ลักษณะที่เกิดเวลาสวดมนต์และนั่งสมาธิ

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย ton2648, 29 พฤษภาคม 2008.

  1. ton2648

    ton2648 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +89
    เวลาผมสวดมนต์หรือนั่งสมาธิ จะมีอาการขนลุกทั้งตัว โดยเฉพาะตรงท้ายทอย เกิดจากสาเหตุอะไรครับ

    [​IMG]
    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 26 เมษายน 2010
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,539
    กระทู้เรื่องเด่น:
    129
    ค่าพลัง:
    +147,142
    อนุโมทนาครับ
    ผมเองก็เป็นบ่อยๆครับ ยิ่งเวลาแผ่เมตตาจะขนลุกซู่เลย
    พยายามหาสาเหตุอยู่ครับ
     
  3. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    การที่ขนลุก เป็นเพราะ จิตสัมผัส กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    ในขณะที่เรา จิตว่าง หรือ จิตเปิด คะ

    หาก ปกติ คน ที่ จิตไม่ว่าง จะรับไม่ได้

    ก็ ไม่มีอะไรมาก คะ เเค่ ปล่อย ให้ รู้ว่า ..

    ท่านได้ รับ บุญเเล้ว เท่านั้นเองคะ

    จิต สัมผัส เกิด ขึ้น ด้วย ผัสสะ ทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย

    ส่วน ใจ จะ สัมผัส กับ วิญญาณ หากเรา ปล่อย ให้ตน มี สติ

    ต่อไป จะ สามารถ เข้าถึง สัมผัส ที่ หก ได้ คะ
     
  4. Youri_

    Youri_ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2007
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +441
    ขอคำแนะนำหน่อยครับ

    เวลาผมนั่งสมาธิเมื่อผมหยุดลมหายใจรู้สึกว่าจิตนั้นกำลังดิ่ง แต่ด้วยความทนไม่ไหวผมก็จึงนึกถึงลมหายใจและก็หายใจตาม หลายท่านบอกว่าให้ลืมลมหายใจไม่ต้องไปสนมัน

    อยากจะทราบหน่อยครับว่าแต่ละท่านมีอุบายในการตัดลมหายใจยังไงบ้างครับช่วยแนะทีครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 29 พฤษภาคม 2008
  5. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    เมื่อ จิต เข้าถึง ฌาน จง ดู ที่ ลม

    แต่ เมื่อไม่มี ลม แล้ว จงดู ที่จิต

    จิต คือ ความคิดคะ

    ปัญญา จะ เกิด จิตผู้รู้

    ลองศึกษา การ ดู จิต ของ หลวงปู่ ดุลย์ แทนนะคะ

    เพราะว่า การ แยก กาย กับ การ แยก จิต

    จะ เกิด เมื่อ ลม หาย ใจ หายไป

    ไม่มีอะไร น่า กลัวคะ เพียง แต่ กาย ละเอียด แยก ออก จาก กายหยาบเท่านั้น

    เป็น เพียง ฌาน ลำดับ นึง เเต่ อย่า ไป สนใจ ว่า ลำดับ อะไร

    เพราะ จะ ติด สงสัย

    ขอให้ ปฏิบัติ ไปเรื่อยๆ ดู จิตนะคะ

    เมื่อ ทนไม่ได้ ก็ พัก ถอน ออกมา อย่าไปฝืน

    อย่าไป ข่มจิต อย่าไป บังคับจิต จิตเรา ต้องการ ทำอะไรต่อ ให้ดูคะ

    ขอให้ เรา เป็น เพียงผู้ดู จิต (คิด) กับ กาย เท่านั้น
     
  6. เชน

    เชน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    268
    ค่าพลัง:
    +1,036
    จิตรวมเข้าถึงความสงบ

    คนเราเมื่อเวลานั่งสมาธิ เมื่อเกิดความสงบลงไปในขั้นต้น เราจะลืมคำบริกรรมไป ต่อจากนั้นก็ให้เรากำหนดรู้ลมหายใจต่อไป เมื่อจิตละเอียดสงบลึกลงไปอีกขั้นที่สูงกว่า มันจะรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วเบาลง ลมน้อยลง ลมละเอียดมากขึ้น จนรู้สึกว่าไม่ได้หายใจ ตอนนี้คือความสงบเริ่มมากขึ้น เมื่อถึงจุดนี้ ให้เรากำหนดตามรู้ลมหายใจต่อไป ไม่ตองวิพากวิจารณ์ในลมนั้นๆ แต่ให้ตามรู้ตามดูไปเฉยๆสักพัก ลมหายใจก็จะไม่มี เพราะจิตเมื่อเข้าถึงความสงบในขั้นละเอียดสูงสุด จิตจะทิ้งกายคือ ทิ้งลมหายใจลงไป แม้แต่กายในขณะนั้นก็ไม่มีอยู่ จิตขั้นนี้เรียกว่า ฌาณ 4 หรือ อัปนาสมาธิ ทำดีแล้วครับไม่ต้องไปคิดจะตัดลมหรอกนะ แค่กำหนดตามรู้ตามดูลมต่อไป แล้วจะถึงความสงบที่สูงขึ้นไปดังกล่าวไว้แล้ว อนุโมทนาครับ
     
  7. phanit

    phanit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2006
    โพสต์:
    2,099
    ค่าพลัง:
    +981
    โมทนา สาธุ .....

    เราสวดมนต์นั้งสมาธิ แล้วแผ่เมตตา เราก็มีอาการแบบนี้เหมือนกันนะ
     
  8. nukrap

    nukrap เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    57
    ค่าพลัง:
    +105
    ผมบทอื่น ๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นพระคาถาชินบัญชร จะรู้สึกว่าเสียงจะใหญ่มาก ๆ บทเดียวแต่กลับไปสวดบทอื่น ๆ ก็เป็นเสียงปกติ แปลกดีๆ
     
  9. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851

    ไม่แปลกคะ เพราะ เมื่อ จิตเรา ว่าง สิ่งที่ เข้ามา ก็ คือ จิตที่ละเอียด

    (ขอไม่สอนลึกนะคะ เอาคร่าวๆพอ)

    แต่ไม่อยากให้ เข้าใจ ว่า เป็น องค์ เทพ หรือ พระอริยะ มาสอน

    หรือ ใช้ ร่าง หรือ เปิดพระโอษฐ์

    เพราะ จะ ทำให้ เกิด การ ติด และ ศรัทธา

    ใน สิ่งที่ มองไม่เห็น ในร่างเรา

    เรา มีหน้าที่เป็น ผู้ ปฏิบัติ เเละ เรียนรู้

    กับ เสียง ที่ สวดมนต์ เท่านั้นคะ

    เป็น ผู้ สังเกตุการณ์ สภาวะ ของ ร่าง กายที่เกิดขึ้น เท่านั้น

    แค่ รู้ ว่า เสียงเราเปลี่ยนไป แต่ อย่า ค้นหาคำตอบ ว่าเป็น ใคร

    เพราะ เมื่อเราติดสงสัย จะยิ่งหลง ไป กับ จิตที่เข้ามา

    มาจากที่ไหน และ คือ อะไร เพราะ มันจะ ทำให้ คุณ มีปัญหาต่อไปในอนาคต

    หากปฏิบัติ เเล้ว จิตว่าง

    เรื่อง เสียงที่เปลี่ยนไป เป็น เรื่อง ปกติคะ

    ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องศรัทธา ไม่ต้องเล่าให้ใครฟัง ให้สังเกตุ

    เเละ ปฏิบัติ ตาม แต่ อย่า หลง อยู่ ใน นิมิต นะคะ

    ให้ ระลึก ถึง องค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียว

    หาก ประสงค์ จะ นิพพาน หรือ ต้องการ บรรลุธรรม

    ให้ อธิษฐาน ของ ทาง ไป นะคะ

    อย่า อยากได้ อยากมี อยากเป็น

    เพราะมัน คือ กิเลส คะ

    ขอให้ ปัญญา ของ จิตผู้รู้ที่อยู่ใน ร่าง เป็น ผู้สอน

    จงเชื่อ จิต พุทธะ ในตนเอง

    "เมื่อใด เห็นธรรม เมื่อนั้น เห็นพระตถาคต"

    เจริญในธรรมนะคะ
     
  10. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    จำเอาไว้นะคะ กายไม่ใช่เรา และ จิตก็ไม่ใช่เรา

    เรา คือ จิตว่าง ที่ อยู่ ตรงกลาง ระวัง สองสิ่ง

    เมื่อ ปฏิบัติ เราจะเห็น อาการ แยก ระหว่าง กาย กับ ความคิด

    ที่เราไม่สามารถ ควบคุม ได้

    เราห้าม จิตตนเองไม่ให้ ทุกข์ ไม่ได้

    เราห้าม ไม่ให้ ร่างกายเจ็บป่วยไม่ได้

    แต่ ที่ เรา ทำได้ คือ วางใจเป็น กลาง

    มองให้ เห็น ทุกข์ ที่เกิด กับ เรา แต่ จง อย่า ให้ทุกข์ เป็น อัตตา

    มองให้ เจ็บ มอง ให้เห็น ความเจ็บ ของสังขาร แต่ อย่าให้ เจ็บ ในใจ

    มีสติ เเยก ให้ออก และ จง เป็น สติ คอย ดูเเล ร่างกาย และ จิตใจ

    ให้ เป็น ปกติ เท่านั้น อย่าติดสุข และ อย่าอมทุกข์

    ถ้า จิตเราว่าง ทั้งร่างกาย และ จิตใจ จะ ไม่มีใครสามารถทำอันตรายเราได้

    เเม้วันที่เรา เจ็บที่สุด เพราะนั้น คือ จิตของอริยะ หรือ จิตของผู้ประเสริฐคะ

    มองทุกอย่าง ไม่ จีรัง และ ไม่มี จริง จะทำให้ จิตเรา ว่างและปล่อยว่างได้คะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 พฤษภาคม 2008
  11. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    พระอรหันถูกข่มขืน..กรรมอเวจี..ธรณีสูบ

    <HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->พระนางอุบลวรรณาเถรี กับ กรรมอเวจี ธรณีสูบ
    <HR style="COLOR: rgb(224,224,224)" SIZE=1>[​IMG]พระนางอุบลวรรณาเถรี[​IMG][​IMG]
    พระนางเกิดในวรรณะไวศยะ ตระกูลเศรษฐี เมืองสาวัตถี นางมีรูปร่างสวยงาม ผิวพรรณผุดผ่องนวลเนียนเหมือนดอกบัวสย ประเภท
    ดอกเขียว คือ ปาก แก้ม ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า อุ้งมือ อุ้งเท้า เป็นสีชมพู ส่วนหน้าตา หลังมือ หลังเท้า เนื้อตัวตลอดลำแขน มีสีขาวอมเขียว เหมือน
    ดอกบัวสัตตบงกช ที่กำลังจะแยกแย้ม ฉะนั้น นางจังได้นามว่า "อุบลวรรณา" แปลว่า "นางผู้มีสีผิวเหมือนดอกบัว" นางเป็นที่รักใคร่หมายปอง
    ของบรรดาเหล่าสุขุมาลชาติและบรรดาเหล่ากุลบุตรเศรษฐีทั้งหลายเป็นอันมาก
    ข่าวความงามทรามวัยวิไลนัก
    กามเทพผลักศรแผลงทุกแห่งหน
    บรรดาหนุ่มใกล้-ไกลได้ยินยล
    รักอุบลวรรณายอดนารี
    แต่งของหมั้นขันหมากมาสู่ขอ
    ปลูกเรือนหอรอรักลูกเศรษฐี
    ขอเป็นทองแผ่นเดียวเกี่ยวไมตรี
    คนนั้นหรือคนนี้จะเลือกใคร

    จึงเป็นที่ลำบากใจแก่ท่านเศรษฐีบิดาของอุบลวรรณาเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้จะตัดสินใจยกลูกสาวให้แก่หนุ่มคนไหน ถ้าจะยกให้
    แก่เจ้าชายองค์ใดองค์หนึ่งแล้ว เจ้าชายองค์อื่นหรือกุลบุตรเศรษฐีคนอื่นๆ ก็จะมีความโกรธและแค้นเคือง ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทและอาจ
    ลุกลามไปถึงการเกิด "ศึกชิงนาง" ขึ้นมาได้
    ระหว่างนั้นสมเด็จพระบรมศาสดาอุบัติขึ้นแล้วในโลก เวลาผ่านไป ๕ พรรษา หลังการตรัสรู้ ได้มีภิกษุณีสงฆ์เกิดขึ้นในศาสนา
    ของพระองค์ เศรษฐีบิดาคิดหาทางออกได้ จึงแนะนำให้ลูกสาวออกบวชในพระพุทธศาสนา บรรดาชายหนุ่มทั้งวรรณะกษัตริย์ทั้งวรรณะไวศยะ
    จะได้เลิกติดพันหมายปองตัวอุบลวรรณาเสียที
    คำแนะนำของบิดา ที่แนะให้นางออกบวชในพระพุทธศาสนา ทำให้นางดีใจมาก จึงเดินทางไปสู่สำนักภิกษุณี และขอบวชภายใน
    วันนั้นเอง เมื่อบวชแล้วท่านจะต้องปฏิบัติกิจวัตรเช่นเดียวกับภิกษุณีรูปอื่นๆ คือบิณฑบาต กวาดลานวัด เจริญธรรมกรรมฐานตามสมควร
    แก่ธรรมและอิริยาบถ ยืน เดิน นั่น นอน เป็นต้นแล้ว ยังจะต้องมีกิจที่จะปฏิบัติในโรงอุโบสถทุกกึ่งเดือน คือ ปัดกวาดโรงอุโบสถ ปูลาดอาสนาะ
    ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ จุดประทีปโคมไฟให้สว่างไสว
    เนื่องจากทุก ๑๕ ค่ำ กลางเดือนและสิ้นเดือนภิกษุณีสงฆ์จะต้องมาประชุมพร้อมกันในโรงอุโบสถ เพื่อฟังภิกษุณีปาติโมกข์ คือ สิกขาบทที่ พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ สำหรับพระภิกษุรีถือปฏิบัติ มี ๓๑๑ ข้อ จะต้องนำมาสวดในโรงอุโบสถทุกกึ่งเดือน วันที่พระอุบลวรรณาจะบรรลุอรหัตผลนั้น เป็นวันที่ท่านต้องเข้าเวรดูแลโรงอุโบสถ หลังจากที่ท่านจุดประทีปโคมไฟแล้ว ท่านได้เพ่งมองเปลวไฟที่สว่างไสว เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริงของสรรพสิ่ง บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ขณะเพ่งเปลวไฟนั้นเอง
    พระอุบลวรรณาเถรี มีความสามารถในด้านการแสดงฤทธิ์ พระบรมศาสดาทรงแต่งตั้งท่านไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะในด้านมีฤทธิ์
    มีข้อความปรากฏในภัมภีร์ "ยมกัปปาฏิหาริยวัตถุว่า :-
    ในวันที่พระบรมศาสดาประกาศว่า จะแสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบพวกเดียรถีย์ที่เมืองสาวัตถีในราวพรรษาที่ ๖ นั้น
    พระอุบลวรรณเถรีก็เป็นผู้หนึ่งบรรดาสาวก สาวิกาผู้ทรงฤทธิ์ทั้งหลายที่ทูลขันอาสาแสดงฤทธิ์แทนพระบรมศาสดา โดยท่าน
    จะแสดงฤทธิ์แปลงตัวเองเป็นจักรพรรดิราช มีข้าราชบริพารห้อมล้อมกว้างไกลถึง ๓๖ โยชน์ แล้วจะเข้าถวายบังคมพระบรมศาสดา
    พระองค์ทรงปฏิเสธบรรดาสาวก-สาวิกาผู้ทรงฤทธิ์เหล่านั้น รวมทั้งปฏิเสธพระอุบลวรรณาเถรีด้วย ตรัสว่า
    "ตถาคตรู้ว่าเธอทำได้ แต่พวงดอกไม้นี้มิได้ผูกไว้เพื่อเธอ" ท่านจึงถอยกลับไปนั่ง ณ ที่สมควร
    ทั้งที่ท่านเก่งกล้าสามารถ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เกินชีดความสามารถของบรรดามนุษย์ทั้งหลายจะทำได้ มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้ใจผู้อื่น ระลึกชาติได้ และหมดกิเลส ถึงกระนั้นท่านยังถูกผู้ชายใจบาปหยาบช้าปลุกปล้ำทำร้าย
    มีเรื่องปรากฏในธรรม อปทาน ข้อที่ ๓ หน้าที่ ๑๔๑ ว่า:-
    หลังจากที่ท่านบรรลุอรหัตผลแล้ว ท่านเดินทางไปเผยแผ่พระศาสนาในเขตชนบทและพานักในกระท่อมกลางป่าชื่อ "อันธวัน"
    ชายป่าวัดเขตวัน เมืองสาวัตถี ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อนันทะ เป็นลูกของลุง จึงถือว่าเป็นลูกพี่ลูกน้อง ของท่านและก็เป็นคนหนึ่งที่หมายปองท่าน เมื่อครั้งท่านยังดำรงเพศคฤหัสถ์อยู่ ถึงแม้ท่านบวชแล้ว หนุ่มนันทะ ก็ยังมีจิตผูกพันรักใคร่ไม่เสื่อมคลาย เขามีความปรารถนาที่จะมีเพศสัมพันธุ์กับพระอุบลวรรณาเถรี จึงแวะเวียนเข้าไปที่กระท่อมในป่า อันธวันอยู่เนื่องๆ
    วันหนึ่งขณะที่พระอุบลวรรณาเถรีออกบิณฑบาต ในเวลารุ่งอรุณหนุ่มนันทะก็แฝงตัวหลบซ่อนในกระท่อม รอเวลาจนกระทั่ง
    ท่านกลับมาจากบิณฑบาต จึงใช้กำลังปลุกปล้ำทำลายข่มขืนจนสำเร็จความใคร่

    เพราะไม่ซึ้ง ความชั่วร้ายจะให้ผล
    สัปดนชั่วระยำทำบัดสี
    แม้กระทั่งผู้ทรงศีลบ่มอินทรีย์
    ยังขยี้พรหมจรรย์สบั้นลง

    แม้ท่านมีฤทธิ์ถือผู้ชายใจอำมหิตขืนใจ ท่านก็ไม่ยอมใช้อำนาจฤทธิ์ ประหารนันทะให้สาสมกับความโฉดชั่วที่เขากระทำลงไป เพราะท่านเป็นพระอรหันต์หมดจดจากกิเลส ไม่มีความยินดียินร้ายต่อการกระทำชั่วหยาบนั้นๆ จึงไม่ใช้กำลังตอบสนองให้เกิดกรรมสร้างเวรขึ้นมาอีก
    ความนิ่งเฉยของท่านทำให้นันทะ ร่าเริงบันเทิงใจเดินยิ้มออกจากกระท่อม ด้วยความสบายอารมณ์พอเขาก้าวพ้นออกจากประตูกระท่อม แผ่นดินก็ไหวสะท้านสเทือนแล้วก็แยกสูบเอานันทะ ลงไปเกิดในอเวจีมหานรกทันที
    ข่าวที่พระอุบลวรรณาเถรี ถือประทุษร้าย ความทราบถึงพระบรมศาสดา จึงทรงมีพระพุทธบัญญัติ "ห้ามพระภิกษุณีพำนักอยู่ในป่าตามลำพัง ต้องพักในวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ด้วย แต่แยกเขตที่อยู่ให้เป็นส่วน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันพระภิกษุณีถูกประทุษร้ายจากมนุษย์และสัตว์ที่เป็นอันธพาล..



     
  12. black_star

    black_star เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    187
    ค่าพลัง:
    +379
    ดิฉันก็เป็นผู้หนึ่งที่ชอบสวดมนต์ภาวนาคะ

    และมีเหตุแปลกๆบางอย่างเกิดขึ้นขณะสวดครั้งหนึ่ง ในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมานี้

    ขณะที่สวดมนต์อยู่ ดิฉันรู้สึกร้อนมือที่บริเวณหลังมือข้างขวารวมถึงซอกมือที่นิ้วหัวแม่มือจนถึงนิ้วกลาง

    เป็นอยู่ข้างเดียวและวันเดียวเท่านั้นคะ และก็มันรู้สึกร้อนเหมือนโดนพริกหรือร้อนยิ่งกว่านั้น

    วันนั้นดิฉันสวดช่วงกลางวัน และก่อนนอนด้วย ก็รู้สึกร้อนทั้งสองครั้ง

    และเป็นเฉพาะบางบทคะคือ พระคาถาชินบัญชร กับ ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก พอสวดบทอื่นก็ไม่ร้อนเหมือนสองบทนี้อีกและวันต่อๆมาก็ไม่เป็นแล้วค่ะ

    ....ไม่ทราบว่าเป็นด้วยเหตุอันใดคะ ขอท่านผู้รู้ช่วยกรุณาตอบให้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงล่วงหน้าค่ะ
     
  13. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    คุณ black star ตั้งใจ ปฏิบัติ ดีแล้ว นะคะ

    เพียง แต่ ว่า ไม่ได้ มีเวลา ปฏิบัติ มาก เพราะ ติดงานยุ่ง

    และ ครอบครัว ที่มี ปัญหา จึง ทำให้ จิตเป็น ห่วง ครอบครัวมากกว่างาน

    ดังนั้น จิต จึง ถูก ดึง ให้ ไป สนใจ ทั้ง สอง อย่าง คือ งาน และ ครอบครัว

    ไม่มี โอกาส ได้ ปฏิบัติธรรม อย่าง สม่ำเสมอ

    เลย ทำให้ ที่ เคย ปฏิบัติ มาก จาก ชาติก่อน ไม่ต่อเนื่อง

    และ สิ่งที่คุณเป็น เพื่อ ให้ ตัว ของ คุณ รับ รู้ ถึง สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณนับถือ

    คุณ นับถือ เจ้าแม่ กวนอิม ดีเเล้วนะ เเต่ ว่า ไม่ค่อย สวดมนต์

    อย่า เพิ่ง สวด คาถาชินบัญชร หรือ ยอดพระกัณฑ์ เพราะว่า จิต คุณ ยัง ไม่ สงบ มากพอ

    ร่างจึงร้อนคะ ถ้า สวดบท ของ เจ้าแม่ กวนอิม มหากรุณาธารณีสูตร จะ เย็นคะ

    ให้ เมตตา คุม ร่าง ก่อนนะคะ ให้ เจ้าแม่ กวนอิม ท่าน ช่วยสอนด้วย จิต

    http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/6530

    ฟัง บท สวด ก่อนนะคะ เเล้ว ค่อย สวดตาม

    จิต คุณ ฟุ้ง ซ่าน ทางที่ดี ที่สุด สำหรับคุณ ตอนนี้ คือ ทางออกนี้คะ

    ก็ ขอให้ เปิด ฟัง บท สวดมนต์ ของ เจ้าแม่กวนอิม ก่อนนะคะ

    เพื่อ เตรียม รับ การ ปฏิบัติ ในอนาคต ต่อไป คะ


    คุณบอกว่าชอบ สวดมนต์ แต่ ไม่ เท่ากับ อดีตที่คุณสะสมมาคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 พฤษภาคม 2008
  14. black_star

    black_star เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    187
    ค่าพลัง:
    +379
    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนากับ คุณสันโดษ เป็นอย่างสูงค่ะ

    ส่วนตัวดิฉันตามที่คุณได้กล่าวตอบไว้ข้างต้นก็ได้เป็นอย่างที่คุณว่าจริงๆคะ

    คือจิตคิดห่วงเรื่องครอบครัว และยุ่งกับงาน

    และดิฉันก็นับถือพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมตามที่คุณว่ามาค่ะ และองค์ท่านก็คุ้มครองดิฉันมาโดยตลอด

    (...ดิฉันทึ่งในสิ่งที่คุณบอกซึ่งตรงตัวดิฉันมาก และเชื่อว่าคุณคงได้ปฏิบัติจนถึงขั้นใดขั้นหนึ่งแล้วเป็นแน่ )

    ดิฉันต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งที่คุณสันโดษได้ช่วยแนะนำการปฏิบัติมาในครั้งนี้ค่ะ
     
  15. mandark

    mandark Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    64
    ค่าพลัง:
    +97
    ผมก็เป็นเหมือนกันแต่ก่อนสวด พระคาถาชินบัญชร จะชอบมากหลับสบายทุกวันแต่เวลาสวด ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก ขนลุกชันและร้อนนิดหน่อยเสียงก็จะดังพิเศษ แต่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเป็นครับ ยกเว้นวันที่มีสมาธิดีมากสวดไปขนลุกไปครับ
    แล้วมีอีก 2 ครั้งที่ผมสวดบทมหาจักรพรรดิ อย่างเดียวตามหนังสือ จะรู้สึนอนร้อน ๆและก็หลับแบบไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ครับ

    แต่ตอนนี้ผมสวดตามหนังสือของสมเด็จโต ไตรญาณชินบัญชร ทุกวันรู้สึได้แห่งอะไรบางอย่างครับ และก็หนังสมาธิก็ได้ผลดีครับ
     
  16. แผ่นฟ้า

    แผ่นฟ้า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    355
    ค่าพลัง:
    +428
    ดิฉันจะ สวดมนต์ หลายบทเวลาวันพระ แต่วันปรกติและก่อนนอน จะสวดสั้น ๆค่ะ แต่ดิฉันสังเกตุได้จาก การสวดมนต์ทุกครั้ง หากคืนไหนดิฉัน สวดมนต์ จะฝันแปลกๆ หรือ ฝันร้าย แต่หากคืนไหน ลืมหรือไม่ได้สวด ก็จะหลับ สนิทหรือแทบจะจำฝันไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าทำไม
     
  17. สวนะ

    สวนะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    465
    ค่าพลัง:
    +200
    เป็นความสัมผัสรู้ ที่มีลักษณะคล้ายๆ กันค่ะ
    "สวนะ" จะเกิดความรู้สึกเหมือนได้รับ พลังงานบางอย่าง
    แผ่ซ่านตั้งแต่ศีรษะ ผ่านท้ายทอย ลงมาตามแนวสันหลัง ..
    เมื่อจิตว่างและบริสุทธิ์ เราจะแผ่บุญกุศลนี้ทั่วทั้งสามภพ
    ร่วมทั้งให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ..และดวงวิญญานสัพเวสีทั้งหลาย..
    ก็จะสัมผัสรู้ได้ในแต่ละครั้งว่า ท่านได้ร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วยความยินดี..เสมือนหนึ่งเราอยู่ในภาวะจิตเดียวกัน
    คือ ตัดรูปกายได้ คงไว้ซึ่งสภาวะจิตเดียวกัน

    แม้แต่จิ้งจิกยังร้องทักรับกันเป็นจังหวะ..
    เกิดความปีติทุกครั้งหลังจากออกจากกรรมฐานแล้ว..

    ก็อนุโมทนาบุญมายังทุกท่านด้วยค่ะ
    และขอขอบคุณ คุณสันโดษ..มากๆ ค่ะ
    ที่มีช่วยส่งเสริมและสร้างพลังใจแก่ผู้ตั้งใจศึกษาและปฏิบัติทุกท่าน
     
  18. สันโดษ

    สันโดษ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    9,959
    ค่าพลัง:
    +16,851
    ทุกคน มี บารมี และ จิตพุทธะ อยู่ ใน ตัว อยู่เเล้วนะคะ

    เพียง แต่ สันโดษ ช่วย บอก ใน สิ่ง ที่ ยัง ไม่ทราบกันเท่านั้นเองคะ

    ขอ ให้ เจริญ ใน ธรรม และ ปฏิบัติ เพื่อ เข้า สู่ พระนิพพาน ใน เร็ว วันคะ
     
  19. แผ่นฟ้า

    แผ่นฟ้า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    355
    ค่าพลัง:
    +428
    ดิฉัน เป็น ปุถุชน ธรรดา คนหนึ่ง ที่ยังยึดมั่น พระธรรม คำสอน ของพุทธองค์ ความสว่าง บางอย่าง ก็มิได้เกิดขึ้น เอง หากแต่ มีบุญ มีวาสนา พอ ที่จะเจอคน ชี้แนะ ชี้ทาง ขอบ พระคุณ ทุกบทความ ทุกความคิดเห็น ทุกคำสอน ของทุกท่านนะค่ะ มีประโยชน์กับดิฉัน เพราะการให้ธรรมะ ยิ่งใหญ่กว่าการให้อื่นใด สิ่งใดว่าสูง คงเทียบกับ ดวงจิต ที่สูงส่ง ด้วยการให้ธรรมกับ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มิได้
    (i) มืด กลับ สว่าง ไม่ได้มากก็น้อย (i)
     
  20. odie

    odie Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2006
    โพสต์:
    28
    ค่าพลัง:
    +83
    เมื่อก่อนตอนอยู่ที่บ้านเพื่อน ตอนนั้นชีวิตลำบากมาก เลยเริ่มที่จะสวดมนต์ สวดเกือบทุกวัน รู้สึกได้เลยว่าทำให้เริ่มชอบการสวดมนต์ แต่พอมาทำงานย้ายที่อยู่มาอยู่ที่คอนโดกับเพื่อน ใจอยากจะสวดมนต์ แต่ก็ยังสวดไม่ได้ทุกวันอย่างที่ต้องการ นอกจากบางวัน เมื่อสวดแล้ว ก็ทำให้รู้สึกอยากจะกลับไปสวดทุกๆ วัน เหมือนเคย แต่สถานที่ไม่ค่อยจะสะดวก ทุกวันนี้เลยพยายามสวดบทสั้นๆ ก่อนนอนเท่านั้น
    แต่โดยปกติบทที่สวดประจำก็จะมี พาหุง ยอดพระกัณฑ์ ชินบัญชร ตอนนี้กำลังพยายามจะหัดสวดบทชัยน้อย เพราะเคยได้ยินพระที่นับถือมากๆ ท่านเคยสวดให้ แล้วเพิ่งมาได้ยินอีกทีจากในเวปนี้ เลยไปหามาฝึกสวด ไม่รู้คนธรรมดาสวดได้หรือเปล่า พอฟังแล้วติดอยู่ในหัว ได้ยินเสียงสวดชัยน้อย ตลอดเวลา ไม่รู้ทำไม
    อีกอย่างหนึ่งคือถ้าวันไหนสวดมนต์ยาวมักจะนอนไม่หลับ บางครั้งนอนนิ่งๆ จนถึงเช้าก็มี เวลาสวดบทหลวงปู่ทวดก็จะรู้สึกเหมือนหน่วงๆ ที่หว่างคิ้ว บอกไม่ถูก แต่เวลานั่งสมาธิจะนั่งได้ไม่นานไม่รู้ว่าทำไม สงสังกรรมหนา แต่แปลกที่ว่าทุกครั้งที่หลับตาจะเห็นภาพหลวงปู่ทวด กับหลวงปู่เทพฯ แวบๆ มาทุกครั้ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 มิถุนายน 2008

แชร์หน้านี้

Loading...