ท่านฝึกละสังโยชน์ ๓ เพื่อเตรียมตัวเป็นโสดาบันอย่างไร

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์โง๋, 11 เมษายน 2017.

  1. ยศวดี

    ยศวดี ว่างเปล่า ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,314
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +5,419
    เชื่อใหม
    อ่านอะไรแบบนี้แล้วสลด
    ทิฎฐิมานะมันเกิด
    ให้เห็นเลย
    จิตไม่มีอะไรจะเสพและส่องสุม
    เจอเชื้อดีเข้าไป
    ใหม้เป็นจุล

    จริงไม่คิดเลยนะ

    โดนจับเลี้ยวให้คิด
    เหมือนจับหน้าหันและบอก
    ดู

    พอรู้ตัววววว
    แมร่ง โคตรสลดใจเลย
    โคตร...อนาจ
     
  2. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    6,955
    ค่าพลัง:
    +7,446
    ชอบกระทู้นี้
    มีทุกรสชาด มีจริง มีเกือบจริง มีฮา มีเก๋า
    พี่ศิษย์โง่ คนหล่อเก๋ามาก55
     
  3. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,894
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,426
    อ๋อ อาจารย์แมวชอบเก๋า คิกๆๆ
     
  4. deejaimark

    deejaimark เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,835
    ค่าพลัง:
    +16,411

    ท่านใดหยั่งทราบเรื่องนี้ด้วยตนเอง
    หรือมีครูบาอาจารย์กำชับ
    เช่นนี้ช่วยยืนยันด้วยครับ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาท แต่ควรใส่ใจอย่างยิ่ง
    +++ พระโสดาบัน มีระบุไว้ชัดเจนว่า "พ้นสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส"

    +++ เฉพาะ "สักกายทิฏฐิ" ตรงนี้ ผู้ปฏิบัติในทาง "มหาสติปัฏฐาน 4" ที่สามารถ "ทำความรู้สึกตัวทั่วถึง" ได้แบบ ตจปริยันโต มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ จนได้นิสัย ก็จะรู้ได้ชัดเจนว่า "มีเวทนากายเป็นตน" พ้นจากการยึดเอา "กายเนื้อ เป็นกายเป็นตน" จากกายเนื้อ กลายเป็น กายเวทนาแทน (ตรงนี้เป็น ดำรงค์สติมั่น รู้ ระดับของกาย ในปัจจุบันขณะ)

    +++ เมื่อได้ "กายเวทนาเป็นตน" ไม่นานก็จะ รู้ ชัดเจนถึงอาการของ "สัมปชัญญะ 4 และ ปิติ 5" ซึ่งมันคือ อาการของ กายเวทนา รวมทั้งการแปรเปลี่ยนของกายจาก ปิติ5 สู่ สุข เอกัคตารมณ์ต่าง ๆ นั่นเอง และจะรู้ชัดเจนว่า กายคือฌาน หรือ ฌานคือกาย ในภายหลัง

    +++ ไม่นาน ก็จะได้ประสพการณ์ของ กายเวทนาที่ทับซ้อนกันอยู่กับกายเนื้อ และรู้จัก "กายในกาย" ตามความเป็นจริง

    +++ สรุปย่อ ๆ ได้ว่า เรื่องของ กายในกาย การกำหนดกายต่าง ๆ จะเป็นที่ "สิ้นสงสัย" ตรงนี้คือ "พ้นวิจิกิจฉา" และรู้ "หลักปฏิบัติของเฉพาะตนเอง" ตรงนี้ "พ้นสีลัพพตปรามาส"

    +++ จากการ รู้ชัด ว่า กายคือฌาน (ในระดับโสดา-สกิทา ยังไม่สิ้นสงสัยในฌาน ในระดับ อนาคา จะรู้ชัดว่า "ตน นี่แหละคือ ฌาน") ตรงนี้ จะทำให้มี "ขีดความสามารถในการ ปรับกาย ได้ในทุกขณะจิต" ให้เป็น กายสัมปชัญญะ หรือเป็น กายของโล่งโปร่งเบา (ฌาน 3) หรือให้เป็น กายแห่งเอกัคตารมณ์ ได้เป็นปกตินิสัย

    +++ ดังนั้น ในยามที่เกิด "กายที่ครองทุกข์เมื่อไร" ผู้ที่สามารถ ปรับกายได้ดั่งปรารถนา จึงสามารถ "ปรับกาย" ให้พ้นจาก ทุกข์ ได้ในทันที ตรงนี้คือ "ปิดอบาย" นั่นเอง

    +++ ที่กล่าวมาโดยคร่าว ๆ นี้ ต้อง "ทำ" เอาเท่านั้นจึงจะ "รู้" ได้ การ "พิจารณาแบบฝรั่ง (ตรรกะ) จะเป็น อจินไตย และ วิปลาส เอาได้ง่าย ๆ" นะครับ

    ที่มา...
    http://palungjit.org/threads/คุณธรรมต้องถึงโสดาบันจึงจะพ้นนรกอบายภูมิ.614008/#post-10442316
     
  5. ศิษย์โง่ V2

    ศิษย์โง่ V2 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กันยายน 2017
    โพสต์:
    11
    ค่าพลัง:
    +2
    ขอบคุณครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...