อัญมณี และ ความเชื่อ

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย เฮียปอ ตำมะลัง, 20 พฤษภาคม 2009.

  1. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,045
    <TABLE class=fontblacksm cellSpacing=8 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD colSpan=2>อัญมณี และ ความเชื่อ

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top bgColor=#f7fafe><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>มนุษย์เราได้รู้จักอัญมณีมานานกว่า 4000 ปี โดยมีความเชื่อว่า “อัญมณี” เมื่อนำมาติดตัวแล้วจะสร้างความเป็นมงคลให้แก่ตนเอง จากหลักฐานจากที่ค้นพบเครื่องประดับที่นิยมฝังไว้กับ ศพคนตาย อาทิ เครื่องประดับที่ทำจากหิน ในยุคแรกจนถึงเครื่องประดับของหินสี หรืออัญมณี เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามนุษย์นั้น นิยมใช้เครื่องประดับอัญมณีมานานนับพันปีแล้ว โดยมุ่งเน้นที่ความสวยงาม การมีราศีเด่นเป็นสง่าแก่ผู้ที่พบเห็น
    มนุษย์เรา ใช้เครื่องประดับอัญมณีนั้น โดยทั่วไปก็เพื่อความสวยงาม และบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินของผู้ที่สวมใส่ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่สวมใส่เครื่องประดับอัญมณี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง แท้ที่จริงแล้ว เครื่องประดับอัญมณีทุกชนิดต่างมีพลังเร้นลับสถิตย์อ ยู่ เป็นสิ่งที่พลังธรรมชาติ ยิ่งใหญ่ได้สร้างสรรให้แก่โลก ชาวจีน มีความเชื่อว่า หยก เป็นอัญมณีมงคลสามารถช่วยให้มีอายุยืน และช่วยปกป้องจากสิ่งอัปมงคลต่างๆ ตลอดจนแคล้วคลาดจาก อันตรายต่างๆ


    </TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>
    </TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนมกราคม
    โกเมน Garnets
    โกเมนเป็นอัญมณีในตระกูล Garnet มีความแข็ง 7 – 7.5 โมส์ (Moh) มีความวาวแบบแก้ว คำว่า Garnet มาจากภาษาละตินว่า Granatus แปลว่า เหมือนเมล็ดพืช ผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าอัญมณีชนิดนี้มีสีแดงเพ ียงสีเดียว ตามคำกลอนนพรัตน์ “ แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก แต่จริง ๆ แล้ว แต่อัญมณีชนิดนี้มีสีมากถึง 15 สี ยกเว้นสีน้ำเงิน ส่วนสีแดงเป็นสีของโกเมนที่มีมากที่สุด ประเภทที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับ คือ อัลมานไดน์ (Almandine) มีสีแดงเข้ม สีแดงอมน้ำตาล หรืออมม่วง และไพโรบ (Pyrope) มีสีแดงสดซึ่งสอดคล้องกับรากศัพท์ภาษากรีกโบราณที่แป ลว่า ไฟ
    โกเมนเป็นที่ รู้จักกันมาแต่โบราณ กล่าวกันว่า โนอาห์ (Noah) ผู้พาสิ่งมีชีวิตหนีน้ำท่วมโลก ใช้โกเมนประดับเรืออาร์ค ( Ark ) เพื่อให้แสงสว่างในการเดินทางในตอนกลางคืน ชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมันก็ใช้โกเมนมาทำเป็นเครื่องประดับ ในสมัยวิคตอเรีย อัญมณีสีแดงชนิดนี้เป็นที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับด้ วยเช่นกัน
    เครื่องรางป้องกันภัย
    นัก เดินทางในสมัยโบราณมักจะพกโกเมนติดตัวไว้ เพราะเชื่อกันว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภยันต รายต่าง ๆ และช่วยส่องแสงในตอนกลางคืนด้วย แต่ผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าเกิดจากการหักเหของแสง โกเมนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความศรัทธาอีกด้ วย บ้างก็เชื่อกันว่าทำให้ผู้สวมใส่อายุยืน
    ทาง ด้านการบำบัด โกเมนเป็นอัญมณีสีแดง จึงมีพลังช่วยรักษาสมดุลของระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยกระตุ้นผู้ที่มีความเฉื่อยชาทางเพศ นอกจากนี้ โกเมนยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ ดังนั้น หากนำไปให้ผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้าสวมใส่ โกเมนจะช่วยกระตุ้นให้มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้ น เพิ่มความเข้มแข็งให้กับผู้ใส่
    ตำนานเกิดโกเมน
    ตาม คัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า อัญมณีสีแดงชนิดนี้เกิดจากเล็บเท้าของอสูรชื่อวลาซึ่ งถูกเหล่าเ ทวดาหลอกมาสังหารแล้วแยกชิ้นส่วนร่างกายของอสูรตนนี้ ออกอันเนื่ องมาจากอสูรวลามีอำนาจเหนือพระอินทร์ คอยกดขี่ข่มเหงเทวดาอื่น ๆ ชิ้นส่วนร่างของมารวลาที่ตกลงมาบนโลกมนุษย์ได้กลายเป ็นอัญมณีชนิดต่าง ๆ ส่วนเล็บเท้าของอสูรวลาที่หล่นลงมาบนโลกมนุษย์นั้นได ้รับการบูช าจากพญานาคแล้วปล่อยลงบริเวณเทือกเขาหิมาลัย

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>โกเมน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนโกเมน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์
    อะมีทิสต์(Amethyst)
    ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ได้กล่าวถึงอะมีทิสต์ว่าเป็น 1 ในอัญมณี 12 ชนิดที่ประดับลงบนจีวรของพระชั้นผู้ใหญ่ ดังนั้น ต่อมา อะมีทิสต์จึงกลายเป็นอัญมณีที่ใช้แสดงฐานะพระชั้นผู้ ใหญ่ของคริ สตจักร สังเกตได้จากแหวนของพระสันตปาปาและแหวนของพระที่มีบร รดาศักดิ์ส ูง แหวนของพระเหล่านี้ประดับด้วยอะมีทิสต์ทั้งสิ้น ส่วนบนเสื้อพิธีของบาทหลวงก็ประดับอะมีทิสต์ลงไป จนปัจจุบันนี้ อะมีทิสต์กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของบาทหลวง นอกจากนี้ โบสถ์ในยุคกลางก็ประดับประดาไปด้วยอะมีทิสต์เช่นกัน ( และ เพราะเชื่อกันว่าสีม่วงเป็นสีแห่งความศรัทธาในศาสนา )
    อัญมณีแห่งความมีสติ
    อะมีทิ สต์มีคุณสมบัติช่วยคุ้มครองให้พ้นจากภยันตรายเช่นเดี ยวกับโกเมน ในสมัยก่อน บรรดาทหารจึงนิยมสวมใส่อัญมณีสีม่วงนี้เพื่อช่วยให้ม ีชัยเหนือศ ัตรู
    ทางด้านการ บำบัด อะมีทิสต์เป็นอัญมณีสีม่วงซึ่งเป็นสีแห่งจิตวิญญาณ จึงมีพลังช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ช่วยขจัดความคิดที่ชั่วร้ายและชำระล้างจิตใจให้บริสุ ทธิ์ ก่อให้เกิดสมาธิและการเรียนรู้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับ หากวางอัญมณีชนิดนี้ไว้ใต้หมอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น หรือหากวางไว้บนหน้าผากจะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วย อะมีทิสต์ยังมีพลังช่วยในการฟอกเลือด หรือสร้างเม็ดเลือดได้ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด
    “Amethyst” มาจากคำว่า “Amethystos” ในภาษากรีก แปลว่า การมีสติ ไม่มึนเมา จึงเชื่อกันว่าอะมีทิสต์มีคุณสมบัติทำให้ไม่เมาอีกด้ วย ชาวโรมันเชื่อว่าหากดื่มเหล้าจากจอกอะมีทิสต์หรือแช่ อัญมณีชนิด นี้ไว้ในเหล้าจะช่วยให้ไม่ให้เมา ในปัจจุบัน ถ้วยไวน์ในบางแห่งจึงยังคงแกะสลักจากอะมีทิสต์
    ทางด้านความรัก คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้านำอะมีทิสต์รูปหัวใจประดับบนเรือนทองคำหรือเงิน และบ่าวสาวมอบให้แก่กันและกัน ทั้งคู่จะมีชีวิตรักที่มีความสุขตลอดไป
    ตำนานเกิดอะมีทิสต์
    ตำนานการเกิด ของอะมีทิสต์เกิดขึ้นเมื่ อวันหนึ่ง เทพไดโอนิซุส (Dionysius) เทพเจ้าแห่งเมรัยทรงกริ้วที่มนุษย์ไม่สนใจพระองค์ จึงสาปแช่งให้มนุษย์คนต่อไปที่เดินผ่านมาถูกเสือฆ่า แต่ผู้ที่เดินผ่านมา คือ สาวน้อยชื่ออะมีทิสต์ (Amethyst) ซึ่งกำลังเดินทางไปสักการะเทพธิดาไดอานา (Diana) เมื่ออะมีทิสต์ เห็นเสือเข้ามาใกล้จึงร้องขอให้เทพธิดาไดอานาช่วย เทพธิดาไดอานาจึงเสกให้อะมีทิสต์กลายเป็นผลึกแก้วควอ ทซ์ เมื่อเทพไดโอนิซุสทรงทราบถึงเจตนาของอะมีทิสต์ก็รู้ส ึกละอายพระ ทัย จึงทรงเทเหล้าองุ่นลงบนร่างของอะมีทิสต์เพื่อเป็นการ ไถ่โทษ ทำให้ร่างของเธอกลายเป็นสีม่วง และกลายมาเป็นอัญมณีสีม่วงนี้ที่เรารู้จักกัน

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>จี้อะมีทิสต์</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>อะมีทิสต์</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนมีนาคม
    อะควอมารีน (Aquamarine)
    “ อะควอมารีน ของขวัญจากทะเล”
    อะควอมารีน (Aquamarine) อัญมณีสีฟ้าใสนี้อยู่ในตระกูลเบริล (Beryl) ตระกูลเดียวกันกับมรกตจึงมีความแข็ง 7.5 โมส์ และมีความวาวแบบแก้วเช่นเดียวกัน
    คำว่า “Aquamarine” นั้นมาจากภาษาละติน แปลว่า น้ำทะเลซึ่งเป็นสีของอัญมณีชนิดนี้นั่นเอง สีของอะควอมารีนซึ่งเกิดจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ มีตั้งแต่สีฟ้าอมเขียวไปจนถึงสีเขียวอมฟ้า แต่สีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ สีฟ้าที่ไม่มีสีเขียวปนอยู่เลยหรือสีน้ำทะเลซึ่งเป็น สีที่หายาก จึงมีการปรับปรุงคุณภาพของอะควอมารีนโดยการเผาเพื่อข จัดสีเขียว ออกไป จึงอาจกล่าวได้ว่า อะควอมารีนในปัจจุบันนี้ล้วนผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้ วยวิธีนี้ม าแล้วทั้งสิ้น
    ด้วยสีฟ้าใสที่ เย็นตาของอะควอมารีน จึงเป็นอัญมณีที่ดึงดูดใจหญิงสาวทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นอัญมณีที่บรรดานักออกแบบชื่นชอบและเ ลือกนำไปทำ เป็นเครื่องประดับต่าง ๆ มากมาย
    เครื่องรางนำโชคของนักเดินเรือ
    จากนิทานเก่า แก่ของอิตาลี ได้กล่าวไว้ว่า เทพเนปจูน เทพแห่งมหาสมุทรได้มอบอะความารีนให้เป็นของกำนัลแก่น างเงือกเสม อ นักเดินเรือในสมัยโบราณเชื่อว่าอะความารีนเป็นหินนำโ ชค สามารถคุ้มครองพวกเขาจากภยันตรายต่าง ๆ จากทะเลได้ และยังช่วยไม่ให้เมาคลื่นด้วย พอถึงยุคกลางของยุโรป เชื่อกันว่า อะความารีนจะช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเอาชนะความชั่วร้ ายที่เข้าม ารังควานได้
    อัญมณีสีฟ้า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบ มองดูเยือกเย็น มีพลังในการขจัดความสับสนวุ่นวายภายในจิตใจได้ ดังนั้น หากสวมใส่อะความารีนไว้ก็จะช่วยคลายความวิตกกังวล หรือความคิดด้านลบออกไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกไว้วางใจกัน ความเข้าใจกัน ทำให้สัมพันธภาพยั่งยืนนาน หากคู่รักเลือกใส่อะความารีนก็จะช่วยให้ชีวิตแต่งงาน มีความสุข
    ทางด้านการ บำบัดรักษา อะความารีนมีพลังช่วยบรรเทาการเจ็บป่วยที่เกิดจากควา มร้อนได้ด้ วย เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือลดไข้ ช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาทและลำคอ

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>อะควอมารีน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนอะควอมารีน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนเมษายน
    เพชร (Diamond)
    “ เพชร อัญมณีที่แข็งแกร่ง ”
    ส่วนผู้ที่ทำให้เพชรเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป คือ แอ็กเนส โชเวล เธอได้สวมใส่เพชรเป็นเครื่องประดับไปในงานของราชสำนั กฝรั่งเศสเ ป็นคนแรก ทำให้ผู้คนในงานได้ประจักษ์ถึงประกายอันงดงามของอัญม ณีชนิดนี้ และต่อมาเพชรจึงแพร่กระจายไปทั่วโลก เป็นที่นิยมกันอยู่ทุกวันนี้
    อัญมณีแห่งอำนาจ
    เพชร หรือ Diamond เป็นคำที่มาจากภาษากรีกว่า Adamas แปลว่า ไม่มีใครเอาชนะได้ ส่วนในภาษาไทย “ เพชร ” มาจากคำว่า “ วัชระ ” ในภาษาสันสกฤตซึ่งแปลว่า สายฟ้า หรืออาวุธของพระอินทร์ เชื่อกันว่าเพชรจะช่วยให้ผู้ที่สวมใส่มีชัยชนะเหนือผ ู้อื่นเสมอ และเพชรยังมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้นั้นให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้ง ปวง ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ประสบแต่โชค นอกจากนี้ เพชรยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก
    ทางด้านการ บำบัดรักษา เพชรช่วยป้องกันการอักเสบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ สำหรับผู้ที่สูญเสียความมั่นใจหรือต้องการความกล้าหา ญ เพชรมีพลังช่วยกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจในการเผชิญหน ้ากับเหตุก ารณ์ต่าง ๆ อย่างมีสติ และยังช่วยชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ด้วย
    กำเนิดเพชร
    ตามตำนานในคัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า เพชรเกิดจากชิ้นส่วนกระดูกทั้งหมดของอสูรวลาที่ร่วงห ล่นลงมาบนโลกมนุษย์

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>เพชร</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>จี้เพชร</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนพฤษภาคม
    มรกต (Emerald)
    “ มรกต อัญมณีแห่งโชคลาภและความรุ่งเรือง ”
    มรกต (Emerald) เป็นอัญมณีในตระกูลเบริล (Beryl) ซึ่งเป็นอัญมณีตระกูลเดียวกันกับอะความารีน (Aquamarine) จึงมีความแข็ง 7.5 โมส์ (Moh) มีความวาวแบบแก้ว
    มรกตเป็นอัญมณีที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่สมัย อียิปต์ มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า พระนางคลีโอพัตราเคยเป็นเจ้าของเหมืองมรกตใกล้ทะเลแด งในอียิปต์ และจากการขุดค้นทางโบราณคดี พบว่ามีการแกะสลักมรกตเป็นรูปตัวด้วงและแมลงมีปีกต่า ง ๆ ด้วย บนมงกุฎของพระเจ้าซาร์ (Czar) กษัตริย์แห่งรัสเซียก็ประดับด้วยมรกตด้วย
    คำว่า “Emerald” มาจากภาษากรีกว่า Smaragdos แปลว่า หินสีเขียว สีเขียว คือ สีที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต สีแห่งความอุดมสมบูรณ์ จึงเชื่อกันว่ามรกตนำมาซึ่งโชคลาภ ความร่ำรวย ชาวเปรูในสมัยก่อนนับถือมรกตเป็นอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่ามีอำนาจปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ให้พ้นจาก สิ่งชั่วร้ ายต่าง ๆ ได้ ด้วยความศรัทธาของชาวเปรู พวกเขาได้สร้างศาลเจ้าที่เก็บมรกตจำนวนมากเพื่อสักกา ระบูชาอัญม ณีชนิดนี้
    สีของมรกตเป็นสีที่เย็นตา จึงมีผลดีต่อสายตา นอกจากนี้ มรกตยังมีพลังช่วยบำบัดอาการอักเสบต่าง ๆ ช่วยรักษาโรคติดเชื้อเรื้อรัง สำหรับผู้ที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหรือผู้ที่เพิ ่งฟื้นจากก ารเจ็บป่วย หากสวมใส่มรกต อัญมณีชนิดนี้จะช่วยคืนพลังได้
    มรกตยังเป็นอัญมณีที่เทพธิดาวีนัส เทพธิดาแห่งความรักโปรดปรานมาก เชื่อกันว่ามรกตมีพลังอำนาจทำให้คู่รักมีความซื่อสัต ย์ต่อกัน เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักที่จริงใจ เหมาะที่จะให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน
    ตำนานกำเนิดมรกต
    คัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่ามรกตเกิดจาก น้ำดีของอสูรวลาซึ่งถูกเหล่าเทวดาหลอกมาสังหารแล้วแย กชิ้นส่วนร ่างกายของอสูรตนนี้ออกอันเนื่องมาจากอสูรวลามีอำนาจเ หนือพระอิน ทร์ คอยกดขี่ข่มเหงเทวดาอื่น ๆ น้ำดีเหล่านี้ถูกพญานาคชื่อ วสุกีนำไป แต่ระหว่างทางที่ลงจากสวรรค์ พญานาควสุกีถูกพระครุฑและพญาหงส์ขัดขวางไว้ ทำให้พญานาควสุกีกลัวและทำน้ำดีร่วงหล่นลงมาบริเวณเท ือกเขามณิก ยาหรือ บริเวณแนวภูเขาของแอฟริกาใต้กับอเมริกาใต้ในปัจจุบัน และบริเวณเทือกเขาหิมาลัย

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนมรกต</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>มรกต</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนมิถุนายน
    มุก (Pearl)
    “ มุก...อัญมณีจากสิ่งมีชีวิต”
    ไข่มุก อัญมณีแห่งความบริสุทธิ์ที่สตรีทั่วโลกหลงใหลนั้น ตามตำนานในคัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า ไข่มุกเกิดจากฟันของอสูรวลา ฟันเหล่านี้ร่วงหล่นลงมาบนโลกมนุษย์แล้วหลุดเข้าไปอย ู่ในเปลือก หอยมุกทำให้เกิดมุกขึ้น
    มุก... อัญมณีเลอค่า
    มนุษย์เรา รู้จักไข่มุกมาเป็นเวลานานแล้ว เชื่อกันว่ามีการค้นพบไข่มุกครั้งแรกในบริเวณตะวันออ กกลาง ว่ากันว่า พระนางคลีโอพัตราทรงใช้ตุ้มหูมุกเป็นเครื่องประดับ และมักจะจุ่มตุ้มหูมุกลงไปในเหล้าองุ่นก่อนดื่ม เพราะเชื่อว่าไข่มุกมีพลังช่วยคงความหนุ่มสาวเอาไว้ไ ด้ กวีชาวกรีกนามว่า โฮเมอร์ ซึ่งเป็นกวีในยุคเมื่อ 1,200 – 850 ปีก่อนคริสตศักราชได้กล่าวถึงการใช้ไข่มุกเป็นเครื่อ งประดับของ เทพธิดายูโนไว้ในวรรณกรรมของเขาด้วย หญิงสาวชาวโรมันก็นิยมสวมใส่ไข่มุกเช่นเดียวกัน ส่วนชาวจีนในสมัยก่อนใช้ไข่มุกเป็นเครื่องบอกยศถาบรร ดาศักดิ์
    สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์
    ไข่มุกเป็น สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ด้วยสีอันนุ่มนวลงดงามของอัญมณีชนิดนี้ เมื่อหญิงสาวนำมาใส่จึงช่วยกระตุ้นให้ความเป็นกุลสตร ีเด่นชัดขึ ้น ทำให้เกิดความนุ่มนวลอ่อนหวาน นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าหากวางไข่มุกไว้ใต้หมอนจะช่วยให้คู่สา มีภรรยาที่ ไม่มีบุตรได้มีบุตรสมหวัง ทางด้านการบำบัดรักษา ไข่มุกเป็นอัญมณีธาตุน้ำ จึงเชื่อกันว่าไข่มุกมีพลังช่วยลดไข้หรือโรคที่เกิดจ ากความร้อน ช่วยบำบัดอาการของคนที่เป็นโรคไต หอบหืด เสมหะ และระบบทางเดินหายใจไม่ปกติ

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>ไข่มุก</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>สร้อยไข่มุก</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนกรกฎาคม
    ทับทิม(Ruby)
    “ ราชาแห่งอัญมณี ”
    เครื่องรางนำโชค
    กล่าวได้ว่า ทับทิม คือ อัญมณีที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ยกย่องอัญมณีสีแดงชนิดนี้ว่าเป็นดั่งความมีสติปัญญาอ ันล้ำเลิศ เชื่อกันว่า ผู้ใดมีทับทิมที่มีสีแดงสดใส ไม่มีตำหนิ จะทำให้ผู้นั้นมีอำนาจ ร่ำรวย สุขภาพสมบูรณ์ มีสติปัญญาดี และประสบความสำเร็จในชีวิต
    ส่วนทางด้านความรัก ถือกันว่าทับทิม คือ อัญมณีที่ทำให้สุขสมหวังในความรัก สีแดงของทับทิมเป็นสีแห่งความรักและอารมณ์ ทับทิมจึงมีพลังช่วยกระตุ้นให้กล้าแสดงออกและกล้าแสด งความรู้สึ กรักมากขึ้น ทำให้สมหวังในเรื่องรัก และยังช่วยผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วย ทับทิมยังถูกนำมาเป็นของขวัญในวาระครบรอบการแต่งงานป ีที่ 15 และปีที่ 40
    สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด เช่น โลหิตจาง หรือผู้ที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศ ทับทิมมีพลังช่วยบำบัดอาการเหล่านี้ได้


    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>ทับทิม</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>จี้ทับทิม</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนสิงหาคม
    เพอริโด (Peridot)
    “ เพอริโด อัญมณีแห่งความกล้าหาญ ”
    เพอริโดเป็นอัญมณีแปลกประหลาดที่นอกจากจะพบได้ตามชั้ นหินอัคนีในโลกแล้ว ยังพบได้จากลูกอุกกาบาตนอกโลกที่ตกลงมาบนโลกของเราด้ วย
    ในสมัยอียิปต์โบราณ มีการทำเหมืองเพอริโดบนเกาะ Zeberget แต่ต้องทำกันในเวลากลางคืนเท่านั้นเพราะในเวลากลางวั นจะมองไม่เ ห็นแร่ชนิดนี้ ส่วนชาวโรมันเรียกเพอริโดว่า Evening Emerald เพราะเมื่อใช้ตะเกียงส่องหาแร่ชนิดนี้ในเวลากลางคืนก ็ยังคงมองเ ห็น ต่อมาในยุคกลาง มีการนำเพอริโดไปประดับตามโบสถ์ สันนิษฐานว่าชาวยุโรปที่ไปร่วมรบในสงครามครูเสดเป็นผ ู้ที่นำเพอ ริโดเหล่านี้กลับมา
    จากอดีตจนถึง ปัจจุบัน ผู้คนมากมายเชื่อกันว่า เพริโดต์มีพลังสามารถขับไล่วิญญาณร้าย ภูตผีปีศาจได้ และช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ด้วย นักรบสมัยโบราณจึงมักจะพกอัญมณีชนิดนี้ติดตัวไว้ เพริโดต์มีพลังที่ทำให้จิตใจของผู้สวมใส่เข้มแข็ง กล้าหาญ และหากนำเพริโดต์ไปประดับกับทองจะยิ่งทำให้เพริโดต์ม ีพลังมากขึ ้น
    ทางด้านความรัก จากพลังของเพริโดต์ที่นำมาซึ่งอารมณ์และจิตใจที่มั่น คง จึงทำให้คู่แต่งงานที่สวมใส่อัญมณีชนิดนี้มีความสุขใ นชีวิตแต่งงาน ทางด้านการบำบัดรักษา เพริโดต์ช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหาร เช่น ช่วยในการดูดซึมอาหาร ช่วยการทำงานของม้าม ถุงน้ำดี ตับ ตับอ่อน และรักษาโรคหอบหืดได้


    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>เพอริโด</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนเพอริโด</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนกันยายน
    ไพลิน (Sapphire)
    “ ไพลิน อัญมณีแห่งคุณธรรม ”
    คำเรียกอัญมณีชนิดนี้ แต่เดิมนั้นคนไทยเรียกว่า นิลกาฬ ดังที่ปรากฏในคำกลอนนพรัตน์ที่ว่า “ สีหมอกเมฆนิลกาฬ ” แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเรียกกันว่า “ ไพลิน ” เนื่องจาก เมื่อประมาณ 30 – 40 ปีก่อน นิลกาฬสีน้ำเงินเข้มสดที่มาจากจังหวัดไพลิน ประเทศเขมรเป็นที่ต้องการของตลาดมาก เมื่อผู้ขายนำมาขายจึงต้องระบุว่ามาจากจังหวัดไพลิน จนคำว่า “ ไพลิน ” กลายเป็นคำเรียกแทน “ นิลกาฬ ” ไปโดยปริยาย ส่วนคำว่า Sapphire นั้น มาจากคำว่า Sapphiros ในภาษากรีก แปลว่า สีน้ำเงิน
    อัญมณีแห่งความจริงใจ
    คนในสมัยโบราณ มีความเชื่อเกี่ยวกับอัญมณีชนิ ดนี้หลากหลาย เช่น ชาวยิวเชื่อว่าไพลินเป็นเสมือนสารลับจากพระเจ้า ชาวเปอร์เซียคิดว่าโลกของเราวางอยู่เหนือไพลินขนาดใญ ่ ส่วนท้องฟ้า คือ ภาพสะท้อนสีสันอันงดงามของไพลิน
    ไพลินเป็น สัญลักษณ์ของความมั่นคงและความซื่อ สัตย์ ผู้หญิงจำนวนมากจึงเลือกใช้ไพลินมาทำเป็นแหวนหมั้น นอกจากนี้ไพลินยังเป็นอัญมณีแห่งคุณธรรมอีกด้วย ช่วยทำให้ผู้ที่สวมใส่มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในความดี ช่วยควบคุมอารมณ์ เพิ่มความเชื่อมั่นและความศรัทธาต่อตัวเอง ช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิต และเช่นเดียวกับอัญมณีทรงคุณค่าชนิดอื่น ๆ ไพลินก็มีอำนาจช่วยปกป้องให้พ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ด้วย ทางด้านการบำบัดรักษา ไพลินช่วยบรรเทาโรคหรืออาการทางสมอง โรคที่เกี่ยวกับประสาทและไขสันหลัง ผิวหนังอักเสบได้
    ตำนานกำเนิดไพลิน
    ในคัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า ไพลิน คือ ดวงตาของอสูรวลาซึ่งถูกเหล่าเทวดาหลอกมาสังหารแล้วแย กชิ้นส่วนร่างกาย ของอสูรตนนี้ออกอันเนื่องมาจากอสูรวลา มีอำนาจเหนือพระอินทร์ คอยกดขี่ข่มเหงเทวดาอื่น ๆ ชิ้นส่วนร่างของมารวลาที่ตกลงมาบนโลกมนุษย์ได้กลายเป ็นอัญมณีชนิดต่าง ๆ ส่วนดวงตานั้นได้ตกลงมายังเกาะลังกา

    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>ไพลิน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนไพลิน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนตุลาคม
    โอปอล (Opal)
    “ โอปอล อัญมณีสีรุ้ง ”
    สีสันหลากหลาบนโอปอลมีตำนานเล่าขานกันว่า เทพแห่งดวงอาทิตย์ เทพแห่งไฟ และเทพแห่งสวรรค์หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน ทำให้เทพทั้งสามบาดหมางกัน เทพเจ้าซีอุสจึงแก้ปัญหาโดยสาปหญิงผู้นั้นให้กลายเป็ นหมอก แต่เทพทั้งสามกลับกลัวว่าตนเองจะจำหญิงผู้นั้นไม่ได้ เทพแห่งดวงอาทิตย์จึงให้สีทองแก่นาง เทพแห่งไฟให้สีแดง ส่วนเทพแห่งสวรรค์ให้สีน้ำเงิน เทพซีอุสเห็นว่าเรื่องราววุ่นวายมากขึ้น จึงเสกให้ร่างของหญิงสาวกลายเป็นโอปอล ตั้งแต่นั้นมา โอปอลจึงมีสีสันสวยงามดังที่เห็น


    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนโอปอล</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนพฤศจิกายน
    โทแพส (Topaz)
    “ โทแพส อัญมณีแห่งมิตรภาพ ”
    ชาวอียิปต์เชื่อว่าสีของโทแพสเกิดจากแสงสีทองของ เทพรา ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ทาบทาลงไป โทแพสจึงเป็นเครื่องรางที่มีพลังขจัดสิ่งชั่วร้ายได้ และความลุ่ มหลงต่าง ๆ ได้ ชาวโรมันก็เชื่อว่าโทแพสมีความเกี่ยวข้องกับเทพจูปิเ ตอร์ซึ่งเป็็นเทพ แห่งดวงอาทิตย์เช่นกัน
    โทแพสเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ สิริมงคลของการสวมใส่อัญมณีชนิดนี้ คือ มีเสน่ห์ เป็นที่รักแก่ผู้ที่พบเห็น ชีวิตรุ่งเรือง โทแพสยังมีคุณสมบัติช่วยรักษาโรคหวัด วัณโรค หอบหืด และช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น หากวางไว้ใต้หมอนขณะนอนหลับจะช่วยให้ร่างกายมีพลังใน การทำงาน ยังเชื่อกันอีกว่า อัญมณีสีทองนี้จะเปลี่ยนสีหากอาหารหรือเครื่องดื่มมี ยาพิษ


    <!--
    [กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ]
    --></TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนโทแพส</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>อัญมณีของผู้ที่เกิดเดือนธันวาคม
    เทอร์ควอยซ์(Turquoise)
    “ เทอร์ควอยซ์... หินแห่งตำนาน ”
    ชื่อ “Turquoise” เพิ่งใช้เรียกอัญมณีชนิดนี้ในช่วงที่เกิดสงครามครูเส ด เนื่องจากบรรดานักรบชาวยุโรปที่เดินทางไปร่วมรบในสงค รามครูเสดไ ด้นำอัญมณีชนิดนี้กลับมา ชื่อของอัญมณีชนิดนี้แปลว่า หินจากตุรกี (Turkish Stone)
    สีของ เทอร์ควอยส์มีตั้งแต่สีฟ้าไปจนถึงสีเขียวอมเทา แต่ที่นิยมมากที่สุดและมีคุณภาพดีที่สุด คือ สีฟ้าของท้องฟ้า ในเนื้อพลอยมักจะมีลายเส้นบาง ๆ พาดพันไปมาเป็นลวดลายสวยงามเหมือนใยแมงมุม
    ผู้คนในสมัย โบราณเชื่อกันว่า เทอร์ควอยซ์เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ เป็นหินนำโชค นำความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่ผู้สวมใส่ บอกเหตุล่วงหน้าได้และยังเป็นเครื่องรางป้องกันภัยได ้
    ชาวอียิปต์และชาวแอซเท็ก (Aztec) ชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของเปรูเชื่อว่าเท อควอยซ์เป็ นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรือง ชาวแอซเท็กใช้เทอร์ควอยซ์ประดับหน้ากากที่ใช้ประกอบพ ิธีกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีเรียกฝน ชาวมุสลิมใช้เทอร์ควอยซ์มาประดับคู่กับไข่มุกบนหมวกโ พกศีรษะเพื่่อคุ้มครอง ตนจากสิ่งชั่วร้าย ชาวอินเดียนแดงเชื่อว่า เทอร์ควอยซ์เป็นสัญลักษณ์แห่งท้องฟ้า เป็นดังลมหายใจและนำมาซึ่งจิตวิญญาณของท้องฟ้าและท้อ งทะเล ทำให้ยิงธนูได้แม่น และยังเชื่อกันว่า เทอร์ควอยซ์ที่ดีที่สุดนั้นถูกซ่อนไว้ในดินแดนที่อยู ่สุดปลายสายรุ้ง
    ส่วนผู้ที่ขี่ ม้าในสมัยก่อนนิยมพกอัญมณีชนิด นี้ติดตัวไว้เพื่อป้องกันการตกม้า ความเชื่อดังกล่าวได้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยผู้ที่ใช้พกเทอร์ควอยซ์ คือ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องบิน หรืออาชีพอื่นที่อาจเกดอุบัติเหตุได้ง่าย และหากผู้สวมใส่กำลังตกอยู่ในอันราย เทอร์ควอยซ์จะเปลี่ยนสี
    สีฟ้าของ เทอร์ควอยซ์ยังช่วยคลายเครียด ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และเทอร์ควอยซ์ยังเป็นอัญมณีที่มีคุณสมบัติในด้านควา มรัก ความเมตตา มิตรภาพอีกด้วย นอกจากนี้ เทอร์ควอยซ์มีทองแดงเป็นส่วนประกอบจึงมีคุณสมบัติช่ว ยรักษาโรคที่เกี่ยวกับ ทางเดินหายใจได้ดี ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ อาการปวดสะโพก


    ที่มา คุณ นาจิคุง
    dek-d.com


     
  2. Lukhgai

    Lukhgai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    3,002
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +8,220
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>เทอร์ควอยซ์</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    ขอบคุณค่ะ เฮียปอ
     
  3. ฤดูใบไม้ผลิ

    ฤดูใบไม้ผลิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,036
    ค่าพลัง:
    +1,712
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>แหวนไพลิน</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>

    มีให้สักวงมั้ยคะ ......เฮียยยยยยย
     
  4. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,045
    โปรดส่งรายละเอียด ในการจัดส่งทาง PM ด้วยครับ เดี๋ยวส่งไปให้

    [​IMG][​IMG][​IMG]
     
  5. ฤดูใบไม้ผลิ

    ฤดูใบไม้ผลิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,036
    ค่าพลัง:
    +1,712

    [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG] แน่ใจนะเฮีย...กลัวอ่ะป่าวววว ;aa1
    [​IMG][​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2009
  6. โชเต

    โชเต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2009
    โพสต์:
    288
    ค่าพลัง:
    +334
    ไม่เห็นมีเรื่องราวของ "ษุราคัม" เลย เครื่องรางสีเหลืองหน่ะ
    อยากจะรู้เหมือนกันว่า มี "อานุภาพ" และความ "ขลัง" อย่างไรบ้าง
    ช่วยบอกทีเถอะครับ
     
  7. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    [​IMG] สวัสดีค่ะ คุณเฮียปอ...
    นู๋ฟ้าถูกใจ๊ ถูกใจ วงนี้ล่ะค่ะ...แดงสวย แหวนก็ตั้งเรือนสวยเชียวน้า..
    ขอบคุณที่หาความรู้เรื่องอัญมณี มาให้ถูกใจสาวๆ อีกแระ.....
     
  8. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    เอามาฝากคุณโชเตค่ะ
    [​IMG]
    บุษราคัม (Yellow sapphire ) เป็นอัญมณีประเภทคอรันดัมที่มีสีเหลือง พบได้ในธรรมชาติเป็นแร่เดียวกับทับทิม ไพลิน เขียวส่อง พัดพารัดช่า และพวก Fancy sapphire แต่ส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดจะได้จากการเผาพลอยคอรันดัมที่มีสีเหลืองจาง มีตำหนิสีอื่นปนบ้าง(เหลือง,เขียว,นำเงินมาปนกัน)และสีเขียว(เขียวส่อง)ทำ ให้มีสีสวยงาม เข้มขึ้นขายได้ราคาสูง พลอยบุษราคัมสีจะมีตั้งแต่เหลืองอ่อนเรียกบุษย์น้ำเพชร, สีอมเขียวเรียกว่าบุษย์น้ำแตง, สีเหลืองทองเรียกบุษย์น้ำทอง, สีคล้ายเหล้าเรียกบุษย์น้ำแม่โขง, สีเหลืองเข้มมากเรียกบุษย์น้ำขมิ้นเน่า, สีเหลืองออกส้มเรียกว่าบุษย์น้ำจำปา , บุษย์น้ำแม่โขงและน้ำทองเป็นที่นิยมจะมีราคาแพง โดยน้ำโขงจะแพงกว่า ลักษณะที่ดีควรเลือกพลอยที่เจียรไนได้สัดส่วน ก้นไม่บางจนเกินไป ใสไม่มีตำหนิที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลอยจึงจะมีประกายงดงาม แหล่งบุษราคัมที่สำคัญคือ จันทบุรี(เหลือน้อยมากๆแต่คุณภาพและราคาสูงกว่าแหล่งอื่นๆ)ศรีลังกา ทวีปแอฟริกา(ปริมาณมากแหล่งใหม่) ออสเตรเลียและอื่นๆ โปรดทำความเข้าใจว่าโทแพสสีเหลือง ซิทรินนั้นไม่ใช่บุษราคัมการซื้อควรระวังเพราะราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว ดังนั้นYellow sapphire เท่านั้นคือบุษราคัม

    เป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ ตามความเชื่อของชาวอียิปต์์โบราณ ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิต บรรเทาอาการอักเสบของโรคทางเดินปัสสาวะ ปอด หวัด ช่วยเสริมพลังความคิด สร้างสรรค์
     
  9. เงินทองเต็มบ้าน

    เงินทองเต็มบ้าน สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2009
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +10
    ขอบคุณมากๆๆค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย
     
  10. มอนด์

    มอนด์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2009
    โพสต์:
    25
    ค่าพลัง:
    +1
    เฮียปอคะแล้วจะดูยังไงว่าเทอร์ควอยซ์ของแท้หรือเทียมคะ
     
  11. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,045

    วงนี้หรือครับ เดี๋ยวเฮีย ฯ ขึ้นไปเชียงราย จะเอาไปฝากก็เเล้วกันนะ ดีไหม ^^


    <TABLE class=tborder style="BORDER-TOP-WIDTH: 0px" cellSpacing=1 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=thead colSpan=2>วันนี้ 04:28 PM</TD></TR><TR title="โพส 2123019" vAlign=top><TD class=alt2 align=middle width=125>มอนด์</TD><TD class=alt1>เฮียปอคะแล้วจะดูยังไงว่าเทอร์ควอยซ์ของแท้หรือเทียมคะ </TD></TR></TBODY></TABLE>



    เรื่องแท้หรือเทียม เฮีย ฯ ไม่รู้จริง ๆ จ้า ^^
     
  12. poonjoss

    poonjoss เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2008
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +114
    อนุโมทนา ขอบคุณครับ ชอบตรงมีรูปภาพทำให้เข้าใจครับ
    เพอริโด นั้นหาไค้ที่ใหนครับ ราคาสุงใหมครับ ขอบคุณครับ
    <TABLE class=fontblacksm cellSpacing=0 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>


    </TD><TD align=right><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>[​IMG]
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=fontblackmini>เพอริโด</TD><TD align=right>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#cccccc border=0><TBODY><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff>
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2009
  13. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    อิอิ....นู๋ฟ้าล่ะเกรงใจ๊ เกรงใจค่ะ..เฮียปอเจ้าคะ..
    อืม....งั้นก็เอา มาซักสองวงเรยดีกว่าค่ะเฮีย..หุหุ...เผื่อทำหายวงนึงไงคะ..555++ (เอาแบบไม่ลอกไม่ดำอ่ะคร้าบ...เหอๆๆๆ)
    :z5:z5
     
  14. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,045

    แล้วเมื่อไหร่เฮีย ฯ จะได้ขึ้นไปเชียงรายแหละ

    นู๋ฟ้า ลงมาเอาที่ สตูล ดีกว่าครับ...(f)



     
  15. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    เม็ดแรกก็ราวๆ 14000 บาทค่ะ..(6.08 cts)

    เม็ดที่ 2 ก็แพงมาอีกหน่อยค่ะ...ราวๆ 23000 บาทค่ะ.. (12.68 cts)
    แต่ถูกๆก็มีจ้า....เม็ดจิ๋วๆๆๆลงไปอ่ะค่ะ...
    เอา Peridot จ๋วยๆจากพม่า มาฝากคุณ<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->poonjoss คร้าบบบบบบ...
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • peridot2.jpg
      peridot2.jpg
      ขนาดไฟล์:
      17.1 KB
      เปิดดู:
      76
    • Peridot.jpg
      Peridot.jpg
      ขนาดไฟล์:
      19.6 KB
      เปิดดู:
      96
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2009
  16. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    เอ่อ เฮียปอเจ้าคะ...งั้นช่วยซื้อ peridot นู๋ฟ้าซักเม็ดก่องน้าค้า
    อิอิ....จาได้มีค่าตั๋วรถไปสตูลอ่ะจิ....ฮ่าๆๆๆ เอาฝากคุณ<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->poonjoss ก็ได้นะคะเฮีย....
    :z3
     
  17. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    ไหนๆ ก็จะจ่ายแล้ว...ก็ขอให้ได้ของแท้ซักกาหน่อยน่า....
    มาดูวิธีการดูเทอร์ควอยส์ จริง หรือ ปลอม....ดูยังไงหนอ????

    [​IMG]

    เทอร์ควอยส์ ก็เช่นเดียวกันกับพลอยชนิดอื่นๆ ไม่มีวันพ้นมือมนุษย์ผู้แสวงหาความงามไปได้ มันจึงเป็นสิ่งที่ต้องการของใครต่อใคร ไม่ว่าจะมุมไหนของโลก และที่แน่นอนที่สุด วัฒนธรรมอันแสนรุ่งเรืองอย่างอียิปต์ต้องย่อมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น โดยเฉพาะพระราชินีเซอร์ ในกษัตริย์อทิโทสนั้น มีสร้อยข้อมือฝังเทอร์ควอยส์ ที่สวยงามมาก

    ชาวเอซเทคผู้ก่อตั้งอาณาจักรโรมันในช่วงศตวรรษที่ 14 -16 ก็เป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่เชิดชูบูชาเทอร์ควอยส์ ให้เป็นสิ่งอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ผู้นำชาวเอซเทคสิ้นชีพ เทอร์ควอยส์ ก็จะถูกฝังลงไปพร้อมกันกับร่างในหลุมฝังศพ บางท่านอาจเคยเห็นภาพ หรือของจริงในพิพิธภัณฑ์ ที่เป็นหน้ากากมนุษย์ซึ่งมีเทอร์ควอยส์ ฝังอยู่บนส่วนของกะโหลกศีรษะมาแล้ว นี่แหละเป็นฝีมือของชาวเอซเทคที่ทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรม

    ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากที่สุดเห็นจะเป็นเครื่องประดับเงินฝังด้วยเทอร์ควอยส์ ของชาวอินเดียนแดง บางแบบจะคุ้นหน้าค่าตาเป็นพิเศษเพราะลอกเลียนแบบไปจากของเราชาวเอเชีย พูดถึงในแถบเอเชียเช่นที่ธิเบต มีการใช้เทอร์ควอยส์ กันอย่างแพร่หลาย เพราะเชื่อกันว่ามันช่วยปกป้องรักษาภยันตรายต่างๆได้ดียิ่งนัก

    เทอร์ควอยส์ เป็นแร่ทุติยภูมิมักพบเป็นสายแร่เล็กๆ เป็นแนวแทรกอยู่ในหินภูเขาไฟ และเป็นสารประกอบของอลูมิเนียมฟอตเฟต ทองแดง และน้ำ มีสูตรเคมี Cu AI 6 (PO4)4(OH)8 5 H2O ถ้ามีอยู่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในสารประกอบมันจะมีสีฟ้าเข้ม แต่ถ้ามีธาตุเหล็กเข้าไปแทนที่ทองแดงเพียงน้อยนิดกลับจะทำให้มันมีสีออกเขียว

    และคุณสมบัติอื่นๆของเทอร์ควอยส์ ที่น่าจะกล่าวถึงบ้างมีดังนี้ มีผลึกอยู่ในระบบไตรคลินิค แต่ผลึกใหญ่หาได้ยาก ส่วนใหญ่เล็กจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น มีเนื้อพรุน มีลักษณะคล้ายหินย้อย และอาจพบเป็นชั้นบางๆพอกพูนเป็นคราบหรือเป็นเม็ดแทรกอยู่ทั่วไป มีความวาวคล้ายขี้ผึ้ง มีความถ่วงจำเพราะประมาณ 2.6 – 2.9 ค่อนข้างอ่อนเพราะมีความแข็งตามโมห์สเกลเพียง 5.6 เท่านั้น

    จุดเด่นของเทอร์ควอยส์ อยู่ที่ลวดลาย เทอร์ควอยส์ แต่ละก้อนแต่ละเม็ดย่อมมีลวดลายที่ว่านี้เรียกว่า เมทริกซ์ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อหินที่ทำให้เกิดเทอร์ควอยส์ และยังหลงเหลือ ติดค้างมากับเนื้อของเทอร์ควอยส์

    ลวดลายมีอยู่หลายสี จะมีสีอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีธาตุอะไรปนอยู่กับมันด้วย เช่นลวดลายสีดำ (Black Matrix ) หรือที่บางคนเรียก “ สไปเดอร์เว็บ” ( Spiderweb) นั้น จะมีธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็กหรือ ธาตุเงินปนอยู่ด้วย ได้สอบถามผู้รู้หลายท่านและได้คำตอบว่า ที่เรียกว่า สไปเดอร์เว็บนั้น คนไทยเราไม่นิยมแปลเป็นไทย มักเรียกทับศัพท์ไปเลย จะด้วยเหตุผลอันใดนั้น คงไม่สลักสำคัญเท่าไรนัก

    ส่วนลวดลายสีน้ำตาลนั้นเกิดจากสารประกอบเหล็กออกไซด์หรือธาตุทองแดง และพบได้บ่อยกว่าลวดลายสีอื่นๆ และลวดลายสีขาวเกิดจากควอทซ์สีขาวหรือซิลิกา

    แหล่งเทอร์ควอยส์มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ในแต่ละแหล่งจะมีลักษณะและสีสันแตกต่างกันออกไป แต่เทอร์ควอยส์จากอิหร่านมักได้รับการโจษขานเป็นพิเศษว่าดีเยี่ยม เพราะมีสีสันสวยงามกว่า จึงเป็นที่นิยมมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 16 มีการซื้อขายเทอร์ควอยส์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เส้นทางการค้านั้นจึงเริ่มจากเหมืองเทอร์ควอยส์ ในอิหร่าน ผ่านไปยังตุรกี และสู่จุดหมายที่ยุโรป

    เพราะตุรกีเป็นจุดพักครึ่งทางจึงอาจมีการซื้อขายเทอร์ควอยส์กันที่นั่น พลอยสีฟ้าสวยชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า”เทอร์ควอยส์” ซึ่งหมายถึง “ เทอร์กิช” นั่นเอง อย่างไรก็ตามคำว่า “เทอร์ควอยส์ ” ก็อาจมาได้จากคำว่า ( TORKEJA) ในภาษาแคลเดียน (ชาวแคลเดียนก็คือชาวเซมิติคที่สืบชื้อสายไปเป็นชาวบาบีโลเนียน ซึ่งอาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส)

    และแหล่งอื่นๆของเทอร์ควอยส์นั้น อยู่กระจัดกระจายหลายทวีป ดังนี้

    1. ลินซ์ สเตชั่น ในเวอร์จิเนียพบมากเป็นรูปผลึก แต่มีขนาดเล็กที่มีขนาดใหญ่ก็พบบ้าง ส่วน เจียระไนแล้วและได้ขนาดเล็กกว่า 1 กะรัตก็มี

    2. นิชาเพอร์ บนเทือกเขาอาริเมอร์ไซ และเทือกเขาคูห์อิบินาลัดในอิหร่าน เทอร์ควอยส์ ที่นี่มีสีฟ้า และมักเป็นสีฟ้าเข้ม สีก็สม่ำเสมอ อาจมีลวดลายสีน้ำตาล ( Brown Limonytic Matrix )และที่สำคัญที่สุด ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งเทอร์ควอยส์ ที่มีคุณภาพที่หนึ่ง

    3. ธิเบต ที่นี่ถือว่า เทอร์ควอยส์คือ พลอยประจำชาติเลยทีเดียว และที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ เทอร์ ควอยส์สีเขียวมีราคาสูงที่สุด แต่ในปัจจุบันมีเทอร์ควอยส์เหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น

    4. จีน เรื่องราวของ เทอร์ควอยส์ในประเทศจีนไม่ค่อยมีบันทึกไว้ อาจเป็นเพราะชาวจีนโดยเฉพาะที่ เป็นหญิง ไม่นิยมส่วมใส่เครื่องประดับที่มีเทอร์ควอยส์ก็ได้

    5. เซราบิต เอล คาดิม และมาหาราห์ บนคาบสมุทรซีนายในอียิปต์ มีการทำเหมืองที่นี่นานถึงหนึ่งพันปีมาแล้ว และที่ขุดกันเป็นล่ำเป็นสันนั้น ก็เพื่อถวายให้เป็นสมบัติของฟาโรห์แต่เพียงพระองค์เดียว อันที่จริง การทำเหมืองได้ขยายออกไปถึงอ่าวซูเอซเลยทีเดียว ที่นี่จะพบเทอร์ควอยส์เกิดอยู่ในหินทราย ที่เหมืองดังกล่าวนี้มักพบเทอร์ควอยส์สีฟ้าและสีฟ้าอมเขียว และ เทอร์ควอยส์ บางเม็ดอาจมีสีจางลง หากถูกแสงแดดส่วนลวดลายนั้นมักมีสีน้ำตาล

    6. ชูควิคาเมตา ในชิลีเทอร์ควอยส์ที่มีสีสวยงามมาก แต่น่าเสียดายที่นำออกสู่ตลาดน้อยมาก จนแทบ ไม่พบเลย

    7. พอเอพิเค ในบาเฮียประเทศบราซิล เทอร์ควอยส์ ที่นี่จะพรุนมาก

    8. ออสเตรเลีย เทอร์ควอยส์จากออสเตรเลียมีสีฟ้าที่สวยคล้าย เทอร์ควอยส์จากอิหร่านสีก็สม่ำเสมอ และมีอยู่มาก นอกจากนั้นยังมีเนื้อสมานแน่นอีกด้วย เมื่อขัดแล้วจะขึ้นเงาสวยงามมาก ก้อนหินที่ให้กำเนิด เทอร์ควอยส์ อยู่ข้างในอาจมีน้ำหนักมากถึงหลายร้อยปอนด์เลยทีเดียว

    9. สหรัฐอเมริกา มี เทอร์ควอยส์อยู่อย่างกระจัดกระจาย แต่ละแหล่งมีสีสันและลวดลายที่โดดเด่น ผู้เชี่ยวชาญบางท่านอาจแยกแยะได้ทันทีว่าเม็ดใดมาจากไหน

    เหมือง เทอร์ควอยส์ ในสหรัฐส่วนใหญ่จะอยู่ในมลรัฐเนวาดา ส่วนแหล่งอื่นๆ จะอยู่ทางแถบตะวันตก เฉียงใต้ซึ่งมีพวกอินเดียนแดงอาศัยอยู่ เช่น อริโซนา (เผ่านาวาโจ และโฮพี) โคโลราโด และนิวเม็กซิโก (เผ่านาวาโจ และซูนี่ )

    เหมืองบลู เจม ในเนวาดา เทอร์ควอยส์มีหลายเฉดสี ที่มีสีฟ้าและสีเขียวอยู่ปนกันบน เทอร์ควอยส์ก้อน เดียวกันก็มี

    เหมืองสตอร์มี่ เมาน์เทน ในเนวาดา เทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้มและมีลวดลายสีดำ

    เหมืองแลนเดอร์บลูในเนวาดาเทอร์ควอยส์ มีสีสไปเดอร์เวน และมีจุดเล็กๆซึ่งหาได้ยาก ราคาจึงสูงโดยเฉพาะในปัจจุบัน

    เหมืองบิสบี ในอริโซนาเทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้มจัด มีลวดลายเป็นกลุ่มเล็กๆ

    คิงแมนในอริโซนา เทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้ม บางเม็ดอาจย้อมสี

    ลีดวิลล์ ในโคโรราโด เทอร์ควอยส์มีขนาดเล็ก มีสีฟ้าแต้มเขียว

    ซานตา ริตา ในนิวเม็กซิโกสีของเทอร์ควอยส์มีตั้งแต่สีฟ้าจางลงไปจนถึงฟ้าเข้ม

    ตามแหล่งอื่นๆนั้น มีรายงานว่าพบเทอร์ควอยส์บ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอ เช่น ที่อูซเบค ในรัสเซีย และที่เซเคทีเคส ในประเทศเม็กซิโก ส่วนในประเทศไทย ยังไม่เคยมีรายงานว่าพบ

    เทอร์ควอยส์ที่วางขายกันตามท้องตลาดนั้น อาจมิใช่เทอร์ควอยส์ธรรมชาติเสียทั้งหมด หากย้อนอดีต ไปราวกลางศตวรรษที่ 16 ก็ได้มีการบันทึกไว้แล้วว่า มีเทอร์ควอยส์เลียนแบบ อกีโคลาได้เขียนบันทึกไว้ว่า “ ไม่มีพลอยชนิดอื่นใดอีกแล้ว นอกเสียจากเทอร์ควอยส์เท่านั้นที่ทำเลียนแบบมันขึ้นได้เหมือนจริงมากเช่นนี้” อย่างไรก็ตาม เทอร์ควอยส์ตามธรรมชาติที่มีสีจางอาจถูกนำไปย้อมสีให้เข้มขึ้นเพียงเท่านั้น มิได้ผ่านกรรมวิธีอื่นๆเพิ่มเติม ฉะนั้น “ ธรรมชาติ” ของมันจึงถูกเปลี่ยนโฉมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    เทอร์ควอยส์เลียนแบบ อาจทำขึ้นมาจากเทอร์ควอยส์จริงแต่ทำลวดลายเทียมขึ้น จากนั้นนำไปย้อมสี และเคลือบพลาสติกอีพอกซี่ ยางไม้ น้ำมัน หรือขี้ผึ้งหรือเรียกว่า “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์”

    เทอร์ควอยส์เลียนแบบอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ เทอร์ควอยส์บล็อก” หรือ “ทอร์ควอยส์ รีคอนสติจูตด์” ก็ทำขึ้นมาจากเทอร์ควอยส์จริงที่มีคุณภาพต่ำ จึงนำมาบดให้เป็นผง ผสมกับอีพอกซี่หรือพลาสติก แล้วนำมาอัดให้เป็นรูปร่างขึ้น ในปัจจุบัน กรรมวิธีทำค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน จึงยากที่จะบอกว่า “ธรรมชาติ” หรือ “ เลียนแบบ” อย่างไรก็ตาม “ เทอร์ควอยส์สไปเดอร์เว็บ” เกือบทั้งหมดในปัจจุบันเป็น “ทอร์ควอยส์ บล็อก”

    นอกจากนี้พลอยบางชนิดก็มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับเทอร์ควอยส์มาก จึงอาจทำให้สับสนว่าป็นเทอร์ ควอยส์ได้ เช่น ฟอสไทต์มีสีเขียวเหลือง มีความถ่วงจำเพาะก็ใกล้เคียงกับเทอร์ควอยส์ และโพรโซไบต์ มีค่า R.I และความแข็งใกล้เคียงกับเทอร์ควอยส์เช่นกัน

    วิธีการตรวจสอบว่า “ ธรรมชาติ ” หรือ “เลียนแบบ ” มีอยู่หลายวิธีแต่ไม่แนะนำให้ตรวจสอบเองทาง ที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน การตรวจสอบนั้นอาจใช้เข็มเผาไฟให้ร้อนและจี้ดู หาละลายแสดงว่าเป็น “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์ ” หรืออาจเป็น “ของปลอม” อีกวิธีหนึ่ง อาจใช้มีดกรีด และส่งดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ถ้ารอยแผลมีขอบหยัก “ อาจเป็นของจริง” แต่ถ้ารอยแผลมีขอบเรียบแสดงว่าเป็น “เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์” หรือถ้าตรวจสอบด้วยแสงอุตร้าไวโอเล็ทแล้วเรืองแสง ก็มั่นใจเลยได้ว่าเป็น “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์” เช่นกัน

    โดยปกติแล้วเทอร์ควอยส์ ที่เคลือบผิวไว้มักไวต่อน้ำ เหงื่อและเครื่องสำอาง โดยเฉพาะครีมและ น้ำหอม เพราะเหล่านี้อาจทำให้สีของเทอร์ควอยส์ จางลง ฉะนั้นควรดูแลรักษาเครื่องประดับประเภทนี้ให้เป็นอย่างดี

    การเลือกซื้อเทอร์ควอยส์ ว่ากันตามตรงแล้วขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน เพราะเทอร์ควอยส์ มีอยู่ หลายเฉดสี เช่นฟ้าอ่อน ฟ้าปานกลางไล่ไปจนถึงฟ้าเข้ม ฟ้าเขียวและเขียวแกมเทา แต่ทางการค้าถือ ว่ามีราคาสูงสุด ต้องมีสีฟ้าบริสุทธิ์ยิ่งมีสีเขียวบนอยู่น้อยท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น อย่างเช่น เทอร์ควอยส์ จากอิหร่าน ไม่ควรเลือกที่มีลวดลายโดยฌฉพาะที่มีจุดสีขาวแต้มอยู่เพราะนั่นแสดงถึงว่า เทอร์ควอยส์ นั้นยังพัฒนาไปไม่เต็มที่สีอาจจางลงเมื่อใดก็ได้ที่ธาตุทองแดงในเทอร์ควอยส์ เกิดการสันดาป

    มาถึงตรงนี้ ตัดสินใจเอาเองก็แล้วกันว่าจะเลือกเทอร์ควอยส์ ชนิดไหน จากแหล่งใด หรือจะชักชวน เพื่อนสนิทชิดเชื้อไปช้อปปิ้งด้วยกัน ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเพื่อช่วยกันคิดช่วยกันขัด จะได้ประหยัดเงินไปในตัว
     
  18. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,045
    นู๋ฟ้า เป็นเจ้าของร้านอัญมณีแน่ ๆ เลย

    นอกจากมีความรู้ด้าน โป่งข่ามแล้ว ยังมีความรู้ด้านอัญมณี
     
  19. nu_fah

    nu_fah เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2009
    โพสต์:
    1,268
    ค่าพลัง:
    +161
    อนาคต น่ะ...ไม่แน่ค่ะเฮียฯ...เพราะตอนนี้ อยู่ในช่วง ศึกษา สะสมค่ะ และซื้อ-ขายพวกนี้เป็นงานอดิเรกค่ะ....
    แต่ตอนนี้ ฟ้าชอบศึกษา เรื่องหินสี แร่รันตชาติต่างๆมากๆๆๆๆ เรยค่ะ....
    เพราะ ชอบความสวย และเสน่ห์ของเค้าอ่ะค่ะ...
    วันๆๆๆนึง ก็พกกล้องส่องพระ ส่องหิน ส่องแก้วโป่งข่ามจิคร้าบบบบ...อิอิอิ(แม้น แมน...555++)

    :z17
     
  20. มอนด์

    มอนด์ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2009
    โพสต์:
    25
    ค่าพลัง:
    +1
    ขอบคุณnu_fah มากมากเลยค่ะที่ให้ข้อมูลขอบคุณนะคะ
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - อัญมณี และ ความเชื่อ
  1. Channarong999
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    87
  2. เอกณัฐยศ
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    186
  3. เบเบ้
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    58
  4. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    1,264
  5. Kanyapat
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    96

แชร์หน้านี้

Loading...