ธรรมะ จากเพจ พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย สายหลวงปู่มั่น, 4 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    เพราะว่าพระ..ไม่ใช่เอาพระอรหันต์มาบวช
    เอาปุถุชนมาบวช โดยมากมันไหลไปทางกิเลส ไปทางต่ำ
    แต่บวชเข้ามาใหม่ๆ ก็เออ..เป็นผู้มุ่งหวังอรรถธรรม
    หวังทางพ้นทุกข์แต่พออยู่ต่อมาน่ะ
    มองเห็นน่ะ..มองเห็น “อดิเรกลาภ”
    มองเห็น “ศรัทธา” คนที่มานับถือเลื่อมใส
    พอมาเห็นจุดนี้แล้วก็นั่น..

    พอจะได้สิ่งของอะไรก็แนะนำบอกกล่าวเขา
    ผลที่สุดก็นั่นแหล่ะ ศรัทธาญาติโยมก็ศรัทธา
    ผิดหรือถูกก็ไม่รู้เหมือนกันศรัทธาน่ะ

    อย่างพระเจ้าอชาตศัตรูน่ะศรัทธาพระเทวทัตน่ะ
    พระเทวทัตบอกอะไรเชื่อหมด
    บอกให้ฆ่าพระพุทธเจ้าก็เอา
    จะต้องการนายขมังธนูหรอ..เอ้า..จัดให้
    ปล่อยช้างนาฬาคิริงหรอ…เอ้าให้
    อย่างนี้ล่ะ..เพราะว่า “ศรัทธา”

    ศรัทธาคำนี้น่ะน่ากลัวนะถ้าศรัทธาไม่สัมปยุตด้วยปัญญา
    ศรัทธาที่ไม่รอบคอบ มีแต่ศรัทธาอย่างเดียว..น่ากลัว
    ถ้าศรัทธานี่สัมปยุตด้วยปัญญา อันไหนผิดอันไหนถูก
    อันไหนควร มิควร อย่างไร นี่แหละถ้ามีสัมปยุต
    ด้วยปัญญาแล้วก็ดี

    พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อยบ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -ไม่ใช่เอาพร.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  2. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    ในข้อห้า สุรา เป็นของมึนเมา พอพูดถึงในแง่นี้ก็เคยมีคนมาถาม ตอนไปฉันที่กระทรวงศึกษาธิการ เขามาถาม ผู้ถามก็เป็นนักสุราคอสุราทีเดียว ว่าการดื่มสุรานี้ ท่านบอกว่าเป็นโทษ เราจะดื่มไม่ให้เกิดความมึนเมา ดื่มพอดิบพอดี พอเข้าสังคมได้ อันนี้จะเป็นบาปไหม ว่างั้น เพราะเราไม่ดื่มให้มึนเมา จำเป็นก็ต้องได้ตอบ ขนาดไหนที่ว่าเห็นว่าพอดี ที่เข้าสังคมได้พอดี ไม่ถึงกับมึนเมา หากว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับกันแล้วว่าเป็นของดี ไม่เสียอะไรแล้ว ก็ขอเชิญไปหาสุรามาให้หลวงตาบัวดื่มเดี๋ยวนี้ เอาให้ขนาดพอดีกับเข้าสังคม เวลานี้เรากำลังอยู่ในสังคม พวกท่านทั้งหลายจะเห็นด้วยไหม จะพอใจไปหาสุรามาให้หลวงตาบัวดื่มไหม ดื่มเพื่อสังคมเวลานี้ อย่าเอาขนาดที่มันเป็นบาป ให้เอาขนาดที่ท่านทั้งหลายเห็นดีว่าเหมาะกับสังคม

    เขาก็บอกว่าทำไม่ได้ เมื่อทำไม่ได้แล้ว หลวงตาบัวก็เป็นคน ท่านทั้งหลายก็เป็นคน ข้อบัญญัติบันยังทั้งหมดพระพุทธเจ้าบัญญัติสอนคน สิ่งที่ว่าเป็นบาปก็ว่าเป็นบาป แล้วใครจะเหนือโลกไปไม่เป็นบาป ฆราวาสก็ต้องเป็นบาป พระก็ต้องเป็นบาป เมื่อพระเห็นว่าไม่งามแล้วฆราวาสก็ไม่งามเหมือนกัน สิ่งที่ไม่งามก็คือสิ่งที่ผิด จึงไม่ควรจะไปกล้าหาญในสิ่งเช่นนั้น ซึ่งนักปราชญ์ทั้งหลายท่านตำหนิ ท่านกลัวกัน

    นี่เราพูดถึงเรื่องการพัฒนาจิตใจ เมื่อใจได้รับการพัฒนาตามเหตุตามผล มีความซึ้งในอรรถธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว การที่จะแสดงออกทางกายทางวาจา อันเป็นข้าศึกต่อตนเอง ที่เรียกว่าเป็นข้าศึกต่อธรรมนั้น ย่อมลดลงไปโดยลำดับๆ จนกระทั่งไม่มี เมื่อจิตใจได้รับการพัฒนาตามสมควรแล้ว เราจะทำหน้าที่การงานจะก่อร่างสร้างอะไรก็ตาม เพราะจิตเป็นตัวประธาน จิตเป็นเจ้าของ เป็นผู้รับผิดชอบ ได้รับการอบรมมาโดยถูกต้องดีงาม เหมาะสมกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะให้เกิดผลงานขึ้นมาตามเหตุตามผลนั้นๆ ก็ย่อมได้เหตุผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำอะไรขึ้นมาก็ได้รับผลเป็นที่พอใจ เป็นความสุขตามฐานะแห่งงานนั้นๆ หรือผลแห่งงานนั้นๆ ที่ตนทำขึ้นมาได้

    เพราะฉะนั้นการพัฒนาจิตใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก มากยิ่งกว่าการพัฒนาภายนอก ให้เหมาะสมจริงๆ ก็คือการพัฒนาจิตใจด้วย การพัฒนาทางด้านวัตถุด้วย เรื่องการพัฒนาจิตใจเป็นสิ่งสำคัญอยู่มากก่อนที่จะพัฒนาอันใดก็ตาม เพื่อเป็นที่ยอมรับกันก็คือจิตเป็นเจ้าของ สิ่งต่างๆ จะผิดถูกดีชั่วประการใดขึ้นอยู่กับจิตที่ได้รับการอบรมมากน้อย หรือการพัฒนามากน้อย หากจิตไม่ได้รับการพัฒนาอะไรเลยนี้ แม้แต่สิ่งที่เป็นคุณ ที่โลกใช้มาเป็นคุณก็ยังมาเป็นโทษแก่จิตดวงนั้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ไฟ โลกใช้หุงต้ม ใช้ประโยชน์อะไรได้มากมายก่ายกอง แต่เอาไปเผาบ้านดูซิเป็นยังไง อย่างเราเห็นนี้ พัฒนาเผาบ้านเผาเมือง แล้วปลูกกันขึ้นใหม่ดูซิ พัฒนาแบบนี้ดีไหม

    หัวใจนั้นแหละมันรกรุงรังด้วยความโลภ เห็นแก่ได้เพียงเล็กน้อย พอได้กินไปวันหนึ่งๆ ก็เอา บ้านเมืองของใครจะฉิบหายวายปวงสักเท่าไรก็ไม่สนใจ ขอให้พุงเรากางๆ สักหน่อยก็พอ เราเป็นที่สบาย อยู่ในท่ามกลางหรืออยู่บนศีรษะของคนผู้เดือดร้อนเพราะถูกไฟเผา ก็ไม่ได้คิด เพราะไม่ได้พัฒนาจิตใจ ไม่มองเห็นหัวใจเขาหัวใจเรา สมบัติเขาสมบัติเรา มันมีคุณค่าอย่างไรบ้าง หรือมีเฉพาะเราคนเดียว โลกนี้เป็นหมู หรือเป็นสัตว์ เป็นไม้แห้งไปหมดอย่างนั้นหรือ ถ้าจิตใจได้รับการพัฒนาแล้ว จะคิดอย่างนั้นไปไม่ได้ ต้องคิดเป็นความสม่ำเสมอ เขาเหมือนเรา เราเหมือนเขา มนุษย์เหมือนกัน มีความรักสงวนตนเช่นเดียวกันหมด

    พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -สุรา-เป็นของมึน.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  3. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “…โชคดีลาภดีวาสนาดีที่พบพระพุทธศาสนา…”

    สลาธมฺมา แปลว่า มีปัญญา ผู้มีปัญญานั่นล่ะละความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้เบาบางห่างออกจากใจได้

    ผู้มีปัญญานั้นให้ทานได้
    ผู้มีปัญญารักษาศีลได้
    ผู้มีปัญญาน่ะสร้างบุญสร้างกุศล ไหว้พระสวดมนต์…นั่งสมาธิภาวนา

    ใจสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ นี่ล่ะแปลว่า สวดกุสลาธมฺมา ไม่ใช่ว่า ตายแล้วก็มนต์พระมาสวด บ่มีหนทางหรอก ถ้ามันได้อย่างนั้นก็พระพุทธเจ้าเพิ่นสวดให้เราไปสวรรค์ พวกเราไปสวรรค์นิพพานแล้ว บ่ได้อยู่หรอก

    พระพุทธเจ้านั้นเป็น “มหากรุณาธิคุณ” พระองค์มีเมตตา ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้นทุกข์ภัยในวัฏสงสาร

    หากถ้าพระองค์สวดให้ไปสวรรค์นิพพานได้ก็มันก็ไม่มีปัญหา
    แต่มันไม่ได้ สวดให้ไม่ได้ เราต้องสวดเอาเอง เนี่ยเราสวดเอาเอง สวดเอาใครเอามันน่ะ ใครหมั่นสวดมันก็หมั่นได้ ก็อย่างว่า มันหามันได้ เพิ่นว่า หมั่นหาก็หมั่นได้ มันได้ก็มันรวย เพิ่นว่า มันหาก็มันได้ มันได้ก็มันรวย อันนี้ถ้าทางไม่ดีก็ทั้ง หมั่นเจ็บหมั่นไข้มันก็ใกล้ความตายทุกวันล่ะ หมั่นเจ็บหมั่นไข้ใกล้ความตายทุกวัน เรียกว่า หมั่นเจ็บหมั่นไข้ก็ตายล่ะ ไข้บ่อยๆก็เจ็บบ่อยๆก็ตายนั่นล่ะ

    เพราะเหตุนั้นในทางพุทธศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือว่าในยุคนี้ ในยุคนี้ปัจจุบันนี้ที่เราเกิดมาในยุคนี้แล้วก็มีโชคดีวาสนาดี มีลาภดีโชคดีวาสนาดี..ดีอย่างไร คือดีว่า เกิดมาได้พบปะธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วก็ได้มาพบปะครูบาอาจารย์ผู้ท่านชี้ช่องบอกทางให้ เป็นตัวนำ เป็นผู้ที่ชี้ช่องบอกทางว่า ศีลเป็นอย่างนี้ ธรรมเป็นอย่างนี้ ภาวนาเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ได้มีความเชื่อความเลื่อมใส ปฏิบัติตามด้วย นี่ชื่อว่ามีโชคดี ลาภดี วาสนาดี ถ้าเราไม่มีโชควาสนาดีก็ไม่รู้เรื่อง

    เพราะฉะนั้นจึงว่า ถ้าเกิดมาในยุคบางยุคนั่นบ่มีครูสอน เกิดมาเหมือนกันแต่บ่มีผู้แนะผู้นำ ผู้สอน ผู้ชี้ช่องบอกทางให้ ก็ไม่รู้เรื่อง ดันศีลอยู่นั่นแหละ

    ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “คุณธรรมเทวดา”

    หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  4. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  5. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  6. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  7. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  8. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  9. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    เรื่อง “คนสมัยนี้ เหตุไม่สร้าง หวังเอาแต่ผล”

    (โอวาทธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท)

    ใจร้อน เหตุไม่ขนขวาย แต่หวังผลให้ปรากฏเร็ว

    สมัยนี้เป็นสมัยกดปุ่ม คนส่วนมากถือว่า ทำอะไรลงไป ยิ่งเร็ว ยิ่งง่าย ยิ่งดี แต่หลวงพ่อแย้งกระแสโลกนี้ว่า “การภาวนาเข้าหาความสงบระงับนั้น ไม่เหมือนสวิตช์ไฟฟ้า กดปุ๊บจะให้แสงมันจ้าขึ้นมาเลย ประโยคแห่งการกระทำความเพียรนั้น จะให้ขาดวรรคตอนไม่ได้ ธรรมทั้งหลายเกิดมาเพราะเหตุ เมื่อเหตุดับแล้วผลจึงดับ”

    “ต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าจะเอาวันสองวันให้ได้ ให้เห็น เมื่อวานซืนมีนักศึกษามาปรึกษา จะไปหัดภาวนากรรมฐาน นั่งสมาธิมันไม่สบาย มันไม่สงบ มาหาหลวงพ่อ จะให้หลวงพ่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ นี่อันนี้ต้องพากันพยายามทำไปเรื่อยๆ คนอื่นบอกมันไม่รู้จัก จะต้องไปพบด้วยตนเอง ไม่ต้องเอาให้มากหรอก เอาน้อย ๆ แต่เอาทุกวัน แล้วก็เดินจงกรมทุกวัน มันจะมากจะน้อยก็ทำทุกวัน แล้วก็เป็นคนพูดน้อย แล้วก็ดูจิตของตัวเองตลอดเวลา เมื่อดูจิตของตัวเอง อะไรมันจะเกิดขึ้นมา มันจะสุขหรือมันจะทุกข์อะไรเหล่านี้ ก็บอกปฏิเสธมันเสียว่า เป็นของไม่แน่นอน เป็นของหลอกลวงทั้งนั้น” “บางคนก็ไม่เคยทำ เมื่อมาทำวัน ๒ วัน ๓ วัน ก็ไม่สงบ ก็เลยนึกว่า เราทำไม่ได้ เราต้องคิดว่าเมื่อเราเกิดมาเคยถูกสอนหรือยัง เราเคยทำความสงบหรือเปล่า เราปล่อยมานานแล้ว ไม่เคยฝึกหัดมัน มาฝึกชั่วระยะเวลาหนึ่ง อยากให้มันสงบ อย่างนั้นเหตุมันไม่พอ ผลมันก็ไม่มี เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องอันตัวเราท่านทั้งหลายจะหลุดพ้น ต้องอดทน การอดทนเป็นแม่บทของการประพฤติปฏิบัติ”

    “พระพุทธเจ้าสอนอย่าให้มันช้า อย่าให้มันเร็ว ทำจิตใจให้พอดี การประพฤติปฏิบัตินี้ ไม่ต้องเดือดร้อน ถ้ามันเดือดร้อน เราก็ต้องพิจารณา เช่นว่าเราจะปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งมา ต้นไม้ที่จะปลูกนั้นก็มีอยู่ ก็ขุดหลุม ก็ปลูก เอาต้นไม้มาวางลงหลุมนั้น ก็เป็นหน้าที่ของเราจะพูนดิน จะให้ปุ๋ย จะให้น้ำ จะรักษาแมลงต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องของเรา เป็นหน้าที่ของเรา
    คนจะทำสวนต้องทำอย่างนี้ ทีนี้เรื่องต้นไม้มันจะโตเร็วโตช้าของมันนั้นน่ะ มันไม่ใช่เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องของต้นไม้ ถ้าเราไม่รู้จักหน้าที่การงานของตัวแล้ว มันก็ไปทำงานทำหน้าที่ของต้นไม้ มันก็ทุกข์ของเรา หน้าที่ของเราก็ให้ปุ๋ยมันไป ให้น้ำมันไป รักษาแมลงไม่ไปรบกวนเท่านี้ ส่วนต้นไม้จะโตเร็วโตช้าเป็นเรื่องของต้นไม้ ถ้าเรารู้จักหน้าที่การงานของเราเช่นนี้ ภาวนาก็สบาย ถ้าเราคิดเช่นนี้ การปฏิบัติของเราก็สบาย ง่าย สะดวก ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย”

    “นั่งมันสงบก็ดูความสงบไป ที่มันไม่สงบก็ดูความไม่สงบไป ที่มันสงบนั้นก็เป็นเรื่องของจิต มันเป็นอย่างนั้น ไม่ได้เป็นอย่างอื่นมันสงบแล้วมันก็สงบไป ถ้าไม่สงบก็ไม่สงบไป เราจะไปทุกข์ เพราะมันไม่สงบไม่ได้ เราจะไปดีใจเพราะจิตสงบมันก็ไม่ถูก เราจะไปเสียใจเพราะจิตไม่สงบ ก็ไม่ถูกเหมือนกัน เราจะไปทุกข์กับต้นไม้ได้หรือ ไปทุกข์กับแดดได้หรือ ไปทุกข์กับฝนได้หรือ ไปทุกข์กับอย่างอื่นได้หรือ มันเป็นเรื่องของมันอยู่อย่างนั้น

    ถ้าเราเข้าใจเช่นนี้แล้ว การภาวนาของพระโยคาวจรนั้นก็สบายแล้ว เดินทางเรื่อย ๆ ไป ปฏิบัติไป ทำธุระหน้าที่ของเราไป เวลาพอสมควรเราก็ทำของเราไป ส่วนจะได้จะถึงหรือมันสงบนั้น ก็เป็นวาสนาบารมีของเรา เหมือนกับชาวสวนปลูกต้นไม้ หน้าที่ของเราใส่ปุ๋ยก็ใส่มันไป รดน้ำ ก็รดมันไป รักษาแมลงก็รักษามันไป เรื่องต้นไม้จะโตเร็วโตช้าไม่ใช่เรื่องของเรา เป็นเรื่องของต้นไม้ ละปล่อยทั้งสองอย่างนี้ รู้จักหน้าที่ของเรา รู้จักหน้าที่ของต้นไม้ มันถึงเป็นชาวสวนที่มีความสดชื่นดีฉันใด ผู้มีปัญญา ผู้ที่ภาวนาในพุทธศาสนานี้ก็เหมือนกันฉันนั้น พอจิตคิดเช่นนี้ ความพอดี มันก็ตั้งขึ้นมาเอง”

    -คนสมัยนี้-เหตุไม.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  10. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “โลกกับธรรมต่างก็เดินเข้าหาจุดหมายอันเดียวกันคือความสุข แต่วิธีเดินมันผิดกันไปคนละทาง ฉะนั้นผลมันจึงไม่เหมือนกัน คือโลกมีแต่จะเอาถ่ายเดียว คิดปรุงแต่งกอบโกยสะสมเอาๆหนักเข้าจนเป็นการเห็นแก่ตัว อันเป็นเหตุทำความเดือดร้อน เป็นทุกข์…” หลวงปู่เทสก์

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  11. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  12. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “…ความท้อถอย…เป็นเรื่องของกิเลส…”

    “…อย่าเห็นว่ากิเสตัวใดจะมาให้คุณให้ประโยชน์แก่เรานอกจากเป็นข้าศึกต่อเราโดยถ่ายเดียว ดังที่กล่าวแล้วว่าอย่าว่าแต่พ่อแต่แม่ปู่ย่าตายายของมันเลย แม้แต่เหลน ๆ ของมันมันก็เป็นภัยต่อเราทั้งนั้น เกิดขึ้นมามันเป็นเสือเหมือนพ่อเหมือนแม่มัน กิเลสมันเป็นเสือแต่ละตัว ๆ ต่อจิตใจ จงห้ำหั่นลงไปให้แหลกแตกกระจาย อย่าลดละความพากเพียร อย่าท้อถอย
    ความท้อถอยเป็นเรื่องของกิเลส ความอ่อนแอเป็นเรื่องกลมายาของกิเลสให้ทราบนักปฏิบัติ เข้าสู่สงครามต้องรู้กลมายาของข้าศึก นี่เราเข้าสู่สงครามระหว่างกิเลสกับธรรมห้ำหั่นกัน ต้องรู้กลมายาของกิเลสอาสวะ มันออกในแง่ใดมุมใดจะต้องรู้ด้วยสติปัญญาของเรา นอกจากนั้นยังมีครูบาอาจารย์คอยแนะให้อุบายอยู่เสมอแล้ว มันเป็นของหาได้เหรอ มีผู้แนะผู้ให้อุบายวิธีการปฏิบัติอยู่แล้ว….”

    จากหนังสือ “ปลุกใจให้ตื่น” พระราชญาณวิสุทธิโสภณ (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี หน้า ๔๐

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    -เป็นเรื่องข.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  13. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  14. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  15. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “…เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๑ ขออาราธนาภาพอันเป็นมหามงคลของพระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ที่มีเมตตาแต่เด็ก ในส่วนตัวหลวงปู่ องค์หลวงปู่ก็เมตตาเด็ก…”

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg
    1515734768_854_เนื่องในวันเด็กแห่งชา.jpg
    1515734768_390_เนื่องในวันเด็กแห่งชา.jpg
    1515734768_551_เนื่องในวันเด็กแห่งชา.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  16. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “…นี่ละการอยู่ในป่าเป็นเช่นนี้ เราอยู่ในป่าธรรมดา เราอยู่ในบ้านธรรมดา ผิดกันมาก เราอยู่ในบ้านรู้สึกจะลืมตัวไปตามอารมณ์ของโลก รูปเสียงกลิ่นรสเครื่องสัมผัสสัมพันธ์ มันมีอยู่ทั่วไป ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ที่เป็นเครื่องรับกันก็รับกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนมากกลายเป็นฝ่ายต่ำๆ แล้วก็เข้าพอกพูนจิตใจให้เศร้าหมองและมัวมืดไปโดยลำดับ เลยเห็นโลกเป็นของดิบของดี ทั้งๆ โลกนั้นคือกองมูตรกองสกปรกโสมม แต่เห็นธรรมเป็นของไม่มีค่ามีราคา ทั้งๆ ที่ธรรมเป็นของเลิศเลอมาดั้งเดิม ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็ตรัสรู้เพราะธรรม นี่ละถ้าอยู่ธรรมดา มันมีความประมาทในธรรมหลายๆ ด้าน ต่อเมื่อได้ก้าวเข้าสู่ป่า คือมหาวิทยาลัยป่าแล้ว ทีนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเผชิญหน้ากันในป่านั้นแหละ อยู่ตามธรรมดาสติก็ไม่ค่อยมี ความพากความเพียรไม่หนาแน่นมั่นคง แต่เข้าอยู่ในป่าแล้วสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นภัย กระตุกเตือนสติปัญญาให้แหลมคมเข้าโดยลำดับ เรียกว่าหินลับปัญญา มันมีอยู่รอบด้าน สติปัญญาจะแหลมคมเข้าไปจากหินลับ คือสิ่งกระทบกระเทือนทั้งหลาย ใจก็มีสติสตังขึ้นมา

    เช่นในขณะแรกเราไปอยู่มีความกลัว สะดุ้งสะเทือนจิตใจ แต่เวลาไปจริงๆ ฝากเป็นฝากตายทุกอย่างไว้กับธรรม ชีวิตจิตใจความเป็นความตายไม่ให้มีค่ายิ่งกว่าธรรม ฝากความเป็นความตายไว้กับธรรม ในสถานที่น่ากลัวๆ นั้น ด้วยความมีสติระมัดระวังตนหนาแน่นขึ้นเป็นลำดับ ใจที่ไม่เคยสงบร่มเย็นก็สงบร่มเย็นขึ้นมา เมื่อมีสติเป็นเครื่องคุ้มครองรักษา ใจก็ค่อยปลอดภัยๆ ขึ้นมา…”

    พ่อแม่ครูอาจารย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์อบรมพระ ณ ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด เมื่อบ่ายวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๐

    กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาบุญท่านเจ้าของผู้ถ่ายภาพนี้ พร้อมทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการเผยแผ่โอวาทธรรมนี้ ทุกๆท่าน

    .jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  17. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  18. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
    “ก่อนจะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่าที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด นี่เป็นขั้นแรกในการอบรมใจ เพราะถ้าควบคุมปากตัวเองไม่ได้ เราจะควบคุมใจได้อย่างไรฯ”
    .
    • ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก •

    -ให้ถามตั.jpg

    ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น
     
  19. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
  20. สายหลวงปู่มั่น

    สายหลวงปู่มั่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2017
    โพสต์:
    17,402
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +214
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - ธรรมะ จากเพจ พระอรหันต์
  1. ธรรมะสายหลวงปู่มั่น
    ตอบ:
    8,525
    เปิดดู:
    19,718
  2. trilakbooks
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    61
  3. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    17
  4. พุทธศาสนิกชนไทย
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    378
  5. SiTa
    ตอบ:
    4
    เปิดดู:
    1,961
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...