เรื่องเด่น พระพุทธเจ้าเสด็จมาประเทศไทยก่อนนิพพาน : หลวงพ่อพระราชพรหมยานฯ

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 6 ตุลาคม 2017.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,538
    กระทู้เรื่องเด่น:
    126
    ค่าพลัง:
    +147,087
    017_i.jpg

    ..." ความจริง ประเทศไทย พระพุทธศาสนาเข้าถึงตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าอยู่นะ ไม่ใช่พระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ไม่ใช่หรอก คนละเรื่องกัน นั่นมันพวกเขียนหนังสือ..

    .. คือ หลักฐานที่พระพุทธเจ้า เข้ามานี่มีเยอะ พระองค์เข้ามาครั้งแรก ที่เมือง "อริตถะ" คือ "จอมทอง" ในปัจจุบัน

    * เวลานั้นเขาไม่ได้เรียก "ประเทศไทย" หรือ "ประเทศสยาม" ไทย หรือ สยาม มาเรียกกันตอนหลัง มาเรียก "สยาม" ตอนที่มีฝรั่งเข้ามานี่เอง และตอนระยะนั้น คนไทยก็อยู่กันเป็นกลุ่มๆ.

    .. คือ "พระเจ้าอริตถะ" ทรงทราบข่าวจากพ่อค้าเกวียน เวลานั้น เขามีการค้าติดต่อกัน พ่อค้าเกวียน มาบอกว่า : "เวลานี้ พระพุทธเจ้า ได้อุบัติขึ้นแล้วในโลก และก็สอนคนให้เป็น "พระอรหันต์" ด้วย.

    * "พระเจ้าอริตถะ" ความจริงท่านไม่รู้เรื่อง "พระพุทธศาสนา" มาก่อน แต่อารมณ์ที่เป็นกุศลมีมาก.. ท่านจะไปยังไง ถ้าไปเกวียน ก็ใช้เวลามาก ต้องข้ามเขาลงห้วยตามลำดับ ท่านก็เลยใช้วิธี "โตแล้วเรียนลัด" จุดธูป อธิษฐาน ว่า : ถ้าพระพุทธเจ้า ทรงเป็นอัจฉริยะจริง ขอพระองค์ทรงเสด็จมาโปรด.

    .. ให้พระพุทธเจ้าเดินมา พระพุทธเจ้าท่านก็ขี้เกียจเดิน ก็ส่ง "พระโมคคัลลาน์" เป็นหัวหน้าคณะ กับพระอีก ๔ องค์ เป็นพระปฏิสัมภิทาญาณทั้งหมด เหาะมาในอากาศ.

    .. วันนั้นเอง ตอนเช้ามืด "พระเจ้าอริตถะ" นอนฝันว่า มีพญาหงส์ทอง ๕ ตัว บินมาจากทิศตะวันตก มุ่งมาลงที่พระลานหลวง พระองค์ก็สะดุ้งตื่น เวลาฟ้าสางพอดี ก็คิดว่า พระพุทธเจ้าท่านต้องเสด็จแน่.

    .. ด้วยความมั่นใจ จึงเสด็จไปยืนอยู่ที่พระแกล มองไปเห็นพระยืนอยู่ที่พระลานหลวง ก็มั่นใจว่า พระพุทธเจ้าเสด็จแน่ทรงล้างพระพักตร์ แล้วก็เสด็จไป บอกประชาชน ให้ทราบว่า เวลานี้พระพุทธเจ้าเสด็จแล้ว เข้าไปถึงก็กราบ ๆ "พระโมคคัลลาน์" ก็รายงานตัวทันที.

    * พระปฏิสัมภิทาญาณ ท่านทราบความรู้สึกของจิต แสดงตนว่า : "อาตมา ไม่ใช่พระพุทธเจ้า อาตมาเป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย มีนามว่า "มหาโมคคัลลาน์" พระพุทธเจ้า ให้มาแทน.

    .. ท่านก็ถวายภัตตาหาร "พระโมคคัลลาน์" พระโมคคัลลาน์ก็เทศน์โปรด พอสมควร เป็นการเจริญศรัทธา.

    ** และหลังจากนั้น ท่านก็ไปพักที่ "ดอยโมคคัลลาน์" เป็นภูเขาลูกย่อม ๆ ข้างดอยอินทนนท์ "พระเจ้าอริตถะ" ก็ไปหา และท่านก็เทศน์เรื่อยๆ.. หลังจากนั้น "พระโมคคัลลาน์" ก็ทรงพยากรณ์ว่า : "ต่อไปดินแดนนี้ จะเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก และจะทรงพระพุทธศาสนาได้ครบ ๕,๐๐๐. ปี".

    .. ท่านอยู่ประมาณ ๗ วัน แล้วก็กลับ กลับท่านก็ไม่ได้เดินไป ท่านลอยไป ท่านเหาะกลับ.. เมื่อ "พระโมคคัลลาน์" กลับไปแล้ว "พระเจ้าอริตถะ" ท่านก็ไม่ละความพยายาม ในเมื่อต้องการพระพุทธเจ้า ก็ต้องพบพระพุทธเจ้าให้ได้.

    .. จุดธูปใหม่ ขออาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง พอตอนหัวค่ำ จุดธูปแล้ว ก็หลับตามเดิม ตอนเช้ามืด ฝันใหม่ ฝันอีก ฝันแม่นเสียด้วย.. เขาเรียกเป็น "เทพสังหรณ์" เทวดาบอก.

    * ฝันว่า มีพญาช้างเผือกเหาะมาจากทิศตะวันตก นำบรรดาช้างทั้งหลายมา ๕๐๐ เชือก แล้วก็ลงมาที่ พระลานหลวง

    .. ต่อมาก็ตื่น เปิดพระแกล เห็นพระทั้งหลาย เต็มพระลานหลวงไปหมด ๕๐๐ องค์ แต่องค์หนึ่งสูงงามสง่า สวยงามมาก มีฉัพพรรณรังสี รัศมี ๖ ประการ ล้อมรอบพระวรกาย ก็มั่นใจว่า องค์นี้พระพุทธเจ้า แน่ ก็ลงไปกราบนมัสการ.

    * พระองค์ ก็ทรงประกาศว่า : "ตถาคต คือ พระสมณโคดม" .. หลังจากนั้น ท่านอาราธนา ให้ฉันข้าว พระพุทธเจ้า ท่านฉัน แล้วก็เทศน์ ท่านอยู่ที่นั่น ๗ วัน เดินบิณฑบาตบ้าง มีพระตัั้ง ๕๐๐ องค์ คอยช่วยกัน แบ่งกันออกไป.

    * ต่อมา ก็เสด็จไปประทับที่ "ดอยโมคคัลลาน์" ตามเดิมอีก แล้วก็ทรงพยากรณ์ว่า : "ดินแดนแห่งนี้ ต่อไปจะมีความรุ่งเรืองมาก และ สามารถทรงพระศาสนา ได้ครบ ๕,๐๐๐ ปี และ "พระธาตุรากขวัญเบื้องซ้าย" ของตถาคต เมื่อนิพพานแล้ว จะมาบรรจุไว้ที่นี่"

    ** ก็เป็นอันว่า เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ตอนเขาแบ่งพระบรมสารีริกธาตุกัน "พระมหากัสสป" ก็คัดเอา "พระธาตุรากขวัญเบื้องซ้าย" วางบนมือ อาราธนา ก็วิ่งปรื๊ดมาในอากาศ ก็มาลงที่นั่น.

    .. พอลงที่นั่น สองตายายที่ปลูกกระท่อมอยู่ ตอนนั้น ตรงนั้นไม่ใช่เป็นเมืองนะ ที่ "จอมทอง" นะ.. เมื่อเห็นเข้า เห็นแสงพุ่งมาในอากาศ ก็ไม่ทราบว่าอะไร เพราะลงไปที่ตรงนั้น ตอนเช้าก็เอะอะโวยวาย.

    * ชาวบ้านสงสัย ก็ขุดดู เจอะ "พระบรมสารีริกธาตุ" ฉะนั้น พระธาตุที่ "พระธาตุจอมทอง" ส่วนจริง ๆ น่ะ ไม่ใช่ปลอม เป็นอันว่า จุดนั้นเป็นจุดแรก ที่พระพุทธเจ้าเข้ามาในเขตนี้ ตอนนั้น เขาไม่เรียก "ประเทศไทย" ..."

    ( จากหนังสือ "ธรรมปฏิบัติ" เล่มที่ ๓๔ หน้าที่ ๑๓ - ๑๗ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี..ภาพประกอบและคัดลอก โดย ยุพยง พัฒนเจริญ )
     
  2. SP6580

    SP6580 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    483
    ค่าพลัง:
    +1,489
    เป็นบทความที่ดี ส่งเสริมให้ใจมีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้ามากขึ้นครับ
     
  3. Nagamanee

    Nagamanee Mon

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    52
    ค่าพลัง:
    +85

    สาธุกับบทความค่ะ
    คนอื่นไม่รู้ความเห็น สำหรับตัวเรา เราเชื่อโดยไม่สงสัยว่าพระพุทธเจ้าท่านมีอยู่จริง

    บางอย่างไม่ได้เกี่ยวกับการปลูกฝังหรือสิ่งแวดล้อม แต่ความเชื่อนั้นมาจากโดยจิตใต้สำนึกและสัญชาตญาณ

    พุทธัง ชีวิตัง ปูเชมิ
    ธัมมัง ชีวิตัง ปูเชมิ
    สังฆัง ชีวิตัง ปูเชมิ
     

แชร์หน้านี้

Loading...