อัพเดตข่าวสาร วัดท่าขนุนและหลวงพ่อเล็ก

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์วัดท่าขนุน, 2 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ขมวดท้ายเป็นไปนิพพานได้ทุกกอง

    ถาม : มาฝึกกสิณตอนนี้รู้สึกว่าจะสายไปหรือเปล่า ?
    ตอบ : ไม่มีคำว่าสาย พร้อมจะเริ่มเมื่อไหร่ก็เอาได้เลย การปฏิบัติทุกอย่างลงมือเมื่อไหร่เป็นคุณแก่ตัวเมื่อนั้น

    ถาม : ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น แล้วการที่มาเล่นกสิณนี่จะถูกทางมั้ยครับ ?
    ตอบ : กรรมฐานทุกกองในกรรมฐาน ๔๐ หรือมหาสติปัฏฐานก็ตาม ถูกทางทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะขมวดปลายมันเป็นมั้ย ? เราเล่นกสิณพอถึงวาระสุดท้ายเราก็พิจารณาเป็นวิปัสสนาญาณว่ารูปภาพกสิณจริง ๆ มันก็มีความไม่เที่ยง มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แรก ๆ มันก็เป็นภาพของอุคคหนิมิตคือ เป็นรูปกสิณตามนั้น หลังจากนั้นมาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากสีเดิมก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กลายเป็นสีขาวจากสีขาวก็เจิดจ้าไป ถึงวาระสุดท้ายก็อธิษฐานให้มาก็ได้ให้ไปก็ได้ มันไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอนแม้แต่อย่างเดียว

    ถ้าเราตั้งความปรารถนาว่าจะให้มันดำรงอยู่ตลอดกาลสมัย เราก็ประกอบไปด้วยความทุกข์ แล้วในที่สุดแม้กระทั่งตัวเราเองที่เป็นผู้ทรงกสิณอยู่เราก็ตาย ภาพกสิณที่เราเห็นก็สลายตัวได้ วัตถุที่เราเอามาทำเป็นดวงกสิณ ก็สลายตัวได้ มันไม่มีอะไรเหลืออยู่ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรดำรงอยู่ได้เกิดมาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอกับสภาพเช่นนี้ มีความไม่เที่ยง มีความเป็นทุกข์ ไม่มีอะไรยึดถือมั่นหมายได้เป็นปกติ แล้วเราจะเกิดมาให้ทุกข์ทำไม ขมวดท้ายเป็นมันไปนิพพานได้ทุกกอง เอากองไหนดีล่ะ ?

    ถาม : เตโชกสิณนี่เขามองเปลวไฟหรือว่าเขามองแสงไฟครับ คือว่าหาอะไรมาครอบจนเป็นจุดเป็นแสง ?
    ตอบ : ถ้าหากว่าเป็นกองไฟใหญ่สมัยก่อนเขาให้ใช้ผ้าตัดเป็นวงกลม แล้วก็วางให้ตรงกับกองไฟให้ลักษณะเป็นวงกลมไว้ สนใจแต่สภาพของไฟในวงกลมนั้น มันจะเป็นแสงอย่างไร มีสีอย่างไร มีขีดอย่างไร มีเส้นอย่างไรไม่เอา

    แต่ถ้าหากว่าเราเพ่งเทียนหรือเพ่งตะเกียง ก็จำลักษณะของดวงไฟมันไว้เท่านั้น เปลวไฟมันจะมีลักษณะอย่างไร ขอบมันจะเป็นอย่างไร สีสรรมันจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปใส่ใจ จำเฉพาะดวงไฟมันเท่านั้น พอคล่องตัวมาก ๆ แล้วอะไรก็ได้

    สมัยที่ทำอยู่เด็ก ๆ นี่โอ๊ย….มันมากเลยเพราะว่าบ้านอยู่ต่างจังหวัดไฟฟ้าไม่มี ก็เอาตะเกียงจุดในมุ้ง ถ้าจุดตะเกียงโดยไม่มีเหตุผล เจอไม้เรียวแน่ ๆ ก็เอาหนังสือมา นั่งตัวตรงแหน็วเลย แต่ตาไม่ได้ดูหนังสือหรอก ดูตะเกียงแล้วก็จำภาพเอา แล้วถึงเวลาต้องไปทำหน้าที่หุงข้าว ไฟทั้งเตาก็เป็นดวงกสิณของเราได้ ถ้าหากว่าจับคล่องตัวแล้วมันไม่มีปัญหาอะไรเลย

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนมีนาคม ๒๕๔๕ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  2. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    .jpg

    ถ่ายทอดสดงานทำบุญวันแม่ วัดท่าขนุน วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐
    รายนามพระเถรานุเถระ ที่รับฎีกานิมนต์งานทำบุญวันแม่
    วันเสาร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

    ๑. พระราชสุวรรณเวที วัดสุวรรณคีรี
    ๒. พระวิสุทธิศาสนวิเทศ วัดสระเกศ
    ๓. พระครูมงคลสุตาภรณ์ วัดไชยชนะสงคราม
    ๔. พระครูสุนทรกาญจนคุณ วัดเขื่อนท่าทุ่งนา
    ๕. พระครูวิบูลภาวนานุศาสน์ วัดห้วยบง
    ๖. ครูบาบุญยัง ปุญฺญงฺกโร วัดห้วยน้ำอุ่น
    ๗. พระครูสุชาติกาญจนโกศล วัดพุทธมณฑลอรัญญิกาวาส
    ๘. พระครูวิสุทธิกาญจโนดม วัดป่าผาตาดธารสวรรค์
    ๙. พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ วัดสระพัง
    ๑๐. พระครูวิธานธรรมนาถ วัดทุ่งกระพังโหม
    ๑๑. พระครูบวรกาญจนธรรม วัดตะเคียนงาม
    ๑๒. พระครูพิพัฒน์กิตติสาร. วัดเขาพระ (ลพบุรี)
    ๑๓. พระครูประทีปกาญจนธรรม วัดพุน้ำร้อน
    ๑๔. พระครูวิริยกาญจนาภรณ์ วัดลำทหาร
    ๑๕. พระครูปฐมจินดากร วัดไร่แตงทอง
    ๑๖. พระครูสุวรรณกิตติธาดา วัดเขาตะเภาทอง
    ๑๗. พระครูวิธานอรัญวัตร วัดเขาขลุง
    ๑๘. พระครูสุภกิจชยาภรณ์ วัดหนองมะคัง (พิษณุโลก)
    ๑๙. พระมหาปราโมทย์ ฐิตปาโมชฺโช อาศรมพระธรรมจาริก
    ๒๐. พระครูสันตจิตตานุกิจ วัดพระธาตุดอยกวางคำ
    ๒๑. พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่
    ๒๒. พระอธิการวันชาติ วํสธมฺโม วัดป่าพระพุทธบาทเขาน้อย
    ๒๓. พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก วัดประตูด่าน
    ๒๔. ครูบาเหนือชัย โฆสิโต สำนักสงฆ์วัดถ้ำป่าอาชาทอง
    ๒๕. ครูบาหน่อแก้วฟ้า โชติปญฺโญ สำนักสงฆ์ลานธรรมอรหันตา
    ๒๖. ครูบาวิฑูรย์ ชินวโร สำนักสงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน
    ๒๗. พระอาจารย์อังกุระ ธัมมะจริยะ วัดตองไว ประเทศพม่า
    ๒๘. พระอาจารย์ธวัชชัย ชาครธมฺโม อาศรมศรีชัยรัตนโคตร
    ๒๙. พระครูปลัดพิจารณ์ วิจารโณ วัดโพธิ์ผักไห่ (อยุธยา)
    ๓๐. พระอาจารย์ ร.อ.วิวัฒน์ วิวฑฺฒโน วัดไชยชนะสงคราม
    ๓๑. พระปลัดเอกลักษณ์ ปญฺญาคโม วัดปากน้ำโจ้โล้
    ๓๒. พระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโม วัดโพธิ์ลังกา
    ๓๓. พระอาจารย์วิสุทธิ์ ฐิตสุโภ วัดอโศการาม

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  3. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    “ความเป็นแม่ที่รักลูก คอยปกป้องยามลูกมีภัยก็ไม่ได้น้อยลงเลย”
    ………………..
    ภาพที่น่าขันที่สุดคือ ลูกหมาวัยคะนองไปหยอกแมวเล่น ถูกแมวตบซะร้องเอ๋ง ๆ วิ่งหัวซุกหัวซุนหาที่พึ่ง แม่ไก่ที่คุ้ยเขี่ยหาอาหารเลี้ยงลูกอยู่ไม่ไกล ตรงรี่เข้าช่วยเหลือประจัญบานกับเจ้าแมวจนฝุ่นตลบ…เจ้าแมวโดนโจมตีแบบตั้งตัวไม่ทัน ก็เผ่นแน่บด้วยความตกใจ… เออหนอ…ต่างเผ่าต่างพันธุ์กันถึงเพียงนั้น ความเป็นแม่ที่รักลูก คอยปกป้องยามลูกมีภัยก็ไม่ได้น้อยลงเลย ดูเจ้าตัวแสบอีกที…ไม่มีละที่จะเข็ด คอยหาเรื่องให้แม่ตัว แม่ไก่วุ่นวายได้ไม่รู้จักจบจักสิ้นซีน่า…!
    ………………..
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    อดีตที่ผ่านพ้นตอนที่ ๔๗ : แม่คนที่สอง
    http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=557

    -คอ.jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  4. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    “ชีวิตนี้ของเราก็แค่ชั่ววูบเดียวเท่านั้นเอง
    ในเมื่อมีชีวิตอยู่แค่พักเดียว ทำไมเราจะอยู่ให้ดีไม่ได้”
    —————————-
    นิพพิทาญาณคือเบื่อ ถ้าหากว่าเบื่อมาก ๆ วางอารมณ์ผิด จิตจะเศร้าหมอง
    .
    ส่วนสังขารุเปกขาญาณนั้นไม่ใช่เบื่อ แต่เห็นว่าชีวิตน่าเบื่อเช่นนี้ ถ้าสามารถหลุดพ้นไปได้
    .
    เปรียบกับการเวียนว่ายตายเกิดนับชาติไม่ถ้วน ชีวิตนี้ของเราก็แค่ชั่ววูบเดียวเท่านั้นเอง ในเมื่อมีชีวิตอยู่แค่พักเดียว ทำไมเราจะอยู่ให้ดีไม่ได้
    .
    เพราะว่าธรรมดาเป็นเช่นนี้ ในเมื่อเห็นว่าธรรมดาเป็นเช่นนี้ ยอมรับสภาพ จิตปล่อยวาง ไม่ไปแบกเอาไว้ ก็มีแต่ความเบาสบาย ไม่ไปปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติมอีก
    —————————-
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐, ข้อความที่ ๑๓๕
    http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5597&page=7

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  5. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ภาพงานทำบุญวันแม่ ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
    วันเสาร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

    ขอบพระคุณภาพจากพี่มะลิแก้ว ตากล้องเว็บวัดท่าขนุนค่ะ

    ที่มา /www.facebook.com/hashtag/post196392">#post196392” target=”_blank”>http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?p=196392 #post196392

    -ณ-วัดท.jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  6. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ให้ทุกคนรู้ตัวอยู่เสมอว่า เราเกิดมาแล้วต้องตาย ความตายจะมาถึงเราเมื่อไรก็ไม่สามารถที่จะกำหนดแน่นอนได้ ความตายอยู่กับเราทุกลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าถ้าไม่หายใจออกก็ตายแล้ว หายใจออกแล้วไม่หายใจเข้าก็ตายอีกเช่นกัน

    ในเมื่อความตายอยู่ประชิดติดเราจนขนาดนี้ เราก็ควรจะเร่งขวนขวายปฏิบัติในความดีให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อสั่งสมความดีอันเป็นบุญกุศล เปรียบเหมือนเป็นเสบียงอาหาร เปรียบเหมือนยานพาหนะในการเดินทางไกลเพื่อข้ามห้วงวัฏสงสาร ยิ่งเรามีการเตรียมพร้อมมากเท่าไร เราก็จะสบายมากเท่านั้น มีความหวาดหวั่นต่อความตายน้อยเท่านั้น บุคคลที่มีการเตรียมพร้อมย่อมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดง่าย ๆ

    ในเมื่อเราเตรียมพร้อมที่จะตาย ถึงเวลาความตายเข้ามา เราก็ไม่ได้หวั่นไหวต่อความตาย เพราะเราเป็นผู้ที่ไม่ประมาท เตรียมพร้อมที่จะตายเอาไว้เสมอ ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เป็นเพียงการเปลี่ยนภพ เปลี่ยนภูมิ เปลี่ยนร่างกายนี้ไปเท่านั้น

    ถ้าจะเปรียบไปแล้วร่างกายของเรานี้ก็เหมือนรถยนต์คันหนึ่ง ตัวเราคือจิตที่มาอาศัยอยู่ตามบุญตามบาปที่ได้สร้างไว้ในอดีต เปรียบเหมือนกับคนขับรถ ถึงเวลารถยนต์หมดสภาพพังไป คนขับรถก็เปิดประตูออกมา ไปหารถคันใหม่ขับ

    การตายของอัตภาพร่างกายนี้ก็ลักษณะเดียวกัน พอถึงเวลาร่างกายนี้เสื่อมสลายตายพังลงไป จิตคือตัวเรานั้น ก็ต้องไปแสวงหาร่างกายใหม่ในภพภูมิใหม่ ๆ ตามความดีความชั่วที่เราได้ทำไว้

    ถ้าเราสร้างความดีไว้มาก ก็ได้เกิดเป็นมนุษย์ที่มีความดี ความงาม ความสมบูรณ์ พร้อมด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค และทรัพย์สินทั้งปวง ถ้าสร้างความดีมากยิ่งขึ้นก็ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหม ถ้าไม่นิยมการเกิดก็หลุดพ้นไปสู่พระนิพพาน

    แต่ถ้าหากว่าเราทำสิ่งที่ไม่ดีเอาไว้มาก ก็จะมีทุคติภูมิเป็นที่ไป อย่างดีหน่อยก็เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ก็มีความทุกข์มากมายกว่าคนหลายเท่า แย่ลงไปอีกก็เป็นอสุรกาย แย่ลงไปกว่านั้นก็เป็นเปรต ถ้าแย่ที่สุดก็เป็นสัตว์นรก

    เปรียบเหมือนกับเวลาที่รถยนต์พังแล้ว เราก็ต้องไปหารถคันใหม่ ถ้าหากว่าทำความชั่วไว้มากก็ได้รถพัง ๆ ขับไปซ่อมไป อาจจะเป็นจักรยานโปเกสักคันหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าหากว่าสร้างกรรมดีไว้มาก ก็ได้รถยนต์ยี่ห้อดี ๆ อาจจะเป็นบีเอ็ม หรือว่าเบนซ์ หรืออาจจะเป็นรถสปอร์ตแรงสูงไปเลยก็ได้ บางท่านอาจจะหรูเลิศไปกว่านั้น มีเครื่องบินส่วนตัวไปอีกต่างหาก

    ดังนั้น…ถ้าเรารู้ว่าความตายมาประชิดติดเราอยู่เสมอ แล้วเราเป็นผู้ไม่ประมาท ตั้งใจปฏิบัติในศีล คือรักษาศีลทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ไม่ละเมิดศีลด้วยตนเอง ไม่ยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเขาทำ ไม่ยินดีเมื่อคนอื่นเขาทำ ทำความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างแน่นแฟ้นจริงจัง ไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง กำหนดมีสติรู้อยู่เฉพาะหน้าว่า เราต้องตายแน่นอน ถ้าตายแล้วเราขอไปพระนิพพานแห่งเดียว

    ถ้าเราปักใจแน่วแน่เช่นนี้ได้ แปลว่าศีล สมาธิ ปัญญาของเรานั้น อยู่ในระดับที่พอจะอาศัยได้ ถ้ามั่นคงจริง ๆ ก็สามารถระบุได้อย่างแน่นอนว่ามีสุคติเป็นที่ไป หรือถ้าสามารถปล่อยวางความดีความชั่วทั้งปวง ไม่ปรารถนาการเกิดมาในโลกนี้ ไม่ปรารถนาการมีร่างกายเช่นนี้อีก ก็สามารถที่จะหลุดพ้นไปสู่พระนิพพานได้

    พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านวิริยบารมี
    วันพฤหัสบดีที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  7. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ชัดเลย เรื่องของกาเมสุมิจฉาจาร ฟังให้ดี ๆ นะ
    หญิงนั้นมี บิดา ปกครอง
    หญิงนั้นมี มารดา ปกครอง
    หญิงนั้นมี พี่ชาย ปกครอง
    หญิงนั้นมี พี่สาว ปกครอง
    หญิงนั้นมี ครอบครัว ปกครอง คือ จะเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นอะไรสักคนหนึ่งก็ได้
    หญิงนั้นมี ผู้จอง แล้วด้วยพวงมาลัย ลักษณะของการหมั้น
    หญิงนั้นมี พระราชา ปกครอง สมัยนี้ก็คือมีกฎหมายคุ้มครอง
    หญิงนั้นมี ธรรม ปกครอง อันสุดท้ายสุดที่เจ็บปวดที่สุดเลย
    โดนทุกรูปแบบเลย หมายความว่าถ้าเขาไม่มีใครเลย ก็มีธรรมปกครอง คือ อย่างน้อย ๆ การละเมิดโดยที่เขาเองไม่ยินยอมเสร็จเหมือนกัน คือ ถ้าถึงเขาจะมีตัวคนเดียวก็เสร็จเหมือนกัน
    ……………………………………
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  8. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    กำหนดการบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม รุ่นที่ ๗/๒๕๖๐ วันที่ ๕ – ๘ ตุลาคม ๒๕๖๐

    กำหนดการบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๗/๒๕๖๐
    วันพฤหัสบดีที่ ๕ ถึง วันอาทิตย์ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

    วันพฤหัสบดีที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ (วันออกพรรษา)

    เวลา ๐๘.๐๐ น. ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครบวชเนกขัมมะ
    เวลา ๐๘.๓๐ น. พิธีบวชเนกขัมมะเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๗/๒๕๖๐
    เวลา ๐๙.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนาวันออกพรรษา ๑ กัณฑ์
    เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๑๓.๐๐ น. ปฏิบัติธรรมช่วงบ่าย (เดินจงกรม – ภาวนา)
    เวลา ๑๕.๐๐ น. พักผ่อน ทำธุระส่วนตัว
    เวลา ๑๖.๓๐ น. ร่วมกันทำความสะอาดวัด
    เวลา ๑๘.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบแรก
    เวลา ๑๙.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบสอง
    เวลา ๒๐.๐๐ น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันศุกร์ที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ (วันตักบาตรเทโว – ทอดกฐินสามัคคี)

    เวลา ๐๔.๐๐ น. เจริญพระกรรมฐาน
    เวลา ๐๔.๓๐ น. ทำวัตรเช้า
    เวลา ๐๖.๐๐ น. พระอาจารย์ออกจากกรรมฐาน ๓ วัน
    เวลา ๐๗.๓๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๐๘.๓๐ น. พระอาจารย์นำพระภิกษุสามเณรรับบาตรเทโว
    เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๑๓.๐๐ น. งานทอดกฐินสามัคคี
    เวลา ๑๕.๐๐ น. พักผ่อน ทำธุระส่วนตัว
    เวลา ๑๖.๓๐ น. ร่วมกันทำความสะอาดวัด
    เวลา ๑๘.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบแรก
    เวลา ๑๙.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบสอง
    เวลา ๒๐.๐๐ น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันเสาร์ที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ (วันหยุดราชการ)

    เวลา ๐๔.๐๐ น. พระอาจารย์นำเจริญพระกรรมฐาน
    เวลา ๐๔.๓๐ น. ทำวัตรเช้า
    เวลา ๐๖.๐๐ น. พระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาต อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติธรรมไปใส่บาตรในตลาดได้
    เวลา ๐๗.๓๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๐๘.๓๐ น. ปฏิบัติธรรมช่วงเช้า (เดินจงกรม – ภาวนา)
    เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๑๓.๐๐ น. ปฏิบัติธรรมช่วงบ่าย (เดินจงกรม – ภาวนา)
    เวลา ๑๕.๐๐ น. พักผ่อน ทำธุระส่วนตัว
    เวลา ๑๖.๓๐ น. ร่วมกันทำความสะอาดวัด
    เวลา ๑๘.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบแรก
    เวลา ๑๙.๐๐ น. ทำวัตรค่ำรอบสอง
    เวลา ๒๐.๐๐ น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

    วันอาทิตย์ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ (วันหยุดราชการ)

    เวลา ๐๔.๐๐ น. พระอาจารย์นำเจริญพระกรรมฐาน
    เวลา ๐๔.๓๐ น. ทำวัตรเช้า
    เวลา ๐๖.๐๐ น. พระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาต อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติธรรมไปใส่บาตรในตลาดได้
    เวลา ๐๗.๓๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๐๘.๓๐ น. ปฏิบัติธรรมช่วงเช้า (เดินจงกรม – ภาวนา)
    เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด
    เวลา ๑๓.๐๐ น. พิธีลาศีล ๘ รับศีล ๕ และรับวุฒิบัตรผู้ปฏิบัติธรรม
    เวลา ๑๔.๐๐ น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

    ที่มา /www.facebook.com/hashtag/post196551">#post196551” target=”_blank”>http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?p=196551 #post196551

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  9. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ทีนี้วิธีเป่ายันต์ ท่านเป่าทีละศาลา คือ นั่งกันเต็มศาลาแล้วท่านให้จุดธูปเทียนบูชารับศีลแล้วก็ภาวนา ว่า “พุทโธ” ท่านที่นั่งภาวนาบางคนมีอาการหนักศีรษะบ้าง เหมือนไรไต่อยู่ที่ศีรษะบ้าง มีอาการร้อนหู ร้อนหน้าบ้าง อย่างนี้เรียกว่า ยันต์เกราะเพชรเข้าถึงตัว อาการอย่างนี้จะทรงอยู่ ๒-๓ วัน ก็จะหาย ทั้งนี้เพราะยันต์เกราะเพชรจะค่อย ๆ ซึมเข้าไปทีละนิด จนกระทั่งทั่วร่างกาย แล้วอาการนี้จึงจะหาย

    ถ้าหากว่ายันต์เกราะเพชรยังไหลไม่ทั่วร่างกายเพียงใด ความรู้สึกหนัก หรือร้อนหน้าร้อนตา หรือคล้ายไรไต่ตามหน้าตาก็จะยังปรากฏอยู่

    การเป่ายันต์เกราะเพชรแต่ละคราว ต้องเป่าเฉพาะวันเสาร์ ๕ คือ วันเสาร์ตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำ จะเป็นเดือนอะไรก็ได้

    การเป่ายันต์์เกราะเพชรของท่านไม่มีค่าครู ไม่มีค่าวิชา ไม่มีค่าป่วยการ คือ หลวงพ่อทำอะไรทุกอย่างไม่หวังผลตอบแทน ทำเพื่อเมตตาสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะวันเป่ายันต์เกราะเพชรของท่านถือเป็น วันไหว้ครู ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายจะต้องมาพร้อมกันเวลาในเพล ก่อนเพล หรือหลังเที่ยง ตั้งแต่เช้าประมาณ ๒ โมงเช้า จะรวบรวมสรรพสิ่งทั้งหลายที่บรรดาศิษยานุศิษย์นำมาเป็นการคารวะครูแล้วก็ทำพิธีไหว้ครูเสร็จภายในเพล

    ตอนนั้นใครจะลงตะกรุดพิสมร ผ้ายันต์ ก็เขียนเอาไป ใครชอบใจยันต์อะไร ชอบตะกรุดอะไรก็เขียนลงไป เอาไปวางในสถานที่ท่านไหว้ครู

    เมื่ออัญเชิญครูเสร็จ ท่านก็จะปลุกเสกของเหล่านั้นเสร็จไปด้วยกัน แล้วต่างคนต่างนำกลับ อันนี้ก็ไม่มีค่าครูเหมือนกัน ไม่มีค่าป่วยการ

    บรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งหลายท่านก็ไม่บังคับว่าใครจะมาหรือไม่มา มาแล้วจะนำของอะไรมา หรืือไม่นำมาท่านไม่บังคับ สิ่งของสิ่งใดจำเป็นในการไหว้ครู ท่านจะนำทำของท่านเสร็จครบถ้วนบริบูรณ์ ถือว่าเป็นกิจของท่าน ถ้าบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งหลายจะร่วมในการไหว้ครูก็เป็นสิทธิของศิษย์ที่มีคารวะในครูบาอาจารย์

    ที่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=605

    -ท่าน.jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  10. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
  11. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ขอเชิญทุกท่านร่วมงานทำบุญพิธีสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล ครบ ๘๐ ปี พระมหาสิงห์ วิสุทฺโธ
    ณ วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน
    ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รับเป็นประธานจัดงานถวายตุ๊พ่อมหาสิงห์ครับ
    (ตุ๊พ่อมหาสิงห์มาสงเคราะห์ลูกหลานวัดท่าขนุนหลายวาระ ดังนั้นงานนี้เราไปแสดงมุทิตาจิตที่วัดตุ๊พ่อมหาสิงห์บ้างครับ)

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  12. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    พวกเราต้องทบทวนตัวเราเองดูว่า เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ?
    ในเมื่อเราเองตั้งใจปฏิบัติอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
    เราเคยทุ่มเทชนิดตายเป็นตายบ้างหรือไม่ ?
    ………………………..
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  13. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ยันต์เกราะเพชร

    หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์บูรพาจารย์ของหลวงพ่อ เป็นต้นตำรับการเป่ายันต์เกราะเพชร หลวงพ่อเมตตาเล่าว่า งานเป่ายันต์แต่ละครั้ง เรือแพแน่นขนัดไปทั้งแม่น้ำ เดินข้ามไปอีกฝั่งได้สบาย ๆ ผู้คนหลั่งไหลกันมามืดฟ้ามัวดิน หุงข้าวพร้อมกันทีละแปดกระทะ ตั้งแต่เช้ายันเย็นยังไม่พอเลี้ยงคนเลย…!

    ยันต์เกราะเพชรนี้ หลวงปู่ปานศึกษาจากตำราพระร่วง โดยตัดมาจากส่วนหนึ่งของธงมหาพิชัยสงคราม เป็นการนำเอาพุทธคุณบทต้นมาเขียนเป็นตัวขอม อ่านตามขวางว่า

    อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา
    ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง
    ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
    โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ
    ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
    คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ
    วา โธ โน อะ มะ มะ วา
    อะ วิ สุ นุต สา นุส ติ

    บางคนเรียกว่าคาถาอิติปิโสแปดทิศ เขียนแล้วชักสูตรจะออกมาเป็นยันต์เกราะเพชร

    วันเป่ายันต์ เป่าได้เฉพาะวันเสาร์ห้า คือ ต้องตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนใดก็ได้ ผู้รับยันต์ต้องมีธูปเทียน ๑ ชุด เป็นเครื่องบูชาพระ ถ้าเป็นหญิงมีครรภ์ ต้องจัดธูปเทียนเผื่อลูกในท้องอีก ๑ ชุด ธูปเทียนนี้ไม่ต้องจุด เมื่อเสร็จพิธีแล้ว นำกลับบ้านได้ ใช้สำหรับไล่ผีชะงัดนัก เอาธูปเทียนจี้เข้า ผีเผ่นกระเจิง…!

    การเป่ายันต์ไม่ได้เป่าทีละคน หากแต่เป่าทีละเต็มศาลา กี่หมื่นกี่แสนคนก็เป่าพร้อมกันทีเดียว “พระ” ท่านบอกว่า เป่าทีเดียวทั่วจักรวาล จะอยู่มุมไหนของโลกก็ตาม ถ้าตั้งใจรับด้วยความเคารพ ก็มีผลเช่นเดียวกับคนที่มาเข้าพิธีด้วยตัวเอง…

    หลวงพ่อจะให้ผู้รับยันต์ สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน แล้วดูภาพยันต์ที่ตั้งไว้ในพิธี ตั้งใจจำภาพยันต์ไว้ในใจ แล้วหลับตาภาวนาว่า พุทโธ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าหลวงพ่อจะบอกว่าเสร็จพิธี…

    ยันต์เกราะเพชรคือพุทธานุภาพ ขณะที่เราหลับตาภาวนา พระพุทธเจ้าจะเปล่งฉัพพรรณรังสีลงมา ครอบคลุมท่านที่ตั้งใจรับยันต์ หลวงพ่อท่านจะคอยดูอยู่ พอพระท่านบอกว่าเต็มแล้ว หลวงพ่อก็จะบอกให้เลิกภาวนา…

    เมื่อยันต์เกราะเพชรเริ่มจับตัว ผู้รับจะมีอาการต่าง ๆ กัน เช่นร้อนหู ร้อนหน้า ขนลุกขนชัน หนักศีรษะ หรือ คันยุบยิบเหมือนมีตัวไรไต่ บางคนจับไข้ไปเลย อาการเหล่านี้จะทรงอยู่ไม่เกิน ๒-๓ วัน พอยันต์เข้าตัวหมดก็หายไปเอง…

    ผู้ที่ถูกไสยศาสตร์มา ไม่ว่าจะเป็นคุณผี-คุณคน หรืออะไรก็ตาม เมื่อเริ่มทำการเป่ายันต์ ท้าวจาตุมหาราชและบริวารจะช่วยขับของเหล่านั้นออกให้ คนที่โดนของมาจะทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องปล่อยให้สงบไปเอง เลิกดิ้นเลิกร้องเมื่อไร แปลว่าของอาถรรพ์สลายตัวหมดแล้ว…!

    การเป่ายันต์เกราะเพชรเป็นการปลุกเสกวัตถุมงคลไปในตัวด้วย ใครมีวัตถุมงคลไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ผ้ายันต์ ตะกรุด หรือ เครื่องรางใด ๆ ก็ตาม เวลาเข้าพิธีให้วางไว้บนตักตัวเอง เสร็จพิธีเป่ายันต์ก็นำไปใช้ได้เลย…

    การรักษายันต์เกราะเพชรให้อยู่กับตัว ผู้รับยันต์ไปต้องมีศีล ๕ บริสุทธิ์ หรืออย่างน้อย ต้องมีศีล ๒ ข้อ คือห้ามกินเหล้า และห้ามลักขโมย ตอนเช้าต้องสวดมนต์ไว้พระ นึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาราธนาบารมีของท่าน ลงมาเป็นเกราะเพชรคลุมกายเรา ภาวนา “พุทโธ” ให้ใจสบาย แล้วกลืนน้ำลาย ๓ ครั้ง ถ้าทำแบบนี้ได้ทุกวัน อานุภาพของยันต์เกราะเพชร จะคุ้มครองรักษาให้ท่านมีความปลอดภัยทุกประการ…

    ผู้ที่รับยันต์ไปแล้ว ถ้ารักษาไว้ได้จะมีอานุภาพดังนี้
    ๑. จะไม่ตายโหงอย่างเด็ดขาด
    ๒. จะไม่ตายด้วยพิษสัตว์ทุกชนิด
    ๓. ปลอดภัยจากไสยศาสตร์ทุกชนิด
    ๔. ไสยศาสตร์ทุกประเภท จะสะท้อนกลับไปเอง

    ผู้รับยันต์ไปเป็นผู้ใหญ่ ถ้ารักษาไว้ด้วยดี เมื่อตายแล้วเผาจะมียันต์ติดอยู่ที่กระดูก สำหรับเด็กในท้อง ถ้าเป็นลูกชายคนหัวปี เมื่อคลอดออกมาจะมียันต์ติดอยู่ตามตัว เป็นลวดลายต่าง ๆ กันไป… ลูกศิษย์หลวงพ่อหลายคน เมื่อตายแล้วเผา มียันต์ติดที่กระดูก บางคนกระดูกกลายเป็นพระธาตุไปเลย เด็กที่เกิดมามียันต์เกราะเพชรติดตัวเป็นจำนวนมาก บางคนลายเป็นแตงไทย บางคนหูดำทั้งสองข้าง บางคนเป็นยันต์เกราะเพชรอย่างชัดเจน…

    รายหนึ่งอยู่ลพบุรี ผู้เป็นแม่รับยันต์ไปแล้ว ตั้งใจรักษาศีล ๘ อย่างเคร่งครัด ลูกเกิดมามียันต์เป็นสีแดง และปรากฏขึ้นทุกวันพระ อีกรายมียันต์ติดกระหม่อมเป็นรูปกงจักร ซึ่งลวดลายยันต์เหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อไปอยู่ที่กระดูกจนหมด คุณแม่รายหนึ่งเกรงว่าลูกจะเสียโฉม ให้หมอตำแยเอาเหล้าพ่นพรวดเดียว ยันต์หายวับไปเลย…!

    หลวงพ่อเริ่มเป่ายันต์อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ที่ ศาลาพระพินิจอักษร คนมารับยันต์หลายพันคน ต้องทำพิธีเป่าอยู่หลายรอบ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๖ ที่ ศาลา ๒ ไร่ ผู้คนแห่กันมาหลายหมื่นคน ศาลา ๒ ไร่ ที่ยังไม่เสร็จดี ต้องเปิดรับคนจนล้นหลายรอบเช่นกัน…

    พอเป่ายันต์ครั้งที่ ๓ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๒๗ ศาลาสองไร่พัง…! ผู้คนแทบจะเหยียบกันตาย มากันเป็นแสน ๆ คน ข้าวที่เคยหุงเลี้ยงคนครั้งที่แล้ว ๒๒ กระสอบ ครั้งนี้แค่ช่วงเช้าหมดไปแล้วเกือบ ๓๐ กระสอบ…!

    มาถึงปัจจุบันนี้ หลวงพ่อทำการเป่ายันต์ไปแล้ว ๑๓ ครั้ง แต่ละครั้งผู้คนมากขึ้นทุกที ขนาดใช้ศาลา ๑๒ ไร่ ยังต้องเป่าถึง ๓ รอบ ผู้ที่โดนไสยศาสตร์มาดิ้นกันศาลาแทบพัง คนที่มาเข้าพิธีเห็นเข้าก็ช่วยบอกกันต่อ ๆ ไป คนเลยหลั่งไหลกันมามืดฟ้ามัวดิน…!

    อาตมาเข้ารับยันต์เกราะเพชรครั้งแรก เกิดไข้จับไปเกือบสามวัน ครั้งที่สองขนลุกเป็นตุ่มพราวไปทั้งตัว เป็นอยู่หลายชั่วโมงจนรู้สึกเจ็บ ครั้งต่อ ๆ มาคงจะอยู่ตัวแล้วจึงไม่รู้สึกอะไร ช่วยจำหน่ายวัตถุมงคลของหลวงพ่ออย่างสบายอกสบายใจ…

    อานุภาพยันต์เกราะเพชรที่พบมา คือ โยมแม่ของอาตมามารับยันต์ไปแล้ว โดนรถชนจนกระดูกหักไปทั้งแถบ ร่างกายยุบไปซีกหนึ่ง นอนห้องไอซียูอยู่ ๑๘ วัน อาตมาถวายสังฆทานให้ล่วงหน้า เพราะคิดว่าตายแน่ ๆ แม้แต่หมอก็คาดเช่นนั้น… แต่หลวงพ่อท่านยืนยันว่า คนรับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ไม่ตายโหงอย่างแน่นอน และก็เป็นความจริง หลังจากออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวอยู่กับบ้าน และไปให้หมอตรวจประจำทุกอาทิตย์ สามปีให้หลังโยมแม่ก็หายเป็นปกติ แข็งแรงดีทุกประการ…

    อีกรายคือจารุณี สุขสวัสดิ์ ดารายอดนิยมแห่งยุค รับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ไปรถคว่ำหลังหัก แต่ก็รักษาหายเป็นปกติเช่นกัน แสดงว่าผู้รับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ถ้ารักษาเอาไว้ได้ รับรองว่าไม่ตายโหงอย่างแน่นอน…

    ส่วนอาตมาเอง โดนงูพิษกัด เพราะไปจับมันเล่น พิษวิ่งขึ้นมาแค่ข้อศอกแล้วกลับลงไปที่ปากแผล ขึ้นลงอยู่ ๓-๔ วาระก็สูญสลายไปเอง อานุภาพยันต์เกราะเพชรป้องกันพิษสัตว์ได้จริง…!

    ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=355

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  14. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    วิธีการเป่ายันต์เกราะเพชร

    การรับยันต์เกราะเพชรหรือการเป่ายันต์เกราะเพชรนั้น ไม่ใช่เป่าทีละคน แต่ว่าเป่าทีละศาลา จะกี่ร้อยกี่พันคนก็สามารถรับยันต์พร้อม ๆ กันได้ จะอยู่มุมไหนของโลกก็สามารถรับยันต์ได้ เพราะเป็นบารมีพระพุทธเจ้าท่านสงเคราะห์ การจัดพิธีกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะวันที่เป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเท่านั้น และต้องเป็นคำสั่งครูบาอาจารย์หรือพระท่านสั่งเท่านั้นถึงจะทำได้

    ปัจจุบันอาตมาเจอหลายสำนักบอกว่าสืบสายมาจากหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ศึกษาวิชามาจากหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค แต่ว่าเป่ายันต์เกราะเพชรทั้งวันเสาร์วันอาทิตย์บ้าง เป่ายันต์ได้ทุกวันบ้าง เป่าได้ทุกเวลาที่ญาติโยมไปหาบ้าง ซึ่งประเภทนั้นเขาเก่งเกินไป อาตมาสู้ไม่ได้ เพราะอาตมาจะทำได้ก็เฉพาะที่ครูบาอาจารย์ท่านสั่งเท่านั้น

    การครอบครูในสมัยที่อยู่กับหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสั่งเอาไว้ชัดเจนว่า “การเป่ายันต์เกราะเพชร อันดับแรก ต้องมีทิพจักขุญาณแจ่มใส ติดต่อกับพระท่านได้โดยตรง เมื่อพระท่านสั่งให้ทำอย่างไรให้ปฏิบัติตามเช่นนั้น ข้อที่ ๒ อย่าใช้กำลังสมาธิสมาบัติของตนเองเป็นอันขาด เพราะกำลังของเราไม่สามารถทำได้ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของพระท่าน ข้อที่ ๓ อยู่ที่วัดไหนให้ทำเฉพาะวัดนั้น ไม่ใช่ใครเขาจ้างก็เดินสายไปรับจ้างเป่ายันต์ให้ ถ้าทำอย่างนั้นท่านใช้คำว่า “เป่าไม่ติด” ก็คือไม่เกิดผล ประการสุดท้ายก็คือ การเป่ายันต์เกราะเพชรต้องเป็นไปเพื่อสงเคราะห์คนหมู่มากเท่านั้น เพราะว่าการเป่ายันต์เกราะเพชรถือเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่ง”

    ท่านที่รับยันต์เกราะเพชรไปในปีนั้น จากเคราะห์หนักก็จะเป็นเบา จากเบาก็จะเป็นหาย บางท่านอาจจะต้องถึงแก่ชีวิตก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ท่านจำเป็นจะต้องสังวรระวังเอาไว้เอง ไม่ใช่ว่ารับยันต์ไปแล้วก็ประมาท ไม่มีการป้องกันรักษาใด ๆ เลย

    ที่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5115

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  15. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก พุทธศักราช ๒๕๕๙ วันซึ่งถ้าว่าตามสายครูบาอาจารย์ตั้งแต่หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ลงมา ท่านจะใช้วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เป็นวันบวงสรวงเพื่อไหว้ครูประจำปี ถ้าหากว่าปีไหนไม่มีวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ ให้บวงสรวงไหว้ครูประจำปีในวันวิสาขบูชา ถ้าไม่มีวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำและวิสาขบูชาติดงานสำคัญจริง ๆ ให้บวงสรวงไหว้ครูในวันมาฆบูชา แล้วในงานบวงสรวงไหว้ครูนั้น ก็มักจะมีการพุทธาภิเษกอยู่เสมอ เนื่องเพราะว่าวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำนั้น โบราณเรียกว่า วันเสาร์ห้า ถ้าหากว่าเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๕ ท่านเรียกว่า เสาร์ห้า “กระทิงวัน” คือตรงกันทั้งวันและเดือน ถ้าหากว่าเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๕ ปีมะโรง ท่านเรียกว่าเสาร์ห้า “ตรีวัน” คือตรงกันทั้งวันทั้งเดือนและปี ก็ถือว่าเป็นวันที่เป็นมงคลเข้มขลังยิ่ง ๆ ขึ้นไป

    ดังนั้น…วันเสาร์ห้านั้น ขอให้เป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ จะเดือนใดก็ได้ ตามสายครูบาอาจารย์ก็จะใช้เป็นวันไหว้ครูประจำปี ในวันนี้ที่ท่านทั้งหลายมาร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ก็ถือว่าเรามาไหว้ครูบาอาจารย์ของเราทั้งหมด ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมา

    การบวงสรวงครั้งนี้เป็นการไหว้ครูประจำปีตามสายกรรมฐานของเรา ตั้งแต่ที่อาตมาพอจะสืบความได้ ยุคหลวงปู่ปาน วัดบางนมโคก็ดี ยุคหลวงพ่อฤๅษีวัดท่าซุงก็ดี ท่านใช้วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเป็นวันไหว้ครูตามสายกรรมฐาน ถ้าหากวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำติดภารกิจใด ๆ ก็ตาม ให้ไหว้ครูในวันวิสาขบูชา ถ้าวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำและวันวิสาขบูชาติดภารกิจ ให้จัดงานไหว้ครูในวันมาฆบูชา นอกเหนือจาก ๓ วันนี้แล้ว ห้ามทำการไหว้ครูในวันอื่น ๆ

    ที่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5115

    -ขึ.jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  16. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    ธูปเทียนที่ใช้รับยันต์เกราะเพชร ใช้แทนมีดหมอได้

    ธูปเทียนที่ใช้ในการรับยันต์เกราะเพชร ญาติโยมเอาไปบูชาที่บ้านได้เผื่อมีอะไรจะต้องบนพระบนเทวดา จุดธูปเทียนในการเป่ายันต์ฯ ก็จะสามารถที่จะสื่อกันได้ง่ายกว่าปกติ ส่วนท่านใดที่ไปเจอผีเจ้าเข้าสิงที่ไหน ให้นำธูปเทียนในงานเป่ายันต์ฯ จี้ใส่ว่าคาถา นะโมพุทธายะ ผีจะทนอยู่ไม่ได้ ต้องออกไปก่อน ก็แปลว่าธูปเทียนในงานเป่ายันต์ฯ มีอานุภาพคล้ายกับมีดหมอนั่นเอง

    ที่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5115

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  17. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    พบกันพรุ่งนี้นะครับ

    ขอเชิญทุกท่านร่วมงานทำบุญพิธีสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล ครบ ๘๐ ปี พระมหาสิงห์ วิสุทฺโธ
    ณ วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน
    ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รับเป็นประธานจัดงานถวายตุ๊พ่อมหาสิงห์ครับ
    (ตุ๊พ่อมหาสิงห์มาสงเคราะห์ลูกหลานวัดท่าขนุนหลายวาระ ดังนั้นงานนี้เราไปแสดงมุทิตาจิตที่วัดตุ๊พ่อมหาสิงห์บ้างครับ)

    .jpg
    1503967383_312_พบกันพรุ่งนี้นะครับ.jpg
    1503967384_380_พบกันพรุ่งนี้นะครับ.jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  18. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    เมื่อคนเราเกิดมามีปัญญา รู้ว่าอะไรไม่ควร อะไรดีไม่ดี
    ก็ต้องเลือกทำแต่สิ่งที่ดี ละเว้นในสิ่งที่ชั่ว
    …………
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  19. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    .jpg

    ถ่ายทอดสดงานทำบุญพิธีสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล ครบ ๘๐ ปี พระมหาสิงห์ วิสุทฺโธ วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๐
    ที่มา วัดท่าขนุน
     
  20. ศิษย์วัดท่าขนุน

    ศิษย์วัดท่าขนุน สมาชิก ทีมงาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    993
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +371
    เงื่อนไขในการรักษายันต์เกราะเพชร

    การเป่ายันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปานท่านบอกว่าเป็น ตำราพระร่วง สำหรับยันต์เกราะเพชรนั้นก็ได้จาก บท อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

    ถ้าอ่านลงตามแบบหนังสือจีน คือ อ่านตามขวาง ก็ได้ใจความว่า อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ชักสูตรเป็นตาข่าย

    เวลาจะเป่ายันต์เกราะเพชร ท่านก็เขียนใส่กระดานดำ เมื่อท่านเขียนแล้ว ก็ให้คนที่จะมารับยันต์เกราะเพชร จุดธูปเทียนบูชารับศีลแล้วก็ภาวนา ว่า “พุท” หายใจเข้า “โธ” หายใจออก

    ถ้ามีลูกอยู่ในท้อง ก็ให้จุดธูปแทนลูกในท้อง ๑ ดอก เวลาคลอดบุตรออกมา ก็จะมียันต์ทั่วทั้งตัว แล้วภายในเวลา ๗ วัน ยันต์ก็จะหายเข้าไปในตัว

    สำหรับผู้ใหญ่นั้น ย่อมไม่เห็นยันต์ ถ้าใครรักษาไว้ด้วยดี เมื่อเวลาตายเขาเอาไปเผา จะเห็นมีรูปยันต์ที่กระดูก

    ยันต์เกราะเพชรของหลวงพ่อปานนี้ ท่านกล่าวว่าท่านได้มาจาก ยอดธงมหาพิชัยสงคราม เป็นธงออกศึก ท่านตัดเศียรเอามาโดยเฉพาะ แบ่งจากยอดธง คือ ธงนั้นมียันต์มาก ทีนี้เอายันต์หนึ่งในยอดธงมหาพิชัยสงคราม ท่านให้ชื่อว่า ยันต์เกราะเพชร

    เวลาที่ท่านจะเป่าให้ ท่านอธิบายว่า ของท่านไม่รับรองเรื่องคงกระพันชาตรี รับรองแต่เพียงว่า ใครรับยันต์เกราะเพชรแล้ว
    ๑. จะไม่ตายโหง
    ๒. จะไม่ถูกคุณผี คุณคน จะป้องกันสรรพอันตรายที่บุคคลทั้งหลายทำมาด้วยวิชาการต่าง ๆ
    ๓. จะไม่ตายด้วยพิษของสัตว์พิษ อย่างนี้เป็นต้น

    และบุคคลทั้งหลาย ถ้าได้รับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ถ้าบูชาไว้ด้วยดี ใครก็ตามจะกลั่นแกล้งบุคคลที่ได้รับยันต์เกราะเพชรไปแล้ว ท่านห้ามไม่ให้โกรธตอบ ให้ทำเฉยแล้วบุคคลนั้นจะได้รับผลกรรมที่ตัวทำนั้น หมายความว่า เราไม่ต้องทำตอบ เมื่อเขาแกล้งเราด้วยวิธีใด ก็วิธีนั้นแหละจะลงโทษเขา ถ้าเขาคิดจะฆ่าเรา เขาก็ตายเอง ถ้าเขาจะกลั่นแกล้งเราให้ย่อยยับ เขาก็ย่อยยับเอง ถ้าเขาจะทำให้เราลำบาก เขาก็ลำบากเอง อันนี้เป็นวิธีการอันหนึ่งที่ไม่ใช่ทำให้เขาลำบาก ถ้าเขาทำ ผลนั้นเขาจะพึงได้รับเอง เราไม่บาป

    แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า
    ๑. ห้ามดื่มสุราเมรัยเด็ดขาด
    ๒. ห้ามทุจริตโดยการลักขโมย ฉ้อโกง อย่างนี้เป็นต้น

    ถ้าใครประพฤติปฏิบัติในศีล ๒ ประการได้ ยันต์เกราะเพชรก็จะคุ้มครองบุคคลผู้นั้น ถ้าใครรักษาศีลไม่ได้ ยันต์เกราะเพชรจะไม่คุ้มครอง อันนี้เป็นความจริง

    ที่่มา http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=605

    .jpg

    ที่มา วัดท่าขนุน
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...