กลืน" หรือ แผ่อิทธิพลครอบคลุม ประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงได้ทุกประเทศ อันเป็นเหตุการณ์ที่คาดว่าจะได้เห็นในต้นสัปดาห์หน้า ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับ "ซุเปอร์ไต้ฝุ่น" แต่ก็อาจจะเป็นพายุใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง ที่สามารถส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เกือบ 200 ล้านคน บนผืนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    พายุลูกนี้ก่อตั้วขึ้นเป็นดีเปรสชั่นหมายเลข 24 (โอเด็ต/Odette) ทางตะวันออกของเกาะลูกซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อ 24 ชั่วโมงที่แล้ว และ กำลังพัฒนาความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง ขึ้นสู่ดับพายุโซนร้อน หรือ Tropical Storm ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ขณะพัดผ่านปลายเหนือสุดของหมู่เกาะในคืนนี้ เข้าสู่ทะเลจีนใต้ และ คาดว่าเคลื่อนตัวเกือบจะเป็นเส้นตรง ในแนวตะวันออก-ตะวันตก หลังจากนั้น จะพุ่งตรงไปยังชายฝั่งภาคกลางตอนบนเวียดนาม อาณาบริเวณเดียวกับที่ดีเปรสชั่นหมายเลข 23 พัดเข้าตอนเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

    ศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางในกรุงฮานอย ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับพายุลูกใหม่ ในตอนค่ำวันนี้ ในขณะที่ศูนย์กลางของพายุ ยังคงอยู่ห่างจากเวียดนามไปราว 1,500 กิโลเมตร ทางตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ แต่ดีเปรสชั่นหมายเลข 24 เคลื่อนตัวเร็วมาก คือ 25-30 กม.ชั่วโมง และ กำลังจะทำให้เกิดฝนตกหนักทางตอนเหนือของประเทศนั้น ลงไปจนถึงกรุงมะนิลา เมืองหลวง

    ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ กล่าวว่า เมื่อดีเปรสชั่นหมายเลข 24 พัฒนาขึ้นเป็นพายุโซร้อนในคืนวันพฤหัสบดี จะส่งผลทำให้เกิดคลื่นแรงในทะเลจีนใต้ ตั้งแต่เช้าวันศุกร์นี้เป็นต้นไป และ จะหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้น ในระยะ 24-72 ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อพายุโซนร้อน ทวีความเร็วใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1

    แผนภูมิพยากรณ์โดยศูนย์ร่วมแจังเตือนไต้ฝุ่น (JTWC) กองทัพเรือสหรัฐ ในอ่าวเพิร์ล ในนครโฮโนลู มลรัฐฮาวาย ที่ออกตอนบ่ายวันพฤหัสบดี แสดงให้เห็นทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุลูกใหม่ ที่กำลังรอตั้งชื่อในขณะนี้ เป็นแนวตะวันออก-ตะวันตก เกือบจะเป็นเส้นตรง และ จะทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง ขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับหนึ่ง เมื่อพัดผ่านใกล้เกาะไหหลำของจีน ไปจนถึงชายฝั่งภาคกลางตอนบนของเวียดนาม ในวันจันทร์ 16 ต.ค.
    .
    560000010810901.jpg
    1
    แผนภูมิพยากรณ์ที่ออกโดย ศูนย์รายงานความเสี่ยงพายุเขตร้อนในกรุงลอนดอน (TSR)ก็แสดงเส้นทางที่ไม่ต่างกัน แผนภูมิอีกชิ้นหนึ่งของสำนักนี้ ยังแสดงให้เห็นพลังอันมหาศาลของพายุลูกใหม่ เมื่อทวีกำพลังขึ้นเป็นไต้ฝุ่น ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขณะพัดอยู่ในทะเลจีนใต้ และ ถ้าหากทุกอย่างเป็นตามข้อมูลในวันนี้ พายุลูกใหม่กำลังจะลูกที่สองของปี ที่พัดขึ้นฝั่งเวียดนาม ในขณะที่ยังมีความแรงเป็นระดับไต้ฝุ่น

    แผนภูมิอพยากรณ์โดย JTWC และ TRS ยังแสดงให้เห็นเส้นทางของพายุในอีก 72-84 ชั่วโมงข้างหน้า ที่จะอ่อนตัวลงเป็นพายุโซนร้อน และ เป็นดีเปรสชั่นอีกครั้งหนึ่ง อย่างรวดเร็วมาก ขณะเคลื่อนผ่านเขตป่าเขาชายแดนเวียดนาม-ลาว ในคืนวันที่ 16 ต.ค. ก่อนจะไปหมดกำลังลงที่บริเวณใกล้กับนครเวียงจันทน์ กลายสภาพเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดฝนตก ปกคลุมอาณาบริเวณอย่างกว้างขวาง ทั่วทั้งภาคเหนือและภาคกลางของลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคเหนือ ของไทย ลงไปครอบคลุมเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบทั้งหมด

    สำหรับเวียดนาม หลังเกิดฝนตกติดต่อกันนานร่วมเดือน หลายจังวหวัดทางตอนเหนือ ต้องเชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ และ ดีเปรสชั่นลูกล่าสุดในสัปดาห์นี้ ทำให้เกิดฝนตกหนักเกินกว่าที่คาดกันเอาไว้ล่วงหน้า ทำให้สถานการณ์น้ำเลวร้ายลง การไฟฟ้าเวียดนามต้องเร่งระบายน้ำ จากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนหว่าบี่ง (Hoa Binh) เขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศ ระหว่างวันที่ 10-11 ต.ค. ที่ผ่านมา กระแสน้ำไหลบ่าเข้าท่วมตัวเมืองที่อยู่ใต้ลงไป ท่วมถนนหนทาง การจราจรเป็นอัมพาต หลายท้องถิ่นถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

    ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาฯ ในเวียดนามกล่าวว่า ทุกคนควรจะช่วยกันภาวนา ให้มวลอากาศเย็นจากตอนเหนือของภูมิภาค เคลื่อนตัวลงสู่อนุภูมิภาคโดยเร็วในช่วง 2-3 วันข้างหน้านี้ ซึ่งจะเป็นเพียงความหวังเดียว ที่จะช่วยลดความรุนแรงของพายุลูกใหม่ลงได้

    ความหวังดังกล่าวไม่ไดเกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย หน่วยงานพยากรณ์อากาศของเวียดนาม ระบุว่าภูมิอากาศทางตอนเหนือของประเทศ เริ่มเย็นลงตั้งแต่ตอนเช้าวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากฝนผ่านไป โดยอุณหภูมิในเขตเมืองซาปา (Sa Pa) เมืองท่องเทียยวบนภูเขา ใน จ.หล่าวกาย (Lao Cai) เย็นลงถึง 16-17 องศาเซลเซียสในตอนเช้าวันนี้ และ ยังจะลดลงอีกในค่ำวันเดียวกัน ภูมิอากาศในหลายจังหวัด รวมทั้งในกรุงฮานอย ก็เริ่มเย็นลง 2-3 องศา
    .
    560000010810902.jpg
    2
    560000010810903.jpg
    3
    วันพฤหัสบดีนี้ หน่วยกู้ภัยได้ออกค้นหาราษฎร ที่ถูกดินเลื่อนลงจากเนินเขา ทับถมบ้านเรือนไปหลายหลังคา ใน จ.หว่าบี่ง เหตุเกิดในตอนสายวันเดียวกัน พบผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ศพ อีก 3 คน ช่วยออกมาได้ ในขณะที่อีก 20 คน ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำ ไหลเข้าท่วมตัวเมือง ท่วมบ้านเรือนราษฎรตามหมู่บ้านต่างๆ และ ท่วมเทือกสวนนาไร่ ในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น

    เขื่อนหว่าบี่งได้หยุดระยายน้ำอย่างเร่งด่วนแล้วในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากปริมาณน้ำในอ่างลดลงสู่ "ระดับที่สามารถยอมรับได้" ทั้งนี้เป็นรายงานของคณะกรรมการช่วยเหลือและกู้ภัยแห่งชาติ

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกชุดหนึ่งยังคงเร่งค้นหาราษฎรที่ถูกน้ำพัดหายไปใน จ.เอียนบ๊าย (Yen Bai) เมื่อวันก่อน ซึ่งยังไม่ทราบว่า มีจำนวนทั้งหมดเท่าไรกันแน่ ในขณะที่อีกหลายจังหวัดทางตอนใต้กรุงฮานอยลงไป ตั้งแต่ จ.นีงบี่ง (Ninh Binh) แทงฮว้า (Thanh Hoa) ห่าตี๋ง (Ha Tinh) เหงะอาน (Nge An) กว๋างบี่ง (Quang Binh) กว๋างจิ (Quang Tri) เถื่อเทียนเหว (Thua Thien Hue) ลงไปจนถึงกว๋างหงาย (Quang Ngai) กว๋างนาม (Quang Nam) และ นครด่าหนัง (Da Nang) กำลังเร่งฟื้นฟูตัวเมือง เก็บกวาดถนนหนทางที่ถูกน้ำท่วมสูง ในช่วงวันที่ 9-11 ต.ค.ที่ผ่านมา อันเป็นอิทธิพลจากดีเปรสชั่นหมายเลข 23

    ใน จ.เหงะอาน อาสาสมัครกู้ภัย จำนวน 600 นาย ได้ร่วมกันออกค้นหาเด็กชายวัย 4 ปีคนหนึ่ง ที่ถูกสายน้ำพัดหายไป ในตอนเช้าวันที่ 10 ต.ค. หลังจากเขื่อนชลประมาณสูง 20 เมตรแห่งหนึ่ง เกิดพังทลาย ส่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากลงสู่เบื่้องล่าง และ หนูน้อยกำลังเดินข้ามลำน้ำสายเล็กๆ เพื่อไปหาบิดาที่กำลังทำงานในนาข้าว การค้นหาที่ดำเนินมาตลอดทั้งวัน ยังไม่พบเหยื่อดีเปรสชั่นรายนี้

    หลายท้องถิ่นยังคงเร่งช่วยเหลือเยียวเกษตรกร ที่สูญเสียข้าวในนา นับหมื่นๆ ไร่ กับพืชผลต่างๆ และ ช่วยเหลือราษฎรนับหมื่นครอบครัว ที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นในช่วงพายุพัดเข้า ให้กลับคืนสู่เคหะสถาน กองทัพปรนะชาชนได้ระดมทหารช่าง ออกช่วยเหลือประชาชน ซ่อมแซมบ้านเรือน ให้อยู่อาศัยได้อีกครั้ง.

    https://mgronline.com/indochina/detail/9600000104508
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    อังกฤษต้องรับผิดชอบ!!! ผู้บัญชาสูงสุดกองทัพเมียนมา ซัด "โรฮิงญา" ไม่ใช่ชนชาติในประเทศ "จักรวรรดิอังกฤษ" ต้องรับผิดชอบ

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้หารือกับนายสกอต มาร์ซีล เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศเมียนมา โดยนายมาร์ซีลได้แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน และมีผู้ลี้ภัยกว่า 500,000 คนไปยังบังกลาเทศ ตามการประเมินของสหประชาชาติ

    DL5p91HVoAUDnaS.jpg

    พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่เป็นไปอย่างเหมาะสมแล้ว พร้อมกับตำหนิการโฆษณาชวนเชื่อของบุคคลบางกลุ่ม ที่ประเมินจำนวนผู้ลี้ภัยโรฮิงญามากเกินความเป็นจริง และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ยังกล่าวอีกว่า ชาวเบงกาลี (ชาวโรฮิงญา) ไม่ได้ถูกนำเข้าประเทศโดยเมียนมา แต่เป็นฝีมือของเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ดังนั้นชาวเบงกาลีจึงไม่ใช่ชนชาติพื้นเมืองของพม่า ชาวเบงกาลียังเป็นพวกที่สร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งเจ้าอาณานิคมจักรวรรดิอังกฤษจะต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่ก่อขึ้นให้กับเมียนมา



    Image(9).jpg

    ทั้งนี้ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมาเพียงไม่กี่คนที่กล้าออกมาพูดถึงกรณีผู้อพยพชาวโรฮิงญา ซึ่งคำกล่าวของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย สามารถชี้ทัศนคติภาพรวมของทหารเมียนมา ที่มีต่อสถานการณ์ในรัฐยะไข่ และเพิ่มความสงสัยให้กับหลายฝ่าย ถึงกระบวนการปฏิรูปสู่ประชาธิปไตยโดยรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี ที่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือนเม.ย. ปี 59 ที่ผ่านมา

    uRAsSogMon20207.jpg

    Rohigta-050917.jpg


    news160013.jpg

    http://www.phenkhao.com/contents/bg/11409
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปอกเปลือก ทรราช

    รัฐบาลและกองทัพสหรัฐมัวเมากับการทุ่มงบประมาณก่อสงครามในต่างประเทศไม่หยุดยั้ง และเตรียมทำสงครามนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ ในขณะเดียวกันก็เกิดไฟป่าเผาผลาญประเทศตนเองที่เมือง Santa Rosa ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คน สูญหายอย่างน้อย 463 คน พื้นที่เกือบ 200,000 เอเคอร์ ได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 รอบนี้สหรัฐจะโทษเกาหลีเหนือกับรัสเซียอีกหรือเปล่านะ?
    ----------

    https://sputniknews.com/environment...y-california-fire-intensifying-winds-weekend/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปอกเปลือก ทรราช
    ไสหัวไป "เราไม่ต้องการคุณ" แอร์โดกันตวาดกรุงวอชิงตันที่ยอมบูชายัญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับตุรกี

    Screenshot_2017-10-13-13-06-12.png

    -----------
    วันที่ 12 ต.ค. 60 RT พาดหัวข่าวว่า "‘We don’t need you’: Erdogan accuses Washington of ‘sacrificing’ relations with Turkey"
    ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan แห่งตุรกีได้กล่าวหากรุงวอชิงตันว่าเซ่นความสัมพันธ์กับกรุงอังการา และได้ตำหนิเอกอัครราชทูตของสหรัฐประจำกรุงอังการาที่กำลังจะหมดวาระว่า "ไม่รู้จักฐานะของตนเอง" (/ไม่เจียมบอดี้)
    "ผมขอพูดให้ชัดเจนเลยนะครับ บุคคลที่สร้างปัญหาก็คือท่านเอกอัครราชทูตที่อยู่ที่นี่ (เรา) รับไม่ได้กับการที่สหรัฐจะต้องเซ่นสังเวยการเป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ต่อเอกอัครราชทูตคนหนึ่งที่ไม่เจียมสังขารตนเอง" ปธน.แอร์โดกันกล่าวบรรดาผู้ว่าจังหวัดต่างๆในกรุงอังการาเมื่อวันพฤหัสบดีนี้ อ้างคำพูดโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส
    แอร์โดกันได้อ้างถึงนาย John Bass เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำตุรกี ที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีแอร์โดกันได้กล่าวหาว่าดำเนินการโดยพลการในการตัดสินใจระงับการออกวีซ่าให้กับพลเมืองชาวตุรกี แทนที่จะเป็นการดำเนินการในนามของรัฐบาลสหรัฐ
    "น่าอับอายมาก ถ้าสหรัฐอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่ถูกปกครองโดยเอกอัครราชทูตคนหนึ่งในกรุงอังการา เพราะว่านี่เป็นจุดยืนที่พวกเขายึดมั่น พวกเขาควรจะพูดว่า 'คุณไม่สามารถปฏิบัติต่อพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์ของพวกเราในลักษณะนี้ได้ คุณไม่สามารถทำแบบนี้ได้' แต่พวกเขากลับไม่พูดแบบนี้เลย" แอร์โดกันเหน็บรัฐบาลสหรัฐ อ้างคำพูดโดยสำนักข่าว Anadolu ของรัฐบาลตุรกี
    รัฐบาลสหรัฐได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของประธานาธิบดีแอร์โดกัน โดยกล่าวว่าทูต Bass "ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่" จากกรุงวอชิงตัน และการตัดสินใจของเอกอัครราชทูตสหรัฐก็เกิดจากการประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐด้วย ทำเนียบขาวและสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐยืนยัน
    ปธน.แอร์โดกันเดินหน้าส่งข้อความถึงกรุงวอชิงตันอีกว่า "เราไม่ต้องการพวกคุณ" (we do not need you. แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า "ไสหัวไปซะ!")
    "พวกเราไม่ใช่รัฐชนเผ่านะว้อย! เราเป็นสาธารณรัฐแห่งตุรกี และคุณก็จะต้องยอมรับด้วย ถ้าคุณไม่ยอมรับ งั้นก็เสียใจด้วย แต่เราไม่ต้องการคุณ (อีกแล้ว)" แอร์โดกันกล่าว อ้างคำพูดโดยหนังสือพิมพ์ Hurriyet ของตุรกี
    แอร์โดกันได้กล่าวหาสหรัฐว่าซ่อนตัวผู้ต้องสงสัยจคนหนึ่งในสถานกงสุลของสหรัฐในอิสตันบูล ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับนาย Fethullah Gulen นักการศาสนา ที่กรุงอังการากล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังของการพยายามทำรัฐประหาร
    "ลูกจ้างของสถานกงสุลที่ตำรวจตุรกีตามจับตัว กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานกงสุลของสหรัฐ คนงานคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ Gulen อย่างชัดเจน" แอร์โดกันกล่าว
    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้ยืนยันเมื่อวันอังคารนี้ว่า ทางการตุรกีได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตของสหรัฐรายที่สามเข้าไปพบเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นาง Heather Nauert โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าว "เป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจเป็นอย่างยิ่ง"
    ลูกจ้างของสหรัฐคนแรกถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่นาย Metin Topuz พลเรือนชาวตุรกีถูกทางการจับกุม หนังสือพิมพ์ Daily Sabah ฝ่ายโปร-รัฐบาลตุรกีรายงานว่าเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกให้สมาชิกขบวนการกูเลน (Gulenists) หลบหนีออกจากตุรกี
    การจับกุมนาย Metin Topuz ทำให้เอกอัครราชทูตสหรัฐในตุกรี (เดือดดานมาก) ประกาศระงับการออกวีซ่าประเภท non-immigrant ให้กับทุกคนในสถานที่ทางการทูตของสหรัฐทั้งหมดในตุรกี โดยกล่าวว่า "เหตุการณ์เมื่อเร็วๆนี้ ได้บังคับให้รัฐบาลสหรัฐต้องประเมินความมุ่งมั่นของรัฐบาลตุรกีที่มีต่อการรักษาความปลอดภัยต่อสถานที่ทางการทูตและบุคคลากรของสหรัฐ..."
    ตุรกีต้องโต้แบบหนามยอกเอาหนามบ่งทันที โดยการออกแถลงการณ์ในลักษณะเดียวกันว่า สถานทูตของอเมริกันเป็นแค่ชื่อแทนประเทศสหรัฐเท่านั้น และกรุงอังการาก็ได้ออกหมายจับเจ้าหน้าที่สถานกงสุลของสหรัฐเป็นรายที่สองด้วย
    https://www.rt.com/news/406486-erdogan-washington-relations-ambassador/
    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/10/2560
    ---------
    https://www.rt.com/news/406486-erdogan-washington-relations-ambassador/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    In Clip:ข่าวใหญ่!!!สหรัฐฯลาออกจาก "ยูเนสโก" แล้ว อ้างไม่เป็นกลางกับยิว กระทบเงินช่วยมรดกโลกเห็นๆ
    เผยแพร่: 13 ต.ค. 2560 10:48:00
    560000010839001.jpg


    เอเจนซีส์ / รอยเตอร์ - สหรัฐฯและอิสราเอล ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกขององค์การยูเนสโก( UNESCO) อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้(12 ต.ค) อ้าง หน่วยงานพิทักษ์มรดกโลกของยูเอ็นบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ แถมมีอคติกับยิว การลาออกกระเทือน UNESCO หนัก เชื่อกระทบโปรเจกต์อนุรักษ์มรดกโลกอย่างเห็นได้ชัด แหล่งข่าวชี้ผลการลาออกจะเป็นทางการสิ้นเดือนธันวาคม 2018

    RT สื่อรัสเซียรายงานเมื่อวานนี้(12 ต.ค)ว่า องค์การองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก(UNESCO) ที่ก่อตั้งมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดในปี 1945 ที่มีสหรัฐฯช่วยเหลือในการก่อตั้ง ต้องขาดหัวเรือใหญ่และผู้บริจาคชาติสำคัญไปแล้วในวันพฤหัสบดี(12 ต.ค)



    ทั้งนี้พบว่าโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เฮทเธอร์ นูเอิร์ต( Heather Nauert) กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างหุนหัน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความกังวลของสหรัฐฯต่อเงินสนับสนุนขององค์การยูเนสโก ความจำเป็นของหน่วยงานที่ต้องปฎิรูปตั้งแต่พื้นฐาน และยังคงมีความเห็นเชิงอคติต่ออิสราเอลที่ยูเนสโก ”

    อย่างไรก็ตามในแถลงการณ์ของสหรัฐฯ ชี้ว่าวอชิงตันจะยังคงสมาชิกภาพในฐานะผู้สังเกตการณ์ในยูเนสโกต่อไป เพื่อที่ทางสหรัฐฯจะสามารถแสดงความเห็น ความคาดหวัง และความเชี่ยวชาญต่อทางองค์กรได้

    ทั้งนี้ยังไม่มีความเห็นออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯในเรื่องนี้

    สื่อรัสเซียชี้ว่า อิสราเอลได้ประกาศการลาออกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯออกแถลงการณ์ลาออกแล้ว พร้อมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาโจมตีทางยูเนสโก ว่าบิดเบือนประวัติศาสตร์ “นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ และมีคุณธรรม เพราะยูเนสโกได้กลายเป็นเวทีของตัวประหลาด แทนที่จะทำหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ แต่กลับเลือกที่จะบิดเบือน”

    เอกอัคราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ แดนนี ดานอน(Danny Danon) กล่าวในเรื่องนี้“วันนี้ถือเป็นวันใหม่ที่ยูเอ็น ซึ่งเป็นราคาที่พวกเขาทุกคนต้องจ่ายต่อการเหยียดหยามและกีดกันอิสาเอล”

    ซึ่งก่อนหน้า แหล่งข่าวสหรัฐฯได้ออกมาเปิดเผยกับเอพีว่า วอชิงตันมีแผนที่จะลาออกจากองค์การองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติขององค์การสหประชาชาติ หลังจากที่ทางหน่วยงานนี้มีมติหลายครั้งในการแสดงความเห็นที่ทางรัฐบาลทรัมป์ชี้ว่า เป็นการแสดงออกถึงความมีอคติต่อยิว

    ด้านผู้อำนวยการยูเนสโก อีรีนา โบโกวา( Irina Bokova ) กล่าวว่า เธอได้รับหนังสือแจ้งการลาออกอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน แล้ว พร้อมกับแสดงความรู้สึกถึงเรื่องนี้ว่า เธอมีความเสียใจอย่างสุดซึ้งในการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาที่ทำการลาออก

    โบโกวายืนยันว่า การลาออกของอเมริกา “ถือเป็นการสูญเสียต่อระบบวัฒนธรรมแบบหลากหลาย และต่อสังคมยูเอ็น”

    ในแถลงการณ์ของผู้อำนวยการยูเนสโก ที่ออกมาในวันพฤหัสบดี(12 ต.ค) โบโกวากล่าวว่า“ในเวลาที่การต่อสู้ต่อแนวคิดความรุนแรงสุดโต่ง มีความต้องการในการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องด้านการศึกษา และในการเจรจาเชิงวัฒนธรรมเพื่อป้องกันแนวคิดความเกลียดชัง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สหรัฐอเมริกาได้ทำการลาออกจากองค์การสหประชาชาติที่เป็นผู้นำในด้านปัญหาเหล่านี้”

    และผู้อำนวยการยูเนสโก ยังให้ความเห็นว่า“ในปี 2011 เมื่อสหรัฐฯหยุดการให้เงินสนับสนุนกับทางหน่วยงาน ดิฉันมีความรู้สึกว่า ทาง UNESCO ไม่เคยมีความสำคัญต่อสหรัฐอเมริกา หรือสหรัฐอเมริกาต่อ UNESCO”

    ทั้งนี้พบว่าในการหยุดการให้เงินช่วยเหลือองค์การยูเนสโก ในปี 2011 เกิดขึ้นเมื่อทางหน่วยงานยอมรับปาเลสไตน์ในฐานะสมาชิกส่งผลทำให้สหรัฐฯไม่พอใจอย่างหนัก แต่อย่างไรก็ตาม ทางวอชิงตันยังคงมีตัวแทนประจำที่สำนักงานใหญ่ขององค์การยูเนสโก ประจำกรุงปารีส

    โดยเป็นการหยุดให้เงินสนับสนุนแก่ทางหน่วยงานนับตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงปัจจุบันนี้ รอยเตอร์รายงานว่า แต่ละปีวอชิงตันต้องทำการสนับสนุนด้านการเงินทางงบประมาณแก่ทางยูเนสโก จำนวน 80 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งในเวลานี้สหรัฐฯยังคงค้างจ่ายทางหน่วยงานกว่า 500 ล้านดอลลาร์

    รอยเตอร์ชี้ว่า การลาออกของสหรัฐฯในครั้งนี้คาดว่า น่าจะกระทบต่อทางยูเนสโก เนื่องมาจากสหรัฐฯเป็นผู้บริจาครายใหญ่ถึง 1 ใน 5 ของทางหน่วยงาน ซึ่งหน้าที่ของยูเนสโก มีเพื่อปกป้องมรดกโลกเชิงวัฒนธรรมทั่วโลก เป็นต้นว่า เมืองโบราณพัลไมราในซีเรีย อุทยานแห่งชาติแกรนแคนยอนในสหรัฐฯ และเดอะเกรตแบริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เป็นต้น ทางองค์กรมีเจ้าหน้าที่ทั่วโลกราว 2,000 คน ส่วนใหญ่ประจำที่สำนักงานใหญ่ในฝรั่งเศส

    ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางยูเนสโก มีปัญหาด้านการเงิน เพราะนอกจากที่สหรัฐฯจะยังคงค้างจ่ายการสนับสนุนแล้ว พบว่าอีก 3 ชาติเป็นต้นว่า อังกฤษ ญี่ปุ่น และ บราซิล ด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือ ยังคงไม่จ่ายเงินช่วยเหลือทางหน่วยงานประจำงลประมาณปีนี้

    แหล่งข่าวการทูตอย่างน้อย 3 คนได้ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์วันพฤหัสบดี(12 ต.ค)ว่า การลาออกจะมีผลอย่างเป็นทางการในสิ้นเดือนธันวาคม 2018 ไปแล้ว

    560000010839002.jpg








    https://mgronline.com/around/detail/9600000104585
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ก็สมควรแล้วที่สหรัฐ และอิสลาเอล ถอนตัวจากยูเนสโก

    UNESCO : อักซอเป็นของมุสลิม ประณามยิวทำหลุมศพปลอมบิดประวัติศาสตร์ 20 เมษายน 2016 / By admin

    t0290-768x523.jpg

    ยูเนสโกระบุสิ่งปลูกสร้างที่ยิวอ้างในหลุมศพชาวมุสลิมในบริเวณมัสยิด อัลอักซอ เป็นของปลอมที่ถูกทำขึ้นใหม่ ชัดเจนพื้นที่อักซอเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของมุสลิม ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชาวยิว

    สำนักข่าว World Bulletin ของตุรกีรายงานการเปิดเผยข้อมูลของสำนักข่าว RT ของรัสเซียว่า ยูเนสโกมีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน ในการระบุว่ามัสยิดอัล-อักซอ และสถานที่สำคัญอื่นๆ ในเฮบรอน และเบทเลเฮม “เป็นส่วนของปาเลสไตน์” และยังประณามอิสราเอลสำหรับการใช้อำนาจเข้ายึดครองพื้นที่และสร้างหลุมศพปลอมในพื้นที่ฝังศพของชาวมุสลิม

    ร่างมติของคณะกรรมการบริหารยูเนสโกในพื้นที่ของปาเลสไตน์ระบุเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมาว่า สองสถานที่สำคัญคือมัสยิดอิบรอฮีมในกลางเมืองเก่าเฮบรอน และมัสยิด Bilal bin Rabah ในเมืองเบทเลเฮม เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม

    ยูเนสโก “ขอยืนยันว่าสถานที่ทั้งสองในเฮบรอน และเบทเลเฮม เป็นพื้นที่ของปาเลสไตน์” และ “ไม่ยอมรับในการดำเนินการของอิสราเอลสำหรับการขุด ค้น และการกระทำที่ผิดกฏหมายระหว่างประเทศ การก่อสร้างถนนเชื่อมต่อพื้นที่ยึดครองผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว และการสร้างกำแพงปิดกั้นเขตเมืองเก่า เฮบรอน ถือเป็นอันตรายต่อความสมบูรณ์ต่อสถานที่สำคัญ”

    ยูเนสโกยังได้กล่าวถึงการดำเนินการของอิสราเอลในการโจมตีต่อพื้นที่ของชาวมุสลิมใน Al Haram Al-Sharif ในเขตมัสยิดอัล-อักซอ

    “ขอประณามการรุกรานของอิสราเอล และมาตรการที่ผิดกฎหมาย กับเสรีภาพในการปฎิบัติตามศาสนกิจของชาวมุสลิม ต่อพื้นที่มัสยิดอัล-อักซอ Al Haram Al-Sharif และขอให้อิสราเอลเคารพต่อสถานะประวัติศาสตร์เดิมและหยุดทันทีมาตรการที่ดำเนินการอยู่”แถลงการระบุ

    ยูเนสโกเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดสำหรับคำสั่ง “ห้ามชาวมุสลิมทำการฝังศพในพื้นที่บางส่วนที่อิสราเอลสร้างหลุ่มศพปลอมของชาวยิวขึ้นในสถสานของชาวมุสลิม”


    http://i-newsmedia.net/?p=14544
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ให้โอกาสยูเนสโกมาหลายเดือนแล้ว

    อเมริกาสร้างความกดดันต่อยูเนสโกในการถอนมติความเป็นอิสลามของมัสยิด อัลอักซอ

    b1d237aad44a95e3871fc116e6241517_XL.jpg


    สถานีโทรทัศน์ช่อง 10 ของอิสราเอลรายงานว่า อเมริกามีความพยายามที่จะฉีกมติของยูเนสโก

    สถานีโทรทัศน์ช่อง 10 ของอิสราเอลรายงานอีกว่า อเมริกามีความพยายามที่จะฉีกมติของยูเนสโก โดยที่มีการปฏิเสธความสัมพันธ์ทุกด้านระหว่างชาวยิวกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ “อัลกุดส์” ซึ่งในนั้นคือ “มัสยิดอัลอักซอ”

    สถานีโทรทัศนี้ช่องนี้ยังรายงานอีกว่า อเมริกาได้สร้างความกดดันแก่ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกขององค์กรยูเนสโกเพื่อต้องการให้ฉีกมติดังกล่าวนี้

    อย่าไงก็ตาม ยูเนสโกได้ตัดสินใจให้มีการจัดประชุมหารือในอาทิตย์หน้า เพื่อเป็นการอนุมัติขั้นสุดท้ายสำหรับมติอันนี้ ซึ่งมีการปฏิเสธความสัมพันธ์ทั้งหมดของชาวยิวกับมัสยิดอัลอักซอและลานกว้าง "บุร็อก" ด้วย
    http://siampublic.com/world/174/america-unesco-islam
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    พระเจ้าประทานให้หรือ?
    แม่น้ำเปลี่ยนเป็นเลือดสีแดงในเมือง Koforidua ประเทศกานา เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้เกิดจากมลพิษ เนื่องจากไม่มีอุตสาหกรรมในพื้นที่ ชาวบ้านงุนงงและกลัว! อันตรายต่อสุขภาพอีกหรือไม่? ข้อมูลเพิ่มเติม: http://kumikasa.com/breaking-news-mysterious-river-runs-blood-red-in-koforidua/

    River turns blood red in Koforidua, Ghana. Authorities rule out pollution as there are no industry in the area. Residents baffled and terrified! Another health hazard ahead? more information: http://kumikasa.com/breaking-news-mysterious-river-runs-blood-red-in-koforidua/

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    แนวโน้มการเกิดสงครามโลกครั้งที่3."เมื่อสหรัฐฯ เป็นรองทางทหารและการเมืองต่อ รัสเซีย ในตะวันออกกลาง" นับแต่นี้จะเกิดอะไรขึ้น

    Trump-Assad-Kim-Jong-Un-Vladimir-Putin-nuclear-blast-605359.jpg

    ถึงวันนี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าคาบสมุทรเกาหลีและตะวันออกกลางใกล้จะเกิดมหาสงครามจริงๆเมื่อสหรัฐเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพิ่มการซ้อมรบอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา(ความจริงก็เตรียมโจมตีเกาหลีเหนือรอให้ฝ่ายเปียงยางเปิดฉากก่อนตอนนี้ก็ยั่วยุไปเรื่อยๆ)


    สัปดาห์ที่แล้วก็เสริมเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไปอีกตามด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด รุ่นบีบีวันติดหัวรบนิวเคลียร์ โดนัลด์ ทรัมป์ เผลอหลุดให้สัมภาษณ์ว่า"มีหนทางเดียวที่จะจัดการกับเกาหลีเหนือ"(นั่นคือสงคราม)แต่ที่มาแรงแซงโค้งทุกเรื่องในเวลานี้ก็คือองค์พระประมุขของซาอุดีอาระเบียเสด็จเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการและบรรลุข้อตกลงหลายประการรวมทั้งการซื้ออาวุธจำนวนมากโดยเฉพาะ ขีปนาวุธพิสัยไกลที่ชื่อ S- 400 จำนวนมากทำให้สหรัฐฯ เร่งอนุมัติระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบทาดให้ทันทีทันใดเช่นกันนักวิเคราะห์ทั่วโลกลงความเห็นนี่คือผลกระทบที่รุนแรงต่อโลกอาหรับและสหรัฐอเมริกาโดยตรงมีแต่รัสเซียเท่านั้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด

    ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

    1.สหรัฐฯ และชาติตะวันตกให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ทั้งทางตรงและทางออ้มจนขณะนี้อิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า10ลูก

    2.ในระยะเวลาสามปีที่ผ่านจนถึงปัจจุบันสหรัฐฯใช้ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีทั้งทางการเมืองและการทหารแบบรุกฝ่ายเดียวจนเกิดการผลักมิตรไปเป็นศัตรู เช่น กรณีตุรกีที่หนุนกองทัพให้รัฐประหารแต่ก็พ่ายแพ้รัฐบาลปัจจุบันทำให้รัสเซียได้ตุรกีเป็นมหามิตรทันทีการหนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียก็ถูกรัสเซียจับมือกับอัสซาสปราบราบคาบหนุนไอเอสก็ถูกรัสเซียประกาศสงครามลุยแหลกจนขณะนี้กำลังระส่ำระสายเสียชีวิตหลายพันคนอิหร่านไม่ต้องพูดถึงไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของสหรัฐฯ (ขณะนี้ถือว่าอิหร่านเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของตะวันออกกลาง)การหนุนให้ชาวเคิร์ดแยกประเทศยิ่งสร้างความเจ็บแค้นให้ตุรกี อิหร่านบวกอิรักเพิ่มมาอีกหนึ่งประเทศดังนั้นการที่ซาอุฯมีท่าทีเป็นพันธมิตรกับรัสเซียเพิ่มขึ้นผลเสียจึงตกกับสหรัฐเพราะซาอุฯคือมหามิตรของสหรัฐที่สำคัญในตะวันออกกลาง

    แล้วสหรัฐจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อประมวลแล้วน่าจะมี5ประการที่สำคัญดังต่อไปนี้
    1.เดินหน้าหนุนฝ่ายกบฏในซีเรียต่อไปแม้ว่าจะต้องลงทุนอีกมากเพราะไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

    2.ให้อิสราเอลเพิ่มการโจมตีกลุ่มต่างๆที่สู้รบในขณะนี้ต่อไปแต่ให้หนักขึ้น

    3.ถอนทหารกลับยอมให้รัสเซียคุมตะวันออกกลางโดยถาวร(คงยาก)

    4.ให้อาวุธชาวเคิร์ดทุกกลุ่มเพื่อป่วนทั้ง อิหร่านตุรกีอิรักพร้อมกัน(ถ้าทำสำเร็จจะตีเสมอรัสเซีย)

    5.หนุนกลุ่มไอเอสให้รวมตัวกันให้ได้

    จากทางเลือกของสหรัฐฯทั้งหมดคงไม่ถอยจากตะวันออกกลางและคงหาวิธีที่สรุปมาแล้วทั้ง 5ข้อ สงครามที่ตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นแน่นอนขึ้นชื่อว่าสหรัฐฯไม่ยอมเป็นรองใครอยู่แล้วโดยเฉพาะรัสเซียเพราะสหภาพโซเวียตยังบอนไซจนล่มสลายมาแล้วแต่ก็คงไม่ง่ายเหมือนอดีตและนี่เป็นอีกหลายปัจจัยที่เกื้อกูลให้เพิ่มอุณหภูมิสงครามโลกครั้งที่3ทั้งนั้น

    http://www.phenkhao.com/contents/bg/11398
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    ปี2545พี่น้องที่จะนะสงขลาสู้กันเรื่องผลประโยชน์จากแกสในแหล่งเจดีเอจนต้องคดีสู้กันถึง3ศาลกว่าจะรอดคุกตะรางมาได้จากข้อกล่าวหาสารพัด วันนี้น้ำลดตอผุดขอบคุณเจ๊รสนา โตสิตระกูลที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาถามและหาคำตอบ...

    FB_IMG_1507907416704.jpg FB_IMG_1507907419046.jpg FB_IMG_1507907421478.jpg FB_IMG_1507907424117.jpg FB_IMG_1507907426555.jpg FB_IMG_1507907428974.jpg

    "ขอให้นายกฯ จัดการกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีส่งออกปิโตรเลียมเหลว(คอนเดนเสท)จากแหล่งJDA ของบริษัทเอกชนให้ถูกต้อง"
    ในช่วง2อาทิตย์ที่ผ่านมา มีข่าวดังในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารหลุดลอดออกมา เรื่องที่ 3ปลัดกระทรวงลงมติเบรกDSI ดำเนินคดีกับบริษัทต่างชาติที่หลีกเลี่ยงภาษี กรณีซื้อคอนเดนเสทจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) โดยสำแดงเอกสารส่งออกอันเป็นเท็จ หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีขาออก มีการอ้างว่าหากดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนที่เลี่ยงภาษีจะเกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถึงกับมีข่าวว่าจะขอให้นายกรัฐมนตรี พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา44 มาแทรกแซงคดีนี้อีกด้วย
    จากข้อมูลของสำนักข่าวไทยพับลิก้าได้รายงานว่า
    "ที่ผ่านมาการซื้อ-ขายคอนเดนเสทจากพื้นที่ JDA ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา หากเป็นการซื้อ-ขายกันโดยตรง ระหว่างบริษัทผู้รับสัมปทานขายให้บริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือมาเลเซีย แต่ก็มีหลายกรณีที่ด่านศุลกากรสงขลา ตรวจพบ บริษัทผู้รับสัมปทานนำคอนเดนเสทไปขายผ่านคนกลาง ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนนำคอนเดนเสทมาขายให้กับบริษัทในเครือ ปตท. เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา
    ยกตัวอย่าง กรณีบริษัท CARIGALI HESS OPERATION COMPANY SDN BHD นำส่วนแบ่งคอนเดนเสทที่ผลิตได้ จากแหล่งจักรวาล (Cakerawala) ไปมอบให้บริษัท HESS นำไปขายให้กับบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR) โดยมีใบรับรองจากองค์ร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) แนบมากับใบขนสินค้า แจ้งต่อด่านศุลกากรสงขลาว่าจะนำคอนเดนเสท
    ล็อตนี้ไปขายให้กับ ปตท. อะโรเมติกส์ฯ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสงขลาจึงทำการตรวจปล่อยสินค้า โดยไม่ได้เก็บอากรขาออก เพราะเป็นการขายให้กับบริษัทไทย"
    ต่อมามีการร้องเรียนกล่าวโทษเรื่องนี้ต่อDSI เรื่องการหลีกเลี่ยงภาษีของ บริษัทCPOC(ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างปตท.สผ.และคาริการี่ของมาเลเซีย) และบริษัทCHESS (ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างคาริการี่กับบริษัทเฮสส์ของสหรัฐ)
    หลังจากมีการสอบสวนแล้ว DSI ร่วมกับพนักงานอัยการได้มีมติว่า2บริษัทมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรตามมาตรา 99 และ มาตรา 27 พ.ร.บ ศุลกากร 2469 จึงได้แจ้งให้บริษัท CPOC และ บริษัท CHESSมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งบริษัท CPOCได้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ส่วนบริษัท CHESS ขอเลื่อนมารับทราบข้อกล่าวหาในเดือนกรกฎาคม 2560 แต่ก็ไม่มา
    ต่อมาปรากฎเอกสารการประชุมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 หลุดลอดมาสู่สื่อมวลชนเรื่องที่กระทรวงพลังงานโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้นัดหมายปลัดจาก 3 กระทรวงประกอบด้วยกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงยุติธรรม มาประชุมเพื่อหาทางออกให้2บริษัทดังกล่าว โดยเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ DSI ด้วยการขอให้ชะลอการสอบปากคำคดีความดังกล่าวออกไปก่อน และเสนอให้กรมศุลกากรพิจารณาการเสียภาษีขาออกโดยพิจารณาจากการขนส่งไปยังประเทศปลายทางเป็นหลัก( Physical movement) อ้างว่าหากมีการดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนดังกล่าวจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ !!!!
    ทั้งที่ตามข้อตกลงไทย-มาเลเซีย มีการกำหนดชัดเจนว่า การขายน้ำมันส่วนที่เป็นกำไรจากแหล่งJDA ไปยังไทย และมาเลเซียนั้นไม่มีภาษี แต่ถ้ามีการขายนอกราชอาณาจักรไทยและมาเลเซีย ต้องเก็บภาษีตามกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยลดลง50% ซึ่งประเทศไทยมีภาษีส่งออก10% จึงเก็บได้5%
    กรณีการขายคอนเดนเสทที่มีปัญหานี้ ตามข้อเท็จจริงปรากฎหลักฐานการซื้อขายระหว่าง บริษัท HESS GLOBAL
    TRADING LIMITED (ผู้ขาย) กับ KARNEL OIL PTE LIMITED SINGAPORE (ผู้ซื้อ) จึงถือว่าเป็นการขายไปนอกราชอาณาจักรไทย และมาเลเซียตามพ.ร.ก พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ 2530 ภาค3 ประเภท 8(ก) ผู้ขาย (HESS) จะต้องเสียอากร10%โดยลดอัตราเรียกเก็บลงเหลือ5%
    หลักฐานการซื้อขายคอนเดนเสทระหว่างผู้ซื้อคือ KARNEL OIL สิงคโปร์ และผู้ขาย คือ HESS ดูเอกสารที่ 1,2,3ที่ทำไฮไลท์ สีชมพู
    ใบที่1 (สีชมพู)คือใบส่งของ (invoice)ระบุชื่อว่า TO THE ORDER OF BNP PARIBAS, SINGAPORE
    ใบที่2 (สีชมพู) เป็นเอกสารประกอบใบขนสินค้าที่มีการลงชื่อร่วมกันของพนักงานบริษัทฯและเจ้าหน้าที่องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ของผู้ขายคือ HESS ที่ระบุว่า SALE TO : PTT AROMATICS AND REFINING ทั้งที่ในความเป็นจริง สัญญาซื้อขาย ใบส่งสินค้า และTelex ระบุขายให้ Karnel Oil ของสิงคโปร์ แต่กลับพิมพ์ข้อความว่าขายให้ปตท.อโรมาติกส์และการกลั่น เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสงขลาจึงทำการตรวจปล่อยสินค้า โดยไม่ได้เก็บอากรขาออก เพราะเห็นว่าเป็นการขายให้กับบริษัทไทย
    จึงมีข้อสังเกตว่าที่พิมพ์ข้อความเช่นนี้เป็นการอำพรางต่อด่านศุลกากร ใช่หรือไม่ และเป็นการสำแดงเท็จด้วย ใช่หรือไม่
    ใบที่3 (สีชมพู) เป็นหลักฐานการส่งออกคอนเดนเสทให้กับ KARNEL OIL ของสิงคโปร์ ตามหนังสือ CUSTOMER LIFTING TELEX ที่ผู้ขาย (HESS)จะออกให้เพื่อยืนยันการส่งมอบคอนเดนเสทที่เสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งเวลาที่เรือออกจากท่า ส่งให้กับผู้ซื้อ(KARNEL OIL PTE LTD )ทันที แสดงว่าคอนเดนเสทดังกล่าวได้มีการส่งออกสำเร็จแล้วตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ 2469 และความรับผิดที่จะต้องเสียภาษีของผู้ส่งของออก(HESS)จึงเกิดขึ้นตามกฎหมายมาตรา 10ตรี
    ขอให้ผู้อ่านเปรียบเทียบเอกสารชุดที่ถูกต้องที่ทำไฮไลท์เป็น"สีเขียว" 3ใบประกอบด้วย1)ใบสั่งซื้อ 2) เอกสารประกอบใบขนสินค้าที่มีการลงชื่อร่วมกันของพนักงานบริษัทฯและเจ้าหน้าองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ที่สำแดงต่อศุลกากร และ 3) CUSTOMER LIFTING TELEX ที่ผู้ขาย (HESS)จะออกให้ผู้ซื้อเพื่อยืนยันการส่งมอบคอนเดนเสทที่เสร็จสมบูรณ์
    เอกสารสีชมพูเป็นการสำแดงเท็จเพราะไม่ได้ขายให้ปตท..แต่ขายให้ Karnel oil.ตามสัญญาซื้อขาย ใบส่งสินค้า และTelex.
    ส่วนเอกสารสีเขียวเป็นการขายให้ปตท.จริงเอกสารทั้งสัญญาซื้อขาย ใบส่งของ และTelex..จะเป็นชื่อปตท.ทั้งหมด.
    การที่ปลัดกระทรวง 3กระทรวง มีความเห็นในเอกสารการประชุมที่หลุดลอดออกมา ทำให้สังคมได้ล่วงรู้ข้อมูลที่มีการประชุมที่ระบุว่า "อธิบดีกรมศุลกากรได้ยืนยันโดยวาจาว่าจัดเก็บอากรขาออกฯให้พิจารณาจากการขนส่งไปยังประเทศปลายทางเป็นหลัก(Physical movement)" ทั้งที่ข้อพิจารณาดังกล่าวไม่มีข้อกฎหมายใดมารองรับ ใช่หรือไม่
    ข้อกฎหมายเรื่องการจัดเก็บอากรขาออกที่ถูกต้องคือ คำสั่งกรมศุลกากรที่ 5/2548 ข้อ 4 02 04 04 เพื่อเป็นการกำหนดจุดที่ภาระภาษีเกิดขึ้นในพื้นที่พัฒนาร่วมฯ ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการศุลกากรไทย-มาเลเซีย "ได้กำหนดให้เรือกักเก็บน้ำมัน (Floating Storage and Offloading Vessel Area : FSOA) และ จุดตั้งมาตรวัดเพื่อวัดปริมาณการส่งออกน้ำมัน เป็นจุดที่ภาระภาษีเกิดขึ้นตามกฎหมาย(Tax Point)"
    หากเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏว่า มีผู้บริหารระดับสูงถึง3กระทรวง ได้ออกหน้ามาแก้แทนบริษัทเอกชนโดยให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกับบทบัญญัติของกฎหมายเรื่องจุดที่ภาระภาษีเกิด(Tax Point) และยังจะทำเรื่องให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา44 ในทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยตัวบทกฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่
    สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือการนำเข้าคอนเดนเสทโดยตรงจากแหล่งเจดีเอโดยบริษัทในประเทศไทยสามารถทำได้อยู่แล้วโดยไม่มีภาระภาษี แต่เหตุใดจึงมีการทำให้ซับซ้อนโดยขายไปที่สิงคโปร์ทอดหนึ่งก่อนจะนำเข้ามายังประเทศไทย หรือว่าการนำเข้าโดยตรงจากแหล่งเจดีเอ ทำให้ไม่สามารถบวกต้นทุนโสหุ้ย และกำไรที่ผ่านคนกลางอีกทอดหนึ่ง ใช่หรือไม่
    หากนายกรัฐมนตรีบ้าจี้ทำตามข้อเสนอแนะของข้าราชการระดับสูงเหล่านี้ ที่เสนอให้นายกฯใช้มาตรา44 เข้ามาแทรกแซงคดีความการหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทเอกชน ก็จะทำให้บริษัทเอกชนที่หลีกเลี่ยงภาษีไม่ต้องรับผิด ส่วนรัฐสูญเสียภาษีไปโดยไม่ถูกต้อง
    แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือ จะทำให้กรณีนี้กลายเป็นบรรทัดฐานให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีส่งออกจากแหล่งJDA และรัฐบาลจะไม่ได้ภาษีจากการส่งออกน้ำมันของแหล่งJDAตลอดไป
    ที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้เอกชนสามารถแสวงหาผลประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเสียภาษี ด้วยการไม่นำเข้าน้ำมันโดยตรงจากแหล่งJDA แต่จะใช้วิธีซิกแซกโดยขายน้ำมันไปให้พ่อค้าคนกลางที่สิงคโปร์ทอดหนึ่งก่อน เพื่อบวกค่าใช้จ่ายและกำไร ก่อนส่งเข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเปิดช่องให้เอกชนหากำไรเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้แล้ว แต่ที่แน่ๆคือคนไทยต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น โดยรัฐไม่ได้ภาษีด้วย ใช่หรือไม่
    สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรดำเนินการ จึงไม่ใช่การใช้มาตรา44แทรกแซงการตรวจสอบของDSI หรือเปลี่ยนแปลงการเก็บภาษีขาออกของกรมศุลกากร ที่มีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับอยู่แล้ว แต่ควรจะตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนปลัดกระทรวงทั้ง 3 กระทรวง และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สอบสวนกระทรวงพลังงานเป็นลำดับแรก เพราะเป็นตัวตั้งตัวตีในการเชิญประชุม และเสนอเรื่องนี้เข้าไปที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และถึงกับเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา44 เพื่อช่วยให้เอกชนที่หลีกเลี่ยงภาษีให้ไม่ต้องรับโทษ และไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐอีกด้วย
    การที่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ออกมาใช้อำนาจในการช่วยเหลือให้บริษัทเอกชนหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีให้กับรัฐย่อมเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง เพราะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ ทำให้ราชการเสียหาย เป็นการใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยในทางมิชอบ ใช่หรือไม่
    ข้าราชการที่ดีจะต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญเป็นลำดับแรก มิใช่มุ่งแต่ดูแลฝ่ายเอกชนโดยลืมไปว่าตัวเองเป็นข้าราชการ ที่กินเงินเดือนหลวง ใช่หรือไม่
    รสนา โตสิตระกูล
    13 ตุลาคม 2560
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583
    Wudhichai Maitreesophone

    Screenshot_2017-10-14-09-04-30.png

    ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่าน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ถ้าสหรัฐจะประกาศว่ากองทัพอิหร่านเป็นผู้ก่อการร้าย กองทัพอิหร่านก็จะเป็นผู้ก่อการร้ายจริงสหรับสหรัฐ ในตะวันออกกลางที่ไหนมีทหารอเมริกัน ที่นั่นจะต้องมีกองทัพอิหร่านตามจัดการบดขยี้ทหารสหรัฐ แบบไม่ให้หลับให้นอนเลย
    https://www.rt.com/news/406085-iran-firm-sanctions-reaction/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,950
    ค่าพลัง:
    +33,583


    #หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลก
    นี่เป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็น
    การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างชัดเจน
    เนื่องจากขณะนี้แกนหมุนของโลก
    ได้เอนเอียงเบี่ยงเบนไปจากเดิม
    โดยทำมุมกับแนวดิ่ง
    ผิดเพี้ยนไปในบางขณะ
    เพราะดาวเคราะห์โลกเสียสมดุล
    เนื่องจากแรงบิดตัว
    ของแกนแม่เหล็กใจกลางโลก
    เสียสมดุล ไม่คงที่ มีแรงบิดต่ำลง
    เพราะจิตสำนึกมนุษย์โลกโดยรวมตกต่ำลง
    จึงยังผลให้โลกหมุนไปส่ายไป
    ผลปรากฏว่าเมื่อตอนน้ำลง
    น้ำทะเลก็จะลดลงต่ำมากผิดปกติ
    จนกระทั่งทะเลเหือดหาย
    เหลือแต่หาดทรายห่างไกลลงไปในทะเล
    จึงยังผลให้ฝูงปลาทั้งหลาย
    ที่ว่ายวนหากินอยู่ตามแนวชายฝั่ง
    พากันว่ายตามน้ำทะเลที่ลดลงไม่ทัน
    เพราะน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ
    ฝูงปลาเหล่านี้จึงตกค้างอยู่ตามแอ่งน้ำตื้นๆ
    พอน้ำในแอ่งแห้งหายไปพวกเขาจึงตาย
    อย่างที่เห็นในคลิปนี้นั่นเอง
    คลิปที่บันทึกหลักฐานการเสียสมดุลโลก
    จนเป็นเหตุให้น้ำทะเลลงผิดปกติ
    ซึ่งเป็นที่มาของฝูงปลาตายแถบชายหาด
    เพราะว่ายตามน้ำทะเลที่ไหลลงไม่ทันนี้
    เกิดขึ้นที่ชายทะเลแห่งหนึ่ง
    ในประเทศ #อุรุกวัย
    เอเมน สาธุ
    ป.วิสุทธิปัญญา
    13-10-2017
     
  20. Rama bodhisattva

    Rama bodhisattva Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2016
    โพสต์:
    149
    ค่าพลัง:
    +40
    ถ้าสนใจลองเปิดอ่านดูนะครับ เพื่อจะได้เป็นการเตรียมตัวและเตรียมการสำหรับในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้าอันใกล้ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร นั่นเป็นสิ่งที่บุคคลจะรับข้อมูล เป็นสิทธิส่วนบุคคลในการรับข่าวสารข้อมูล ผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจนะครับ ไม่มากก็น้อย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...