เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    1f337.png 1f337.png ทำบุญด้วยเงินน้อยๆ 1f337.png 1f337.png
    หลวงพ่อครับ..การทำบุญวิหารทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยร่วมบุญกุศลไปกับ “วิหารแก้ว๑๐๐ เมตร” ของวัดท่าซุง ที่กระผมสงสัยก็คือว่าอย่างนี้ครับ ทำน้อยเกินไปไม่ถึงหมื่นบาท คนอื่นเขาทำเป็นแสนๆแสดงว่าอนิสงส์ที่ผมได้ก็คงน้อยลงกว่าเขามากใหมครับ ผมเสียใจอยากจะทำต่อไปอีก แต่ว่าการเงินไม่สะดวกเลยครับ
    หลวงพ่อ…เอางี้ก็แล้วกัน ตายไปก็มีวิมานแก้วเหมือนกัน แต่หลังเล็กหน่อย
    หลวงพ่อเจ้าค่ะ…ลูกเป็นคนจนมีเงินน้อยอยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดีค่ะ? มีเงินน้อยหรือ มีถึงบาทใหม? คง๔-๕บาทครับ
    หลวงพ่อ…โอ…มากนี่ไม่ไช่น้อย คืออนิสงส์จริงๆต้องทำบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้ สมมุติว่าเรามีเงินอยุ่๑๐ บาทใช่ใหม จะไปมาทีนี่เสียค่ารถ๖ บาท กินก๋วยเตี๋ยวอีก๓ บาท ได้ครึ่งชามแล้ว หมดไป๙ บาท เหลือ๑ บาท ทำสังฆทานและวิหารทาน เขียนที่หน้าซองเลยว่า เงินนี้ถวายสังฆทานและวิหารทาน อันนี้อนิสงส์มากเหลือเกิน ถ้าจะให้ดีถวายเป็นสังฆทาน วิหารทานและธรรมทานด้วย อนิสงส์นับไม่ถ้วน อันนี้ได้ จำนวนเงินเขาไม่จำกัด เขาจำกัดกำลังใจ ถ้ากำลังใจมุ่นในด้านความดีนะ
    คำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    จากหนังสือ ทุกคนอยากรู้ หน้าที่๗๘

    23167729_1296315210480219_6319755371108451833_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ทำไมต้องเจริญกรรมฐาน

    ทำไมเราจึงต้องเจริญกรรมฐาน เป็นเพราะอะไร ในเมื่อการทำบุญทำทาน ไปสวรรค์ก็ได้ ไปพรหมโลกก็ได้ ไปนิพพานก็ได้ จะมานั่งเมื่อยกันเพื่อประโยชน์อะไร ถ้าเขาถามแบบนี้จะตอบว่ายังไง ต้องตอบว่า อยากทำจ้ะ หมดเรื่องหมดราว

    ความจริงการเจริญพระกรรมฐานมีอานุภาพมาก แต่ขอเว้นไว้ก่อน การทำบุญทุกอย่างก็มีผล ตัวอย่าง สุปติฏฐิตะเทพบุตร เขาไม่เคยทำบุญเลยใช่ไหม ตั้งแต่เกิดมาทำบาปอย่างเดียว ทำลายทั้งศีลทั้งธรรม ศีลก็ทำลายหมดทุกข้อ เรียบร้อยนะ ธรรมะก็ทำลาย

    อย่างคนที่จะฟังเทศน์หรือสนทนาเรื่องธรรมะแกก็แกล้งส่งเสียงกลบ เขาจะไปทำบุญเห็นแล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็น ได้ยินแล้วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาดื่มสุราเมรัยทุกอย่าง เรียกว่าศีลทั้งหมดไม่มี ความดีไม่มี ท่านไม่เคยให้

    แต่ว่าพอก่อนจะตายบังเอิญทุกขเวทนามันมาก ก็มองดูภรรยา บุตรธิดา ข้าทาสหญิงชาย ทรัพย์สิน เพราะเป็นคนรวย ก็คิดในใจว่าทุกคนสงสารเรา แต่ว่าไม่มีใครเลยที่แบ่งภาระของเราไปได้ ทุกขเวทนาตกอยู่ที่เราคนเดียว

    เวลานั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ใกล้ ๆ เคยไปเคยมาบ่อย ๆ อยู่แถวนั้นนะ แต่ว่าแกไม่เคยแม้แต่ยกมือไหว้ เทศน์ก็ไม่เคยฟัง ทานก็ไม่เคยให้ ไม่ยอมรับนับถือพระทั้งหมด ทุกอย่างไม่นับถือ ถือว่าตายแล้วสูญ

    แต่ว่าพอทุกขเวทนามันมากหนักเข้า ทนไม่ไหวจิตใจเลยนึกถึงพระพุทธเจ้า แต่การนึกถึงไม่ใช่นึกถึงให้มาช่วยให้ได้ธัมมะธัมโมอย่างนั้นนะ ตั้งใจเขาลือกันว่าพระสมณโคดมใจดีมีเมตตาจิต ขอให้มาช่วยให้หายทุกขเวทนา

    ขณะที่แกคิดอยู่อย่างนั้นก็บังเอิญตายพอดี อาศัยที่นึกถึงพระพุทธเจ้าหน่อยเดียว แต่แกก็ไม่ได้นึกถึงด้วยความเคารพนัก ต้องการแต่เพียงว่าท่านมีเมตตา ขอให้มารักษาโรคให้หาย อาศัยบุญเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ตายจากความเป็นคนไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีนางฟ้าหนึ่งพันเป็นบริวาร มีวิมานทองคำ

    แต่ความจริงแค่นี้ก็พอแล้วละมั้ง แต่ว่าอย่าลืมนะนั่นเป็นการบังเอิญ บังเอิญว่าเขานึกถึงพระพุทธเจ้าขึ้นมา ถ้าหากว่าถ้าเราจะปล่อยอย่างนั้นบ้าง ถ้าบังเอิญเวลาเราจะตายไม่นึกถึงพระพุทธเจ้าอย่างนั้น ก็ลงนรกไป

    จากหนังสือ ทางสายเอก หน้าที่ ๖๙ โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    23130911_1297890956989311_1462133775148123459_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    #อย่าไปนึกว่าคนในโลกเขาจะรักเราทุกคน #และก็จงอย่าไปคิดว่าคนในโลกเขาจะเกลียดเราทุกคน #จงถือว่ารักหรือเกลียดไม่มีความสำคัญ #ความสำคัญมีอยู่ว่าเราระมัดระวังใจของเราอย่าไปคบกับความชั่ว อย่ารับคำนินทาและก็อย่ารับคำสรรเสริญ ก็ให้ความดีนั้นตกอยู่กับเขา ใครเขานินทาว่าร้ายเรา ก็ปล่อยให้ความเลวนั้นตกอยู่กับเขาแต่ผู้เดียว

    โอวาทพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
    พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    ที่มาจากหนังสือคำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง ๕๘
    หน้า ๖๘

    23131678_1298375086940898_5397760279064776768_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 2 หน้า 11
    ทำสมาธิเวลาไหนดีที่สุด
    ถ้าถามว่า วันหนึ่งจะใช้เวลาไหนที่เหมาะที่สุด ก็ต้องตอบว่า เวลาไหนสบายที่สุดเวลานั้นเหมาะที่สุด ถูกไหม
    ในวันหนึ่งจะนั่งทำหลายครั้ง หลายสิบครั้งก็ได้ โดยที่ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิถ้าทำงานทำการไปด้วย ถ้าจิตมันว่างนิดหนึ่ง
    จับคำภาวนา หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ
    หรือภาวนาอย่างใดก็ได้ หรือจับลมหายใจเข้าออกเฉย ๆ ชั่วขณะ ๒-๓ ครั้ง ทำอย่างนี้เรื่อยๆ ไปโดยไม่ต้องกำหนดเวลา
    ถ้าหากทุกท่านที่เคยเจริญ มโนมยิทธิ มาแล้ว ถ้าทำอย่างนี้เป็นปกติ ทำแบบกระจุ๋มกระจิ๋มอย่างนี้เรื่อย ๆ ไป นั่งเฉย ๆ
    ก็ภาวนาไปบ้าง ให้จิตมันสบาย จิตไม่วุ่น ใครเขาคุยก็
    คุย เลิกคุยนึกขึ้นมาได้ก็ภาวนาไป ไม่ต้องนั่งหลับตา หรือว่านั่งรถนั่งเรือไปนึกขึ้นมาได้ก็ภาวนา เดินไปด้วยก็ภาวนาด้วย
    ตามสบายนิดๆ หน่อย ไม่ต้องมาก ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกคน
    กำลังของ มโนมยิทธิ จะใช้ได้ทุกเวลา ต้องการรู้อะไรเมื่อไร จะรู้ จะพบได้ทันที เป็นประโยชน์ใหญ่มาก ให้เข้าใจตามนี้นะ

    23244526_1299341773510896_4656056965614437294_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    มีพระคำข้าววัดท่าซุงกันมั่งยังเอ่ย..??
    อานุภาพพระมหาลาภคำข้าว
    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าคะ ตั้งแต่ได้ พระมหาลาภคำข้าว มารู้สึกดีไปเสียทุกด้าน เช่นชอบฝันว่า หลวงปู่ปาน เอาเหล็กไหลมาให้หลายครั้ง ๒. คิดอะไรก็คล่องแคล่วไปเกือบทุกอย่าง สิ่งอะไรที่ไม่เคยมุ่งหวังก็สำเร็จ
    สิ่งใดที่เกินความมุ่งหวังก็ได้ ที่จะเรียนถามก็คือ ลูกอยากจะให้ได้ผลเนี๊ยบ ไปยิ่งกว่านี้ จึงอยากได้วิธีพูด วิธีอาราธนา วิธีบูชา พระมหาลาภคำข้าว แบบฉบับที่ถูกต้องจากหลวงพ่อ เพื่อให้เกิดความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเจ้าค่ะ
    หลวงพ่อ : เอาแค่นั้นนะดีแล้ว แค่ที่ทำล่ะนะ ถ้าทำอย่างนี้มันเป็นโลภะ มันจะตัด เดี๊ยวจะเจ๊ง
    ผู้ถาม : แบบพระที่ปลุกเสกแล้วที่วัดท่าซุง จะเอาให้หลวงพ่อเสกใหม่ หลวงพ่อบอกว่าอะไรนะ
    หลวงพ่อ : ไม่เอา ก็เขาเสกเข้าไปแล้ว ถ้าเสกอีกทีก็ต้องเอาออก มันดีอยู่แล้ว ทำตามนั้น อย่าดิ้นรนมากเกินไป จิตฟุ้งซ่าน จิตฟุ้งซ่านเป็นโลภะด้วย เป็นอุทธัจจกุกกุจจะ เลยตัดความดี
    ผู้ถาม : กราบเท้านมัสการหลวงพ่อสุดที่รักและบูชาของลูกที่เคารพ ลูกไม่เคยรบกวนหลวงพ่อเลย แต่วันนี้หนักใจ ไม่ไหวจริง ๆ เจ้าค่ะ คือว่านับตั้งแต่ลูกได้รับหลวงพ่อมหาลาภคำข้าวไปแล้ว ปรากฏว่าได้อะไรแปลกๆที่ไม่คาดฝัน เช่น ๑. บริษัทคิดเงินเดือนเกินให้ ๕ เดือน
    หลวงพ่อ : โอ๊ย ! แหม..มันน่าจะคิดทุกเดือนแบบนี้นะ
    ผู้ถาม : ๒. วันนี้ยังไงก็ไม่ทราบให้เกินอีก ๓ พัน เลยลูกตัดสินใจมาถวายหลวงพ่อ ๑๐๐ บาท (ปู้โธ่ถัง)
    หลวงพ่อ : (หัวเราะ) ยังดี ได้เต็ม ๑๐๐ %
    ผู้ถาม : ที่จดหมายมานี้ไม่ใช่อะไรหรอกเจ้าค่ะ ๑. มากราบขอบคุณหลวงพ่อ ๒. ถ้าเลื่อนเมื่อไหร่ ให้พิเศษเมื่อไหร่ อาจจะมาถวายอีก ๕๐
    หลวงพ่อ : เดี๊ยว ! เลื่อนขึ้นหรือเลื่อนลง ถ้า ๕๐ ต้องเลื่อนลงนะ (หัวเราะ)
    ผู้ถาม : โอ..ยังงี้ก็เป็นอันยืนยันได้เลยว่า พระคำข้าว มีลาภจริง ๆ นะ แต่ว่าไม่เป็นไร ที่ท่านไม่ได้ก็คอย หลวงพ่อหางหมากนะ
    (จากหลวงพ่อตอบปัญหา ธัมมวิโมกข์ กันยายน 2543)

    23168016_1299380370173703_5771982968314805642_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    หลวงพ่อไปอินเดีย
    ภูเขาคิชฌกูฏ
    สำหรับ ภูเขาคิชฌกูฏ เป็นภูเขาประวัติศาสตร์ของทางพระพุทธศาสนา คิชฌกูฏนี้ก็เป็น เนิน ๆ หนึ่ง จะว่าเป็นภูเขาก็ไม่ชัด เป็นเขาต่ำ เป็นภูเขาที่พระเทวทัตคิดล้างผลาญพระพุทธเจ้า คือ กลิ้งหินให้ทับพระพุทธเจ้า ขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ที่เชิงเขา พ่อพูดตามอารมณ์ใจเมื่อเวลาคุยธรรมะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ขณะใดถ้าเราสั่งสนทนาธรรม ขณะนั้นจิตก็ว่างจากกิเลส” ถ้าจิตว่างจากกิเลส มันก็เกิดอารมณ์รู้ ก็สามารถจะรู้อะไรต่ออะไรได้ เวลานั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เชิงเขาคิมฌกูฎในยามเย็น องค์สมเด็จพระจอมไตรเสด็จประทับอยู่พระองค์เดียวบนก้อนหินก้อนหนึ่งหันหลังให้ภูเขาคิชฌกูฏ หันหน้าออกไปด้านหน้าแต่ไม่ได้หันตรงนัก เป็นเฉียง ๆ นิด ๆ หันหลังให้ภูเขาคิชฌกูฏ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก กางมือออกไปทิศใต้แล้วก็เฉียงไปตะวันตกนิด ๆ
    เวลานั้นเป็นโอกาสที่พระเทวทัตคิดจะล้างผลาญองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ จึงได้กลิ้งหินลูกใหญ่ มันเป็นทางเรียบ การกลิ้ง กลิ้งมาทางทิศใต้ การที่พระเทวทัตคิดจะทำร้ายองค์สมเด็จพระบรมครู อย่านึกว่าพระพุทธเจ้าท่านไม่ทราบ แต่ว่าถ้าถามว่าเมื่อทราบแล้ว มานั่งให้พระเทวทัตทำร้ายเพราะอะไร ก็จะต้องตอบว่า จะนั่งตรงไหนก็ตาม วันนั้นพระเทวทัตก็ต้องหาทางทำร้ายพระพุทธเจ้าให้ได้ เพราะว่าเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ภูเขาคิชฌกูฏ หรือประทับที่ไหนก็ตาม จะต้องประทับเดี่ยว บรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายอยู่เหมือนกัน แต่ก็อยู่ไกลออกไป แต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก ไม่ต้องอยู่เวรอยู่ยามกัน จะมีบ้างก็ได้แก่ พระอานนท์เป็นพุทธอุปัฏฐาก ถ้าเวลาพระพุทธเจ้า
    เสด็จทรงพระสำราญ พระอานนท์ก็จะหลีกไปให้ห่าง จะเข้ามาใกล้ ๆ ต่อเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรียก
    เป็นอันว่าขณะที่พระองค์กำลังนั่งดูอากาศ ดูทิวทัศน์ ดูบรรดาประชาชนที่เดินไปเดินมา แล้วก็มีพระมหากรุณาธิคุณคิดว่า โอหนอ บรรดาประชาชนเหล่านี้ที่เดินไปเดินมา ที่ยังมีความประมาทอยู่มาก องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ใคร่ครวญคิดจะหาทางใดหนอ ที่จะสงเคราะห์เขาให้มีความเข้าใจว่า โลภะ ความโลภ ราคะความรัก โทสะ ความโกรธ โมหะความหลง มันเป็นภัยใหญ่ การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันเป็นทุกข์ ทำอย่างไรเขาจึงจะมีความสุข พระองค์ทรงใคร่ครวญ เป็นวิสัยของพระพุทธเจ้า
    ในขณะนั้นเองลูกรัก เป็นโอกาสของพระเทวทัตขยับก้อนหินใหญ่ให้กลิ้งลงมา มันเป็นทางเฉพาะ เป็นทางจำกัดที่จะต้องมาชนพระพุทธเจ้าจนได้ แต่ทว่าอาศัยบารมีขององค์สมเด็จพระจอมไตร บรรดาพรหม และเทวดาทั้งหลายบันดาลให้กินก้อนโตกว่าบังไว้ หินก้อนนั้นมากระทบหินก้อนใหญ่กว่าซึ่งแข็งกว่า ด้วยอำนาจของเทวดา กินก้อนนั้นก็แตกกระจัดกระจาย สะเก็ดก้อนเล็ก ๆ ไม่เท่ากำปั้น กระเด็นมาถูกพระบาทขององค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ ถึงกับห้อพระโลหิต
    แต่ว่าองค์สมเด็จพระธรรมสามิสจะได้ทรงกริ้วโกรธก็หาไม่ เป็นอันว่าหินที่พระเทวทัต กลิ้งลงมาได้กระจายไป หมดไปแล้ว หินที่ขึ้นมาขวางไม่ให้องค์สมเด็จพระประทีปแก้วมีอันตราย เวลานี้ยังคงมีอยู่เป็นหินก้อนใหญ่แต่ก็ไม่โตมากนัก แต่ก็มีกำลังขวางพอ เวลานี้เป็นหินที่สูงขึ้นมาไม่มาก เพราะดินมันงอกขึ้นมา ภูเขาคิชฌกูฏ เป็นเขาประวัติศาสตร์ที่องค์สมเด็จพระบรมโลกนาถเสด็จประทับเพื่อแสดงพระธรรมเทศนา และท่านพระมหาโมคคัลลาน์เคยพบเปรตต่าง ๆ ที่เขตเขาคิชฌกูฏ
    จากหนังสือ เรื่องจริงอิงนิทาน ( พิเศษ )

    23172628_1300229026755504_8761396551819912705_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    เรื่อง อานิสงส์อุทิศดวงตาและอุทิศศพ

    ผู้ถาม :- “ถ้าเราจะไม่เกิดอีกแล้ว และเราอุทิศดวงตาให้สภากาชาด แต่ถ้าบางทีเราไม่ถึงซึ่งพระนิพพานและเราต้องมาเกิดอีก อยากทราบว่า ตาเราจะบอดหรือไม่ครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “บอดแน่ ๆ เลย เสร็จ..ไม่มีตาดูน่ะซิ”

    ผู้ถาม :- “ก็นั่นนะซิครับ กลัวจังเลยว่าจะไม่มีตาดู”

    หลวงพ่อ :- “ต้องตอบว่า ตาจะแจ่มใสดีกว่าตาเดิม เพราะอานิสงส์อุทิศลูกตาเป็นทาน ไม่ใช่ตาบอดนะ”

    ผู้ถาม :- “ลูกเคยตั้งใจไว้ว่า การบริจาคดวงตาและร่างกายเมื่อหลังจากตายแล้ว จะได้ประโยชน์ หลวงพ่อว่าดีไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “บุญน้อยไปให้เมื่อตายแล้ว ต้องให้เมื่อเป็น”

    ผู้ถาม :- “ก็ตาบอดซิคะ”

    หลวงพ่อ :- “ใส่ตาใหม่ ใส่ตาแก้วมันสวยกว่าตาเก่า ตาใสแจ๋วแต่มองอะไรไม่เห็น อย่างพระพุทธเจ้าสมัยเมื่อเป็นพระเวสสันดรไงล่ะ เขามาขอของภายนอกก็คิดว่า ทำไมไม่ขอดวงหทัย…ทำไมไม่ขอดวงตา…ทำไมไม่ขอแขนซ้ายแขนขวา…ถ้าขอดวงตาเราจะควักให้ ขอแขนซ้ายจะตัดให้ ขอแขนขวาจะตัดให้ เป็นต้น

    แต่ว่าการตั้งใจแบบนั้นก็เป็นกุศลนะ กุศลย่อมเกิดตั้งแต่เริ่มคิด ตัดสินใจว่าจะให้ เวลาตายไปแล้วก็ได้บุญแน่ แต่สงสัยซิ…ไปเกิดใหม่ตาจะโบ๋ เพราะมีคนสงสัยหลายคนมาถาม”

    ผู้ถาม :- “แล้วจริง ๆ โบ๋ไหมครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ไม่โบ๋ เพราะไปเกิดใหม่ ไม่ได้เอาตาดวงเก่าไปด้วย กายเก่าไม่ได้ไป เกิดใหม่ก็อาศัยบุญใหม่ การเกิดนี่ต้องมีบุญนะ คนไม่มีบุญเลยเกิดเป็นมนุษย์ไม่ได้ ต้องมีบุญช่วยให้เกิด แต่ว่าต้องสร้างกายใหม่ ไม่ใช่กายเก่า

    แต่ว่าตามหลักของการปฏิบัติท่านบอกว่า ถ้าคนเจริญสมาธิจิตอยู่ คือทรงสมาธิเวลาตาย ถ้าจิตออกทางตา ตาทิพย์ จิตออกทางหู หูทิพย์ จิตออกทางปาก ปากทิพย์ จิตออกทางจมูก จมูกทิพย์ ถ้าจิตออกมือ มือทิพย์ ออกทางหน้าท้อง ถ้าท้องทิพย์ละแย่เลย”

    ผู้ถาม :- “ทำไมหรือครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “เลี้ยงไม่อิ่มนะซิ”

    ผู้ถาม :- “อ๋อ…” (หัวเราะ)

    หลวงพ่อ :- “คำว่า “ทิพย์” หมายความว่าเกิดประโยชน์แก่สายนั้น ตาดี อาจจะได้ทิพจักขุญาณ หรือว่าเป็นคนที่มีหูดีไวเป็นพิเศษ แก่เฒ่ามากแล้วคนอื่นเขาหูตึง เราก็ไม่ตึงไม่พร่า ปากดี พูดแล้วคนอื่นชอบฟัง เกิดประโยชน์จากปาก อย่างนี้เป็นต้น”

    ผู้ถาม :- “แล้วที่บอกว่ากายทิพย์ออกจากร่าง ความจริงออกทางไหนครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ที่เขาฝึกเอากายออกไปใช่ไหม…?”

    ผู้ถาม :- “ครับ

    หลวงพ่อ :- “ไม่ต้องหาช่องละนั่นไปเลย เวลาออกแบบนั้น ก็เหมือนกับเข้านั่นแหละ เข้าไม่เลือกช่อง ออกก็ไม่เลือกช่อง เพราะเป็นนามธรรม อย่างกลางคืนเรานอนอยู่ห้องแคบ ๆ ถ้าผีมาหรือเทวดามาตั้งพัน เราก็เห็นได้ แต่ไม่มีห้องกั้น เพราะว่าสภาพเป็นทิพย์”

    ผู้ถาม :- “ทีนี้ก็มีคนคนหนึ่งได้ทำพินัยกรรมไว้ว่า ถ้าตายแล้ว ขออุทิศศพให้โรงพยาบาล ทีนี้ลูกหลานก็ไม่สบายใจ เพราะถ้าอุทิศให้โรงพยาบาลแล้ว กลัวพ่อจะไม่ไปผุดไปเกิดเพราะไม่ได้เผาศพ หลวงพ่อมีความเห็นว่าอย่างไรครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ความจริงถ้าฉันเป็นลูกเป็นหลานฉันจะดีใจมาก ไม่ต้องเปลืองเงินทำศพ มีผลเท่ากันนะ พอตายลงไปปั๊บ ไอ้จิตนี่มันก็ไปตามสภาพตามกฎของกรรมอยู่แล้ว มันไม่อยู่หรอก มันไม่มานั่งห่วงซากศพ ไอ้ที่ว่านั่นห่วงซากศพน่ะไม่จริง”

    ผู้ถาม :- “เวลาคนตายไปแล้วใหม่ ๆ กี่วันถึงจะรู้ว่าตายครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “เอาตัวรู้หรือว่าใจรู้ ถามให้ถูก แต่ความจริงนะ ถ้าตายเดี๋ยวนั้นก็รู้เดี๋ยวนั้น ไม่ใช่กี่วัน ฉันเคยตายหลายวาระฉันรู้ ไม่ต้องไปถามชาวบ้านที่ไหนหรอก พอมันออกจากร่างปั๊บ ก็เห็นร่างกายเนื้อนอนอยู่แล้ว อารมณ์จิตนึกรังเกียจทันที ไม่ใช่พอใจ ไม่ใช่เสียดายนะ แต่รังเกียจไอ้ตัวนั้น

    ฉะนั้นไอ้เรื่องตายแล้วจะเผาหรือไม่เผา ไม่ต้องวิตกกังวล จิตใจเป็นไปตามสภาพของมันอยู่แล้ว ถ้าฉันเป็นลูกเป็นหลาน ฉันยุส่งเลย เอาไปให้เขาเถอะ ตายปุ๊บเราก็ยกไปโรงพยาบาล ไม่ต้องนิมนต์พระมาบังสกุลด้วย”

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    23316550_1300544700057270_3104694628138377926_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    อยากสร้างบารมี
    หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม

    ผู้ถาม:- “หลวงพ่อคะ ไม่ทราบว่าหนูพอจะสร้างบารมีไหวไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ:- “บารมี เขาแปลว่า กำลังใจ หนู ก็พยายามกระตุ้นๆ มัน อารมณ์ของเรามันมี ๒ อารมณ์ อารมณ์ที่เป็นกุศลอย่างหนึ่ง อารมณ์ที่เป็นอกุศลอย่างหนึ่ง

    คำว่า กุศลนี่เขาแปลว่าฉลาด อกุศลแปลว่าไม่ฉลาด ที่ไม่ฉลาดก็เพราะสร้างอารมณ์ที่มีความเร่าร้อนเกิดขึ้น นี่เรียกว่าอารมณ์ไม่ฉลาด ทีนี้อารมณ์ที่ไม่ฉลาดมันมีกำลังมาก มันคุมกำลังใจเราไว้มากมานานแล้ว เราก็ก็ต้องแพ้มันบ้างชนะมันบ้าง นี่เราพยายามค่อย ๆ คุมมันจนกว่ามันจะแพ้

    อย่าลืมนะ บารมีแปลว่ากำลังใจ ทำกำลังใจให้เต็มในด้านของความดี

    ๑.ทานบารมี เราคิดจะสงเคราะห์คนและสัตว์อื่นแทนที่จะคิดเบียดเบียน

    ๒.ศีลบารมี มีศีลนี่เขาแปลว่าปกติ เราต้องรักษาอารมณ์ไว้อย่าให้มันผิดปกตินะ ปกติของคนและสัตว์มีความรู้สึกว่า

    ข้อ ๑ ร่างกายของเรา เราไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องการให้ใครมาฆ่า เรามีความคิดอย่างไร สัตว์อื่นและบุคคลอื่นก็มีความคิดเหมือนเรา เราก็เว้น

    ข้อ ๒ ทรัพย์สินของเรามีอยู่ เราไม่ต้องการให้ใครมาลักมาขโมยยื้อแย่งของเราไป เรามีความคิดเห็นเช่นไร คนอื่นเขาก็มีความคิดเห็นเหมือนเรา เราก็เว้น

    ข้อ ๓ คนรัก เราไม่ต้องการให้ใครมาแย่งคนรักฉันใด คนอื่นเขาก็ไม่ต้องการให้แย่งคนรักเหมือนกัน

    ข้อ ๔ วาจาที่เรารับฟังต้องการความจริง คนอื่นเขาก็ต้องการความจริงเหมือนกัน

    ข้อ ๕ เราไม่ต้องการเป็นคนบ้า ชาวบ้านเขาก็ไม่ต้องการให้เราบ้า

    ก็รวมความว่า อาการทั้ง ๕ อย่างนี้ คือ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม มุสาวาท ดื่มสุราเมรัย ต้องไม่มีสำหรับเรา ถ้าเราพลาดไปข้อใดข้อหนึ่ง แสดงว่าเราผิดปกติ ใช่ไหม…

    ถ้าจะสร้าง บารมีที่ ๓ คือ เนกขัมมะบารมี

    ต้องแยกออกเป็น ๔ คือ เนกขัมมะบารมีของศีล ๕ เนกขัมมะบารมีของศีล ๘ เนกขัมมะบารมีของศีล ๒๒๗ แล้วก็เนกขัมมะบารมีของพระอริยเจ้า ข้อหลังนี่ฉันตั้งเอง อ้าว…ไม่งั้นเนกขัมมะบารมีเขาแปลว่าถือบวช ก็เจ๊งหมด ชาวบ้านรักษาไม่ได้

    เนกขัมมะบารมีของศีล ๕ ก็คือ เราไม่สนใจกับรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศซึ่งไม่เนื่องกับเรา คู่ครองของใครก็ไม่ไปยื้อแย่งใคร

    เนกขัมมะบารมีของศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ นี่ต้องพยายามระงับอาการ ๕ อย่าง ให้มันครบถ้วน นั่นก็คือว่า

    ๑.กามฉันทะ อารมณ์ต้องไม่ข้องในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ แต่ไม่ใช่ตัดเลย เนกขัมมะบารมีนี่สำหรับเรื่องศีลเราแค่ยับยั้ง
    ๒.เราจะต้องพยายามระงับความโกรธ ความพยาบาท ในบางขณะ มันไม่ใช่ทุกขณะนะ
    ๓.ระงับความง่วงขณะทำความดี
    ๔.จะไม่ยอมให้จิตฟุ้งซ่านไปนอกอารมณ์ที่เราต้องการ คือเป็นด้านอารมณ์ของความดี
    ๕.จะไม่สงสัยในผลปฏิบัติที่ความดีเกิดขึ้น คือผลของความดีที่เกิดจากการปฏิบัติเราจะไม่สงสัย

    ขณะที่เรารวบรวมกำลังใจให้จิตทรงตัวในด้านของความดี จะต้องป้องกันในเหตุ ๕ ประการ ไม่ให้เข้ามายุ่งกับจิต นี่ก็ต้องถือเป็นบางเวลานะ

    สำหรับเนกขัมมะบารมีของพระอริยเจ้า ต้องทำลายให้มันพังไปเลย

    ๑.กามฉันทะ ต้องไม่มีในจิต คิดฆ่าตลอดเวลา
    ๒.ความโกรธ ความพยาบาท ต้องไม่ให้มันมีเหมือนกัน ต้องพยายามฆ่ามันเรื่อย จนหมด
    ๓.ไม่ยอมให้ความง่วงเข้ามาครอบงำ ในขณะปฏิบิตความดี
    ๔.จะไม่ยอมให้จิตฟุ้งซ่านไปนอกอารมณ์ดีที่เราตั้งไว้คือ นิพพาน
    ๕.จะไม่สงสัยในผลปฏิบัติที่ความดี

    ถ้าหากว่าสามารถฆ่านิวรณ์ ๕ ประการนี้ได้เมื่อไร เป็นอรหันต์ได้เมื่อนั้น ต้องฆ่าทีละตัวสองตัวนะ ฆ่าทีเดียวหมดพระพุทธเจ้าอาย ใช่ไหม…

    อันดับแรกแค่ระงับยับยั้งก่อนนะ ต้องยั้งเป็นเวลาก่อน จะคิดฆ่ามันทีเดียวหมดมันไม่ได้ ถ้าฆ่าทีเดียวหมดได้ก็ดี ยิ่งดี แต่ว่ามันเป็นไปได้ยาก”

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๒ หน้า ๖๔-๖๗
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

    23244077_1301423766636030_3132711755011636182_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    คนที่ไม่โกรธตอบนั่นนะเป็นคนดี
    นี่จำให้ดีนะ ความยั่วยุให้โกรธ มันมีอยู่เสมอในที่ทุกสถาน ฉะนั้นบรรดาท่านที่เป็นนักปฏิบัติจงดูพระพุทธดำรัสขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ถ้าจิตใจของเราฝึกฝนดีแล้ว คือทรงพรหมวิหาร ๔ ดีแล้ว จนเป็นฌานสมาบัติ หรือว่าทรงกสิณ ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งดีแล้ว เป็นฌานสมาบัติอย่างต้นนะ อย่างเล็ก ๆ เราจะไม่แสดงอาการโกรธตอบ และยิ่งกว่านั้น องค์สมเด็จพระภควันต์ ทรงตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานเป็นอรหันต์ คือเป็นยอดอรหันต์ จะโกรธตอบ ท่านกลับกล่าวว่า
    ” คนที่ไม่โกรธตอบนั่นนะเป็นคนดี คนโกรธตอบเป็นคนเลว ”
    จำไว้ตรงนี้แล้วก็นำไปประพฤติปฏิบัติ ทำกายทำใจให้พร้อมนะ ท่านจงอย่านึกว่าท่านจะไม่ถูกเขาด่า
    จงอย่าคิดว่าจะไม่ถูกใครเขาแกล้ง
    จงอย่าคิดว่าจะไม่มีใครเขาเบียดเบียนท่าน
    และจงอย่าคิดว่าอารมณ์โกรธจะไม่เกิดขึ้นกับใจของท่าน ถ้าคิดแบบนี้ก็ประมาทเกินไป
    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

    23316589_1302479513197122_3367138112034880226_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    รักษาศีลไม่ถึงเดือน
    ผู้ถาม : ตอนที่คุณแม่ป่วยหนัก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกก็ได้แนะนำให้รักษาศีล ๕ ตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันตาย แต่บังเอิญรักษาได้ไม่ถึงเดือนดี ท่านก็จากไป จึงเรียนถามหลวงพ่อว่าคนที่รักษาศีล ๕ ได้ไม่ถึงเดือนอย่างนี้ ตายแล้วจะมีโอกาสไปเกิดในสุขคติได้หรือเปล่าคะ
    หลวงพ่อ : หมายความว่ารักษาได้ไม่ถึงเดือนใช่ไหม ความจริงรักษาวันนั้นตายวันนั้นก็ไปสู่สุขคติ
    “จิตเต ปาริสุทเธ สุคติ ปาฏิกังขา”
    พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    “ก่อนจะตาย ถ้าจิตใจน้อมไปในด้านกุศล จิตบริสุทธิ์นะ ไปสู่สุขคติ”
    มันไม่มีความจำเป็นต้องรักษาเต็มเดือนหรือไม่เต็มเดือนนี่ เอาเฉพาะก่อนหน้าที่จะตายจิตมันบริสุทธิ์ไหม หรือว่าจิตเป็นพาล
    “จิตเป็นพาลหมายถึงจิตกลุ้ม
    ถ้าจิตกลุ้มไปสูุ่ทุคติ
    ถ้าจิตเป็นสุขไปสู่สุคติ”
    ถ้าท่านรักษาศีลแบบนี้ ถึงแม้ไม่ถึงเดือน แต่ก็รักษาหลายวันนะ มีอานิสงส์สูง
    นอกจากท่านจะมีศีลแล้ว คนนี้ก็มี “อนุสสติ” คือนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ใช่ไหม ก็ขอยืนยันว่า
    “ถ้ารักษาศีลได้จริงไปสู่สุขคติจริง”
    ผู้ถาม : แม้แต่เพียงวันเดียวหรือครับ
    หลวงพ่อ : แม้แต่ประเดี๋ยวเดียวก็ไปได้
    ผู้ถาม : อย่างนี้ก็สบายสิ ก็ไปรักษาเอา ตอนใกล้ๆ จะตาย
    หลวงพ่อ : พอดีเผลอลงป๋องคว้าไม่ทัน ลงใต้ถุนไปเลย เขาต้องซ้อมให้ชิน
    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    _________
    จากหนังสือ “ธัมมวิโมก” ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๔๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

    23380344_1302686389843101_182858870698393140_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    อานิสงส์การรักษาศีล
    โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ หนูขอทราบอานิสงส์ของ การรักษาศีล กับ การให้ทาน ค่ะ…?”

    หลวงพ่อ :- “จำที่พระบอกในตอนท้ายได้ไหมล่ะ….

    “สีเลนะ สุคติง ยันติ”
    การรักษาศีล เป็นปัจจัยให้มีความสุข สุขทั้งชาตินี้ สุขทั้งชาติหน้านะ

    “สีเลนะ โภคสัมปทา”
    ถ้ามีศีล ชาตินี้ทรัพย์สมบัติก็ไม่ฝืดเคือง ชาติหน้าก็มีทรัพย์สมบัติมาก

    “สีเลนะ นิพพุติง ยันติ”
    ศีล เป็นปัจจัยให้เข้าถึงนิพพานได้โดยง่าย

    นี่อานิสงส์ของศีล ท่านว่าไว้อย่างนี้

    ส่วนการให้ทาน ท่านบอกว่า
    “ทานัง สัคคโส ปาณัง” ทานเป็นบันไดให้เกิดบนสวรรค์

    การให้ทานมากก็ตามน้อยก็ตาม ผลของทานทำให้เกิดในสวรรค์ ถ้าหากว่าพ้นจากสวรรค์มาแล้ว เป็นคนก็ไม่ยากจนเข็ญใจ แต่ว่าจะรวยเท่าไรนั้นเป็นเขตของทานนะ ท่านเรียกว่า “ปุญญักเขตตัง” เป็นเนื้อนาบุญ ถ้าเราให้ในเขตที่มีความบริสุทธิ์มาก เราก็รวยมาก ให้ในเขตที่มีความบริสุทธิ์น้อย เราก็มีทรัพย์สินน้อย แต่คำว่าอดตายไม่มีสำหรับคนให้ทาน”

    ผู้ถาม :- “แล้ว ศีล กับ ทาน อย่างไหนจะอานิสงส์มากกว่าคะ”

    หลวงพ่อ :- “อ้าว…มันคนละคนนี่หนู ต่างคนต่างแก่ต่างคนต่างกล้า

    ทานเขาก็ให้ผลไปอย่างหนึ่ง ศีลก็ให้ผลมีกำลังอย่างหนึ่ง แต่ว่าทั้ง ๒ อย่างต้องร่วมกันนะ ถ้าแยกกันเมื่อไรก็พังเมื่อนั้นแหล่ะ เรามีแต่ทานอย่างเดียว แต่บกพร่องในศีลทั้ง ๕ ข้อ หรือข้อใดข้อหนึ่ง เราก็ตกนรก ต้องพ้นจากนรกมาก่อนแล้วจึงจะรวย ถ้าเรามีแต่ศีลอย่างเดียว ไม่มีทาน เกิดชาติหน้า อายุยืน หน้าตาสวย แต่อดตาย เอาซิ เอาอย่างไหนล่ะ เอาไงดี..?”

    ผู้ถาม :- “หมายความว่าต้องทำคู่กันใช่ไหมคะ..?”

    หลวงพ่อ :- “ต้องคู่กันไปหนู หนูไม่มีข้าวกิน มาที่นี่ได้ไหม…?

    ร่างกายดี รูปร่างหน้าตาสวย เพราะศีลข้อที่ ๑

    รักษาศีลข้อที่ ๒ ได้ ทรัพย์สินไม่เสียหายเพราะไฟเพราะน้ำ เพราะโจร

    รักษาศีลข้อที่ ๓ ได้ คนที่อยู่ในปกครองว่าง่ายสอนง่าย พวกที่มีลูกดื้อหลานดื้อ เพราะพลาดศีลข้อที่ ๓

    ถ้าทรงศีลข้อที่ ๔ ได้ เป็นผู้มีวาจาไพเราะ พูดแล้วคนอื่นชอบฟัง

    รักษาศีลข้อที่ ๕ ได้ ไม่เป็นโรคเส้นประสาท ไม่เป็นโรคบ้า

    แต่ว่าอด ไม่มีข้าวกินไหวไหม…? ดี ๕ อย่าง แต่ไม่มีอาหารจะกิน ไม่มีผ้าจะนุ่ง มันต้องคู่กันหนู จะว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากันมันก็ไม่ควร

    ทาน ศีล ภาวนา เป็นบุญกิริยาวัตถุ และ พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่เข้าถึงบุญกุศล ก็คือ

    ๑. การให้ทาน
    ๒. การรักษาศีล
    ๓. เจริญภาวนา ภาวนานี่หมายถึง สมถภาวนาหรือวิปัสสนาภาวนา คือใช้ปัญญาคิดอยู่

    ทาน นั้นเป็นปัจจัยตัดโลภะ ความโลภ เป็นก้าวหนึ่งที่จะถึงนิพพาน

    ศีล เป็นเหตุตัดโทสะ ความโกรธ เป็นก้าวที่สองที่จะทำให้ถึงนิพพาน

    ภาวนา เป็นตัวตัดกิเลสตัวสำคัญทั้งใหญ่และเล็ก เป็นปัจจัยให้กิเลสหมดจริง เข้าถึงนิพพานแน่นอน

    แล้วทั้ง ๓ อย่างนี้ จะถืออะไรสำคัญกว่ากันไม่ได้เลย ต้องถือว่าสำคัญเท่ากัน ถ้าเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะถึงนิพพานไม่ได้

    เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน อาหารการบริโภคมีความสำคัญในการครองชีพ ร่างกายเรา จะทรงตัวได้เพราะศีล ถ้าเรามีแต่อาหาร แต่ไม่มีร่างกายก็ไม่เป็นประโยชน์ใช่ไหม… เรามีร่างกายดี มีอาหารดี แต่ไร้ปัญญาก็เป็นเหยื่อของคนฉลาด เพราะตัววิปัสสนาญาณและตัวภาวนาเป็นตัวทำให้เกิดปัญญา

    รวมความว่า ๑ เรามีอาหาร ๒ มีร่างกาย ๓ มีปัญญา ทั้ง ๓ อย่างนี้ต้องประกอบกัน หนูจะเลือกเอาอย่างไหนโดยเฉพาะล่ะ? เอาแต่ปัญญาดี ไม่มีร่างกาย ไม่มีอาหาร ดีไหม…? แล้วก็มีร่างกาย ไม่มีอาหาร ไม่มีปัญญา ดีไหม…? เอา ๓ อย่างเลยสบาย ๆ”

    ผู้ถาม :- “รักษาศีล ๘ ดู ที.วี. ได้หรือเปล่าคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ดู ที.วี.ได้ แต่ห้ามเต้นตาม ที.วี. “เดี๋ยว ๆ อีหนู เอ้า อย่ารำคนเดียวซิ ข้าจะช่วยรำ” เสร็จ เต้นไปเต้นมา ที.วี. เลิกเมื่อไรก็ไม่รู้ เต้นเพลิน

    ดู ที.วี. ความจริงก็ไม่เป็นไร ถ้าเราเป็นนักปฎิบัติกรรมฐาน ดูได้ทุกอย่าง ดูอย่างนักกรรมฐานดูนะ ถ้าเป็นละครชีวิต มีสุขบ้างทุกข์บ้าง ทะเลาะกันบ้าง ก็ดูว่าภาวะอันนี้เป็นความจริงของโลก คนที่เกิดมาในโลก ถ้าเราเกิดมามันต้องประสบอาการอย่างนี้ เวลานี้เขาทะเลาะกันให้เราดู เขาแสดงการทะเลาะ เรายังไม่ได้ทะเลาะ สักวันหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะทะเลาะกับใครก็ได้ อย่างที่เขาเรียกว่า ดูเป็นกรรมฐาน”

    ผู้ถาม :- “ถ้าเราเดินไปเหยียบสัตว์เล็ก ๆ หรือปัดยุงแล้วไปโดนยุงตาย อย่างนี้ศีลจะขาดไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถ้าเป็นสัตว์เล็ก ๆ เดินไปเราไม่เห็น บังเอิญเราไปเหยียบตาย อย่างนี้ศีลไม่ขาด หรือสัตว์เล็ก ๆ มันมาเกาะกินเลือดของเรา เราไม่คิดจะฆ่ามัน ถ้ามันเกาะนานเกินไป ก็ค่อย ๆ เอามือลูบให้มันหนีไป แต่บังเอิญมันหนีไม่ทัน ไปถูกมันตาย อย่างนี้ศีลไม่ขาด เพราะไม่มีเจตนาจะฆ่า”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ คนที่มีศีล ๕ ไม่บริสุทธิ์ ถ้าจะเจริญพระกรรมฐาน จะได้ผลไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถ้ามีศีล ๕ ไม่บริสุทธิ์เจริญไปก็ไม่มีผล ถ้าถามว่าทำไม ก็เพราะว่า ยังลงนรกอยู่ เจริญสมาธิเท่าไร มันก็ไม่พ้นนรก เพราะศีล ๕ นี่มันปิดทางนรก ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ตัวที่ขาดนี่ มันจะเข้ามาขวางเวลาที่เราจะตาย เป็นกรรมที่เป็นอกุศล”

    ผู้ถาม :- “ฆราวาสถือศีล ๖ ได้ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ได้ ศีล ๑ ยังได้เลย ศีลข้อที่ ๖ อะไรล่ะ?”

    ผู้ถาม :- “วิกาลโภชนาค่ะ แต่ว่าหนูทำงานเลิกเที่ยง แล้วอย่างนี้จะรักษาศีลข้อนี้ได้ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถ้าเที่ยงแล้วเรายังไม่เลิกงาน ก็ถือว่าเราจะกินข้าวไม่เกินบ่ายโมง หรือบ่ายสองโมง ตั้งเวลาไว้เลยใช้ได้ ไม่ใช่ ๒ ชั่วโมงกิน ๆ ก็ต้องคิดเหมือนกัน”

    ผู้ถาม :- “ถ้าหากเป็นพระ ฉันอาหารเลยเที่ยงได้ไหมคะ..?”

    หลวงพ่อ :- “เวลาเดิมของพระจริง ๆ ตามวินัยนี่ มันไม่ใช่เลิกฉันเที่ยง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าพระอาทิตย์ตรงศีรษะเริ่มฉันได้ แต่อย่าให้เงาพระอาทิตย์เลย ๒ นิ้ว ความจริงท่านสั่งฉันเที่ยง แต่เงาเลยไป ๒ นิ้วไม่ได้ ๒ นิ้วไม่ใช่น้อยนะ มาตอนหลัง เลื่อนเข้ามาฉัน ๕ โมง เลิกเที่ยง เวลานี้ไปถือตามพระวินัยแบบนั้น ชาวบ้านเขาถือว่าเลยเที่ยงไปแล้วฉันไม่ได้ หาว่าพระกินเลยเวลา”

    ผู้ถาม :- “ที่จริงหนูอยากจะถือเพิ่มอีกหนึ่งข้อ คือข้อ นัจจคีตะวา แต่ว่าหนูยังชอบดู ที.วี. อยู่ค่ะ”

    หลวงพ่อ :- “ดู ที.วี. ก็ดูอย่างพระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร ดูมหรสพซิ ดูไปก็คิดว่า ไอ้นี่มันทุกข์ ชีวิตของมนุษย์เต็มไปด้วยความทุกข์ พยายามพิจารณาบ่อย ๆ ถ้าจะให้ดี ก็ถือให้ครบ ๘ ไปเลย เพิ่มข้อ มาลาคันธะ ไปด้วย”

    ผู้ถาม :- “รู้สึกว่าหนูจะทำไม่ได้ค่ะ เพราะว่ายังแต่งตัวทาหน้าอยู่ค่ะ”

    หลวงพ่อ :- “ก็ให้ถือว่า การเอาแป้งทาหน้า น้ำหอมใส่ตัวนี่ เราทำเพื่อสังคม ถ้าในสังคมนั้น ๆ จำจะต้องแต่งตัวกันอย่างนั้น ก็แต่งไป เราไม่แต่งเพื่อกิเลส เราแต่งเพื่อความเหมาะสมในสังคม เพื่อความไม่เก้อเขิน ถ้าจิตเราตั้งอยู่แบบนี้ ศีลมันไม่ขาด”

    ผู้ถาม :- “แล้วข้อที่ห้ามนอนที่นอนสูงใหญ่ แต่ว่าพื้นที่นอนเป็นหินอ่อน เราเอาผ้าห่มรองตัว อย่างนี้ได้ไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ได้…ที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ ยัดด้วยนุ่นและสำลี อันนี้เขาป้องกันความลุ่มหลง ความฟุ่มเฟือย ถ้าจิตมันไม่คิดไปในด้านกิเลส ฉันว่าทำได้ ไม่เห็นแปลก

    ศีล ๘ นี่เป็นตัวธรรมะเสีย ๔ ข้อ เป็นตัวศีลเสีย ๔ ข้อ ถ้าผิดข้อ ปาณา, อทินนา, มุสา, สุรา ลงนรกแน่ แต่ตัวธรรมะ คือ อพรัหม, วิกาล, นัจจคีตะวา, มาลาคันธะ, อุจจาสยนะ ถ้าพลาดมันไม่ลงนรกนะ

    ข้ออพรัหมจริยา เวรมณี ถ้าเราละเมิดเฉพาะสามีภรรยาของเรา ไม่ได้ประพฤติล่วงเกินสามีภรรยาผู้อื่น ไม่ได้ขาดกาเม ตัวนี้เป็นธรรมะ

    ข้อวิกาลโภชนา เวรมณี ข้อนี้เราไม่ได้ฆ่าสัตว์ มันบาปที่ไหนล่ะ

    ข้ออุจจาสยนะ คือ ไม่นอนในที่นอนสูง ที่นอนใหญ่

    ข้อมาลาคันธะ คือ ไม่ทัดดอกไม้และของหอม อันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรใคร”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ ขโมยเงินพ่อแม่นี่บาปไหมคะ มีคนเขาบอกว่า ขโมยเงินพ่อแม่นี่ไม่บาป เพราะพ่อแม่ต้องจ่ายอยู่แล้วค่ะ”

    หลวงพ่อ :- “ไอ้บาปนี่แปลว่าชั่ว การขโมยเงินมันก็เป็นบาปทั้งหมด ถ้าเราขโมยท่าน ท่านไม่ชอบใจ ท่านก็ทำเฉย การขโมยของพ่อแม่ ท่านชอบไหมล่ะ การกระทำอย่างนี้ชั่ว ฉะนั้นจึงบาป”

    ผู้ถาม :- “ถ้าหากท่านเห็นเล่าคะ แล้วเราหยิบไปเลย อย่างนี้บาปไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “ก็สาธุก็แล้วกัน ดีแล้วที่ไม่ว่าฉัน”

    “ถ้าเราหยิบไป ท่านเห็นแล้วท่านไม่ห้ามปราม ไม่ว่าอะไรก็ไม่เป็นไร ถ้าหากท่านไม่ให้ ท่านห้ามเราก็ไม่หยิบ ก็หมดเรื่องไป การขโมยนี่จิตมันเริ่มชั่ว ตั้งแต่ก่อนที่จะกระทำ คิดจะขโมยน่ะ จิตมันชั่วแล้วนะ”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อคะ ดิฉันไปซื้อดอกไม้แถวสนามหลวงราคา ๑๕๐ บาท พอกลับมาถึงบ้าน บอกกับสามีว่าต้นไม้ราคา ๕๐ บาท ที่บอกอย่างนั้น เพราะเกรงว่าสามีจะดุเอา ตอนหลังมานึกดูรู้สึกเสียใจค่ะ ไม่น่าโกหกเขาเลย อย่างนี้ศีลจะขาดไหมคะ…?”

    หลวงพ่อ :- “อย่างนี้เป็นการรักษาประโยชน์ไว้ไม่ได้ทำลายประโยชน์ ข้อมุสาวาทจะขาดมันต้องทำลายประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่นี่เป็นการพูดเพื่อรักษากำลังใจเขา มันมีประโยชน์แต่ว่าไปโกหกอย่างอื่น เอาเรื่องนะ อย่างเช่น ของเลวบอกว่าของดี ของราคาถูกบอกของราคาแพง อันนี้มันทำลายประโยชน์”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อครับ การเป็นตัวแทนจำหน่ายสุรา ศีลขาดไหมครับ..?”

    หลวงพ่อ :- “สุรา เขาห้ามกินนะ แล้วคุณกินหรือเปล่าล่ะ…?”

    ผู้ถาม :- “เปล่าครับ”

    หลวงพ่อ :- “ไม่กินก็ยังไม่ขาด พระพุทธเจ้าบอกว่า มันเป็น มิจฉาวณิชชา แปลว่า ไม่ควรขายของที่มันผิดศีล”

    ผู้ถาม :- “และถ้าหากว่า ค้าขายอาวุธ ศีลจะขาดไหมครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถามว่าศีลขาดไหม ก็ขอตอบว่า ศีลไม่ขาด ถ้าเป็นอาวุธเราไม่ได้ไปฆ่าเขา คนอื่นเขาเอาไปฆ่า ก็เป็นเรื่องของเขา แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ควร”

    ผู้ถาม :- “หลวงพ่อครับ ถ้าหากเอาเหล้ามาผสมเพื่อเป็นกระสายยา ดื่มเข้าไปแล้ว ศีลจะขาดไหมครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “อย่างเอามาผสมเป็นกระสายยานี่ ถ้าไม่ปรากฎรสปรากฎกลิ่น นี่ไม่มีโทษ แต่ประเภทกินยาดองใช้ยา ๑ ช้อนกาแฟ ผสมเหล้า ๑ ไห อย่างนี้ไม่ผิดศีล ชนศีลพังไปเลย อย่างนี้ให้อภัยไม่ได้”

    ผู้ถาม :- “ถ้าหากว่าผสมตามสูตรเล่าคะ คือว่า ไม่ใช้ยา ๑ ช้อน เหล้า ๑ ไห นะค่ะ”

    หลวงพ่อ :- “ทำตามสูตรเขาไม่เป็นไร ไม่ผิดโยม พระเขายังไม่ห้ามเลย แต่ว่าต้องไม่ปรากฎรสปรากฎกลิ่นนะ

    การถือศีลถ้าเคร่งเกินไปก็เดือดร้อน พระพุทธเจ้าท่านให้ปฏิบัติในทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา อย่าให้มันเป็นอัตตกิลมถานุโยค คือ เบียดเบียนตนเกินไป ต้องดูแต่พอเหมาะพอดีพอควร

    ในอุทุมพริกสูตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสกับนิโครธปริพาชก บอกว่า “จงอย่าทำลายศีลด้วยตนเอง อย่ายุยงส่งเสริมบุคคลอื่นให้ทำลายศีล และจงอย่ายินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว” ท่านแนะนำอย่างนี้นะ”

    ผู้ถาม :- “ผลที่เห็นชัด ๆ ว่าเราถือได้ ศีลบริสุทธิ์แน่ ๆ เราพอจะรู้ไหมครับ ว่าตอนไหน…?”

    หลวงพ่อ :- “เมื่อเราตั้งใจเว้นแล้ว เราก็เว้นจริง ๆ ไม่ทำ อย่าง

    ข้อที่ ๑ ปาณาติบาต สัตว์ที่ควรจะฆ่า ไม่มีจิตคิดจะฆ่า
    ถ้าเรารักษาได้จะเป็นปัจจัยให้เกิดเป็นคนสวย เพราะศีลข้อนี้เราจะรักษาได้ ต้องอาศัยเมตตาเป็นปัจจัย และศีลข้อนี้นี่แหล่ะ จะทำให้เรามีโรคภัยไข้เจ็บน้อย เพราะว่ามันเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ ที่ว่าน้อยเพราะว่าเราเคยเบียดเบียนกันมาบ้าง เมื่อเข้ามาในเขตรักษาศีล บางทีเราเผลอไปบี้มดเข้าบ้าง นั่นเป็นเรื่องของการเผลอ เป็นอาการของความเคยชิน แต่ว่าอารมณ์ส่วนใหญ่เราระมัดระวังอยู่ในศีล นอกจากดังที่กล่าวมาแล้ว การรักษาศีลข้อที่ ๑ ผู้ที่รักษาได้จะทำให้เป็นคนที่มีอายุยืนยาวนาน อาจจะเต็มอายุขัยหรือเลยอายุขัยไปนิดหน่อย

    ข้อที่ ๒ เห็นของที่ควรจะขโมยได้ เราก็ไม่ขโมย
    ถ้าเรารักษาได้ จะมีอานิสงส์เป็นพิเศษกว่าปกติ หรือ ทรัพย์สินของท่านทั้งหมดที่มีอยู่ จะไม่มีภัยจากไฟไหม้ จากน้ำท่วม จากโจรขโมย แล้วก็หาความยากจนไม่ได้

    ข้อที่ ๓ เห็นโอกาสที่เราจะทำกาเมสุมิจฉาจาราได้ เราก็ไม่ทำ
    ถ้าเรารักษาไว้ได้ คนในปกครองหรือในคณะทั้งหมดจะเป็นคนที่อยู่ในโอวาท คือ ไม่ว่ายากสอนยาก คนในบังคับบัญชาจะไม่ล่วงละเมิดในแบบแผน หรือกฎระเบียบที่เรามีอยู่

    ข้อที่ ๔ เราจะโกหกได้ เราก็ไม่โกหก
    ถ้าเรารักษาได้ตามพระบาลีท่านบอกว่า จะเป็นคนปากหอม (แต่อย่าไปดมเข้านะ ถ้าแกลืมแปรงฟันละก็หงายท้องเชียวนะ) คำว่าปากหอมในที่นี้หมายความว่า พูดแล้วมีคนอยากฟังอยากเชื่อ

    ข้อที่ ๕ มีเหล้ากิน มีสุราดื่ม เราก็ไม่กิน
    ถ้าเรารักษาได้ ก็จะกลายเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

    เมื่อเราประสบแล้วเราไม่ทำ คือ เว้นได้จริง ๆ ตอนนี้บริสุทธิ์แน่ และจะได้รับอานิสงส์ดังที่กล่าวมาแล้ว”

    ผู้ถาม :- “ถ้าอย่างนี้ การสมาทานศีล หรือรับศีลเรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่บริสุทธิ์ใช่ไหมครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “การสมาทานศีล ไม่ได้หมายถึงศีลบริสุทธิ์นี่คุณ นั่นเป็นคำขอ จะบริสุทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อ จิตตั้งใจงดเว้นจริง ๆ ตัวตั้งใจงดเว้นตัวนี้แหละเป็นตัวศีล”

    ผู้ถาม :- “แล้วอย่างชาวประมงที่เขามีอาชีพหาปลาโดยตรง จะทำยังไงล่ะครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “อาชีพเขาจริง แต่เวลาที่ก่อนจะตาย เขาคิดถึงบุญกุศล อย่างท่านสุปติฏฐิตะเทพบุตร เห็นไหม ทำชั่วทุกประตูเลย วันดีไม่ละ วันพระไม่เว้น พอจะตายขึ้นมา นึกถึงพระพุทธเจ้าขึ้นมา ไปเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ แล้วก็พบพระพุทธเจ้าอีกทีหนึ่ง ฟังเทศน์จบเดียวเป็นพระโสดาบัน”

    หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๑ หน้า ๓๗-๔๗
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    23473065_1303332243111849_5430160445991943678_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 9
    พรหมวิหาร ๔ ลงนรกไม่เป็น
    พรหมวิหาร ๔ นี่ ถ้ายืนลงในจิตของใคร คนนั้นลงนรกไม่เป็น ลงไม่ได้แน่นอน เขาไม่ให้ลงถ้าลงไปเขาขับขึ้นมา
    ลงไม่ได้ไม่มีสิทธิ์ คือว่าอารมณ์ ของเราให้ทราบอยู่ให้มี เมตตาจิตเราจะไม่เป็นศัตรูกับใครเลยในโลกทั้งคน
    และสัตว์ เราจะเป็นมิตรที่ดีของเขา แต่ว่าเขาจะเป็นศัตรูกับเราน่ะเป็นเรื่องของเขา เราหวังดีแต่เขาหวังร้าย
    อย่างนี้เราต้องใช้ อุเบกขา วางเฉยไว้ถ้าเราพูดกับเขา เขาโกรธ เราก็หยุดพูดเราใช้ อุเบกขา ตัวท้าย แต่ว่าเราไม่ได้
    โกรธ กรุณา ความสงสาร จิตคิดไว้เสมอว่าใครเขาทุกข์ยากลำบาก ถ้าไม่เกินวิสัยของเราที่จะช่วยได้ เราพร้อมที่จะช่วย
    ถ้าเราช่วยได้ด้วยทรัพย์สิน เราจะ ให้ทรัพย์สิน ทรัพย์สินไม่มี
    เราจะให้กำลังกาย กำลังกายให้ไม่ได้ เราให้ด้วยปัญญา
    แต่ทั้งนี้ถ้าเขารับความช่วยเหลือจากเรา ถ้าเราให้การช่วยเหลือกับเขาเขาโกรธเรา เราต้องวางเฉยเราไม่โกรธตอบ
    เราไม่ช่วยเพราะช่วยไม่ได้ ต่อมามุทิตา
    เราไม่มีจิตคิดอิจฉาริษยาใครใครได้ดี เรายินดีด้วย
    ถ้าอารมณ์ ๔ ประเภทนี้ทรงตัวอยู่จริง ๆ ศีลก็บริสุทธิ์ศีลก็ไม่บกพร่องเลย ถ้าเราจะทำสมาธิ สมาธิก็ทรงตัว อารมณ์แจ่มใส
    ไม่มีมัวหมอง ถ้าสมาธิไม่มัวหมอง ปัญญาคือ วิปัสสนาก็เกิด
    เท่านี้เอง

    23472934_1303541639757576_5233301244462558304_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    *♥*ประชาสัมพันธ์ข่าวงานบวชพระ บวชพราหมณ์อยู่ธุดงค์ วัดท่าซุง อุทัยธานี ปี 2560 ครับ*♥*

    1f333.png 1f33b.png งานอุปสมบท(หมู่)ปฎิบัติธรรมและธุดงควัตร บวชพราหมณ์ถือกรรมบถ ๑๐ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๐ วัดท่าซุง อุทัยธานี. 1f33b.png 1f333.png

    . 1f337.png 1f496.png ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ ถึง วันอังคารที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ (ฝึกมโนมยิทธิ แบบเต็มกำลัง วันเสาร์ที่ ๙ – วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ธันวาคม)(ส่วนฝึกมโนมยิทธิครึ่งกำลังมีฝึกทุกๆวันที่ศาลา๑๒ไร่) 1f496.png 1f337.png .

    1f33b.png 1f496.png ระเบียบข้อปฏิบัติประจำวันนี้ ขอให้ผู้ร่วมปฏิบัติ”ธุดงค์” ทุกท่าน ถือเป็นระเบียบปฏิบัติโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อห้ามอย่าได้ฝ่าฝืนเป็นอันขาด และโปรดถือเวลานัดหมายเป็นเรื่องสำคัญ อย่าให้ผู้อื่นต้องมานั่งรอคอย เพราะท่านเพียงคนเดียว ในงานครั้งนี้ จะมีจำนวนคนมากขึ้น จึงขอให้ทุกคนตรงเวลา คำว่า “ตรงเวลา” หมายถึงต้องมารอก่อนล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาจะได้เริ่มกันเลย ไม่ใช่มาถึงตรงเวลาพอดี อย่างนี้ใช้ไม่ได้. 1f496.png 1f33b.png

    1f337.png สำหรับ “พระอาคันตุกะ” ที่จะร่วมปฏิบัติธุดงค์ ขอให้มาแจ้งความจำนงได้ที่ ศาลานวราช ระหว่าง วันที่ ๒ – ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น. เบิกของที่ ๒๕ ไร่ เข้าพักที่ศาลา ๒ ไร่ หากมาไม่ทันตามกำหนดนี้ ทางวัดจะไม่รับเป็นเด็ดขาดพร้อมทั้งขอให้นำหลักฐานมาด้วยดังนี้

    1f33b.png ก. ใบสุทธิ
    1f33b.png ข. หนังสือรับรอง จากเจ้าอาวาสหรือประธานสงฆ์ที่ตนเองสังกัดอยู่
    ❌(ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ทางวัดไม่รับสามเณรเข้าปฏิบัติธุดงค์ เพราะที่ผ่านมามักฝ่าฝืนระเบียบวินัยอยู่เสมอ)❌

    . 1f337.png 1f33b.png ในขณะปฏิบัติธุดงค์ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ทางวัดกำหนดไว้ เช่น 1f33b.png 1f337.png .

    - 1f337.png ห้ามรับเงินทองมาเป็นส่วนของตน
    - 1f337.png ห้ามนำวิทยุ, เครื่องเทป, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ เข้ามาในเขตธุดงค์
    - 1f337.png ห้ามนำอาหาร ผลไม้ หรือเครื่องดื่มต่างๆ เข้ามาฉันในกลดของตน ให้ฉันได้เฉพาะที่ศาลา ๑๒ ไร่เท่านั้น
    - 1f337.png ห้ามเข้าไปในเขตของผู้อื่น และอย่านำบุคคลภายนอกเข้ามาในเขตธุดงค์
    - 1f337.png ห้ามพูดคุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น
    - 1f337.png ห้ามเรี่ยไร ดูหมอ ดูดวง และแจกเอกสารใดๆ หรือนำวัตถุมงคลต่างๆ มาจำหน่ายจากภายนอกวัด ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง

    . 1f337.png ผู้ที่จะบวชพราหมณ์ทั้งชายและหญิง เพื่อร่วมปฏิบัติธุดงค์ในห้องพักก็ดี หรือต้องการที่จะออกไปปักกลดภายนอกก็ดี ขอให้แจ้งความประสงค์ด้วยตนเอง วันที่ ๓ – ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ที่อาคาร ๒๕ ไร่ โดยเฉพาะ “ผู้ที่จะออกไปปักกลดในป่า” จะต้องมาให้ทัน

    1f333.png 1f33b.png สำหรับฆราวาสมีข้อห้ามดังนี้ 1f33b.png 1f333.png

    - 1f33b.png ห้ามนำวิทยุ โทรทัศน์ เตารีด กระทะ ไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือวัตถุอื่นๆ เพื่อประกอบอาหารภายในบริเวณธุดงค์ดอย่างเด็ดขาด
    - 1f33b.png ห้ามนำผู้อื่น เช่น ญาติหรือเพื่อนของตน มาพักปะปนในสถานที่ธุดงค์ ถ้าจะพบกันขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ แล้วไปพบปะสนทนากันภายนอกสถานที่ และอย่าพูดคุยเสียงดังจนเกินไป
    - 1f33b.png ห้ามเข้าทรง
    - 1f33b.png ห้ามเรี่ยไร
    - 1f33b.png ห้ามแจกเอกสารใดๆ หรือจำหน่ายสิ่งของโดยมิได้รับอนุญาตจากทางวัดเสียก่อน ถ้าหากมีผู้ฝ่าฝืนหรือแอบอ้าง จะเป็นทางตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทันที

    1f333.png 1f33b.png 1f337.png สถานที่ปฏิบัติธุดงค์ 1f337.png 1f33b.png 1f333.png

    1f337.png ๑. พระภิกษุ ภายในบริเวณป่าใหม่
    1f337.png ๒.พราหมณ์ชาย พักที่ศาลา ๓ ไร่ หรือผู้ที่ชอบความวิเวก จะจัดที่ให้บริเวณป่าใหม่
    1f337.png ๓. พราหมณ์หญิง (ศีล ๘ ควบกรรมบถ ๑๐)พักที่อาคาร ๒๕ ไร่ หรือใครอยากจะหาที่สงัด ทางวัดจะจัดให้ปฏิบัติภายในบริเวณป่า ศรีไพร ซึ่งได้ปรับปรุงพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนผู้ที่ถือศีล ๕ จะจัดที่พักให้ต่างหาก ตามที่เห็นสมควร และไม่ควรกังวลเรื่องที่พักจนเกินไป หมายถึงได้ที่ตรงไหนควรพอใจที่ตรงนั้น

    1f337.png กราบขอบพระคุณที่มาจากเว็ปไซต์วัดท่าซุงด็อทคอม
    http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2426
    1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png 1f52f.png

    23518895_1305169116261495_7343467752485575677_n.jpg
    23434886_1305169186261488_5949040212835552653_n.jpg
    23518933_1305169249594815_3757611495057437985_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 16
    ” มโนมยิทธิ ”

    เมื่อไม่นานมานี้ ไม่เกิน ๒๐ วันมานี้ ก็มีคน ๆ หนึ่งไปหาที่วัด ไปถามว่า คุณพ่อตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ความจริงอาตมาก็ไม่ได้บอกท่านผู้นั้น เพราะว่า ถ้าขืนบอกก็ขี้เกียจ แต่ก็อยากจะรู้ ในเมื่อเขาบอกชื่อก็นึกถึง นึกถึงแกก็มา ยืนข้างหน้า ถามว่าเวลานี้คุณไปอยู่ที่ไหน เขาตอบว่าเวลานี้ผมไปอยู่ชั้นยามา ครับ ถามว่า อยู่ชั้นยามา ปกติคุณทำอะไรจึงไปอยู่ชั้นยามาได้ บอกปกติ ผมทำสมาธิ ก็ถามว่า สมาธิคุณทำเวลาไหน เวลาตอนเช้ากับตอนค่ำ ครับ ตอนเช้าผมตื่นนอนขึ้นมา ก็ผมห้อยสร้อยมีพระอยู่ที่สร้อย หยิบพระมา พนมมืออาราธนาบารมีพระ คือ ที่เขาเรียกว่า ปลุกพระ หรือ อาราธนา- บารมีพระก็ได้ ตอนค่ำก็เกรงอันตรายก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน อย่างนี้ชื่อว่า เป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งสองเวลา ทั้งตอนเช้าและ ตอนค่ำก็เป็นสมาธิ สมาธิไม่จำเป็นต้องไปนั่งขัดสมาธิเฉย ๆ จะทำแบบไหน ก็ได้ นั่งแบบไหนก็ได้ ถ้าอยู่ที่บ้านของเรา ถ้าจิตนึกถึงพระพุทธเจ้าก็ถือว่า เป็น พุทธานุสสติ จิตนึกถึงพระธรรมเป็น ธัมมานุสสติ จิตนึกถึงพระสงฆ์ เป็น สังฆานุสสติ นั่นเขาอยู่ชั้นยามาได้ แต่พอลูกชายถามว่า เวลานี้พ่อผม อยู่ที่ไหน ก็บอกว่าถ้าคุณ อยากรู้ก็ไปฝึกกรรมฐาน ก็แล้วกัน จะให้บอก คุณน่ะไม่บอกไม่เกิดประโยชน์ เพราะการบอกคุณ คุณก็ไม่หายสงสัย คุณก็ ถามเรื่อยไปและก็ไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ ถ้าคุณอยากรู้ คุณไปฝึกกรรมฐาน กับเขาในวิหารไม่เกิน ๓ วัน คุณก็พบกับพ่อคุณได้ และในที่สุดท่านผู้นั้น ก็ตัดสินใจวันรุ่งขึ้นไปฝึกกรรมฐาน เพียงแค่วันแรกก็สามารถนั่งคุยกับพ่อได้

    23518979_1305199812925092_7398411611379602862_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ภาวนาคำว่า “พุทโธ”
    เรื่องที่ ยกทรง (ทายก) พูดเมื่อกี้นี้มันไป
    เกี่ยวกับเรื่อง หลวงพ่อปาน จะเทศน์เรื่องนี้โดย
    เฉพาะ หลวงพ่อปาน เวลาท่านอบรมกรรมฐาน
    ไอ้ตอนสอนฉันโดยเฉพาะอีกเรื่องต่าง
    หากนะ มาถึงวันพระกลางเดือนท่านมักจะเรียก
    พระมาอบรม ใครจะทำก็ทำ ไม่ทำก็แล้วไปไม่ว่า
    อะไร ไม่ขัดใจใครนะ
    แล้วท่านก็ลงท้ายว่า “นิพพานัสสะ
    สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คเหตวา”
    แปลว่า เรารับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้
    แจ้งซึ่งพระนิพพาน ถ้าใครไม่ทำก็ลงนรกไป
    คือ หลวงพ่อปาน ท่านเล่าให้ฟังยังงี้….
    เมื่อสมัยท่านเป็นเด็กๆ ยังเล็กอยู่นะ ก็ไป
    เล่นอยู่ใต้ถุนบ้านย่า บ้านย่ากับบ้านท่านน่ะติดกัน
    ทีนี้คุณย่าของท่านกำลังจะตาย
    ก็เสียงข้างบนเขาบอก
    “พุทโธ พุทโธ พุทโธ ไว้นะ”
    พุทโธ ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวคนนั้นมาก็ พุทโธ
    คนนี้มาก็ พุทโธ ใช่ไหม ท่านเป็นเด็ก ก็จำได้
    ก็วิ่งไปวิ่งมาก็ พุทโธๆ นะ
    อีตอนนั้นไม่เท่าไหร่
    อีตอนกินข้าวเย็นซิ กำลังกินข้าวเย็นอยู่
    ในวงใช่ไหม ท่านกินข้าวก็นึกขึ้นมาได้ก็ว่า
    “พุทโธๆ ๆ ๆ”
    แม่จับโยนปังไปกลางนอกชานบอก
    “มึงจะตายโหงตายห่าอย่ามาตายที่นี่เลย”
    (หัวเราะ) แบบเดียวกับเรื่องเมื่อกี้นี้
    ท่านบอกว่าคำว่า “พุทโธ” นี่ ฝอยท่วม
    หลังช้าง สมัยก่อนคำอธิบายนี่เขาเรียกว่าฝอยใช่
    ไหม เขียนๆ คำอธิบายใส่เศษกระดาษวางเลย
    หลังช้างยังไม่พอเลย คุณสมบัติเฉพาะคำว่า
    “พุทโธ” คำเดียว
    ทั้งนี้เพราะอะไร พุทโธ ถ้าเราอยาก
    จะเป็นคนมีเมตตามหานิยม ก็นึกถึงพระพุทธเจ้า
    ภาวนา “พุทโธ” ไว้ ไปที่ไหนก็มีคนเมตตา
    ทีนี้อยากจะเป็นคนแคล้วคลาดหนัง
    เหนียวก็ใช้ศัพท์คำว่า “พุทโธ” คำเดียวก็ใช้ได้
    “อันนี้เมตตา อันนี้แคล้วคลาด”
    ก็ใช้ได้ทุกอย่าง ฝอยท่วมหลังช้างนะ
    เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ามีนักเลงคณะหนึ่งที่
    บางระมาด และ ตลิ่งชัน
    “อยู่ ธนบุรี นี่อีกแล้ว”
    ใช่ๆ ๆ บ้านยายอยู่ ธนบุรี
    ก็มี อาจารย์เทศน์ อาจารย์เทศน์ ท่านมี
    ชื่อเสียงมาก แล้วก็สอนลูกศิษย์ให้หนังเหนียว
    แคล้วคลาดโดยใช้ศัพท์คำว่า “พุทโธ” คำเดียว
    หนังเหนียว
    คือว่า “พุทโธ” หนังเหนียว ใช่ไหม
    มันมีอยู่ครั้งหนึ่ง นักเลงซึ่งเป็นรุ่นน้อง
    ของน้าท่านนะ ชื่อ “ปาน” เหมือนกัน ไม่ใช่
    หลวงพ่อปาน นะ ชื่อ “ปาน” เหมือนกัน เป็น
    นักเลงที่ ตลิ่งชัน นักเลงใหญ่คนกลัวมาก แต่
    ว่าคนนี้ไม่เกเรใครนะ เป็นนักเลง
    นักเลงสมัยก่อนเขาไม่ใช่อันธพาลนี่ เป็น
    บุคคลที่คนรัก ถ้าใครมีทุกข์ที่ไหนไปช่วยที่นั่น
    ของหายช่วยตามอะไรๆ พวกนี้นะ
    ใครถูกข่มเหงก็ไปช่วยแก้ไขให้ นี่เป็น
    บุคคลที่คนรัก แต่ก็เป็นคนหนังเหนียว แต่ว่า
    ถ้าใครมารวนกับคนตำบลนั้น นักเลงก็ออกหน้า
    ตี ต้องออกหน้าเขาทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัว แต่
    คนตำบลนั้นไม่ได้ ใครมาโกงไม่ได้
    ฉะนั้น นักเลงตลิ่งชัน กับ นักเลงบาง
    ระมาด ก็เป็นนักเลงประสานกัน
    นักเลงบางระมาด เป็นลูกพี่
    นักเลงตลิ่งชัน เป็นลูกน้อง
    ร่วมกันสองตำบลใช่ไหม
    มีวันหนึ่งนักเลงคือ พี่ปาน นี่ ฉันเรียก
    “พี่ปาน” นะ ฉันทันแก ก็มาหาน้าที่ บางระมาด
    มาคุยกัน กลับไปก็ดึกไปหน่อย
    เมื่อเดินไประหว่างทางก็อยากนํ้าเห็นไร่
    อ้อยของเจ๊ก เจ๊กเขาทำไร่อ้อยใช่ไหม แกก็อยาก
    จะกินนํ้า เอามีดเข้าไปตัดอ้อยลำเดียว เจ๊กกรูมา
    เป็นฝูงเลย จับมัด แกสู้ไม่ได้
    เอ้า ! มัดก็ยอมมัดกัน มันก็มัดแข้งมัด
    ขาฟันบ้างแทงบ้างไม่เข้า จนกระทั่งเอาภรรยาเอา
    ผู้หญิงเอาเมียเจ๊กน่ะ เอานั่งคร่อมหัวแล้วทั้งแทง
    ทั้งฟันก็ไม่เข้า
    ทีนี้เจ๊กคนหนึ่งบอก “เอาไฟเผา”
    ก็จุดไต้ขึ้นมา พอจุดไต้จะมาจิ้มหน้า ที่
    ไหนพอเห็นหน้า พี่ปาน เข้าไต้ร่วงเลย (หัวเราะ)
    ไต้หล่น เจอนักเลงใหญ่เข้า เจ๊กก็แก้
    แล้ว พี่ปาน เลยถามว่า
    “นี่เถ้าแก่ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ ไอ้ฉัน
    น่ะกินอ้อยลำเดียวมันอยากนํ้า นี่ฉันไม่โกรธแก
    หรอกนะ มันของของแก มันทรัพย์สินของแก
    ฉันไม่พบแก มันดึกแล้ว”
    เจ๊กบอก “ไม่ใช่ยังงั้น ขโมยมันลักตัด
    หลายคืนแล้วลักตัดทีหลายๆ ลำ เอาไปมากๆ ใช่
    ไหม ทีนี้ก็นั่งดักขโมยก็บังเอิญ พี่ปาน ไปพอดี”
    (หัวเราะ)
    ก็เป็นอันว่า พุทโธ นี่ถ้านับถือจริงๆ หนัง
    เหนียว “แม้แต่นุ่งผ้าถุงของอะไรก็….”
    โอ๊ย ! ไม่มี พุทธคุณไม่มีคำว่าเสื่อม ไม่
    ใช่ไสยศาสตร์ นี่พุทธศาสตร์นะ เหลือเวลาอีก
    ๓ นาที
    สมัยเป็นฆราวาส
    ตอนนี้ก็จะพูดถึงเรื่อง พุทโธ อีกหน่อย
    หนึ่งนะ วันนี้ไงๆ แค่ พุทโธ พุทโธ สูงสุดใช่
    ไหม ในสมัยกบฏบวรเดช เวลานั้นนะ เขากำลัง
    ยิงกันที่ บางเขน ตูมตามๆ ๆ ฉันก็กลับจากที่
    ทำงาน ๓ คนในตอนเย็น จะลงเรือที่ ท่าพระจันทร์
    กลับบ้าน ก็มีพระองค์หนึ่งคือ ท่านอาจารย์เทศน์
    ท่านนั่งอยู่ ความจริงไม่รู้จักท่านเลย ไม่เคยไป
    หาท่านเลยนะ ท่านเห็นเข้าบอก “๓ คนนี่มานี่ซิ”
    เลยไปหาท่าน ท่านถามว่า
    “พรุ่งนี้จะออกแนวรบใช่ไหม”
    บอก “ใช่ครับ”
    ท่านฉีกจีวรขอดผ้าให้ ๓ ขอด ให้คนละ
    อัน บอก “อย่าให้พ้นตัวนะ พ้นตัวตาย ต้อง
    ติดตัวไว้” ก็เป็นความจริง
    เวลานั้นเขายิงกัน นํ้าแค่เอวใช่ไหม หมอบ
    ก็หมอบไม่ได้ หมอบมาก็จมูกจม จะนอนหงาย
    ก็ไม่รู้จะยิงใคร ไอ้ต้นข้าวก็สูงสังเกตกันไม่ได้
    ทีนี้เขายิงกันด้านนี้ ไอ้ด้านอื่นเงียบ เรา
    ก็ย่องไปอีด้านโน้น เห็นมันเงียบดี คิดว่าไม่มี
    อะไร ปลอดภัย จะหลบกระสุน ไปเจอะเอารัง
    ปืนกลหนักเข้าให้ มันยิงซะไม่มี
    โอ้โฮ ! เปรี้ยงๆ ๆ ยิงตัดเลียดนํ้าเลย เรา
    ทำไง วิ่งเอาปืนทำหางขึ้นทางรถไฟ ก็อาศัย
    พุทโธ นี่ แหม..กระสุนมันวิ่งฉุยๆ ๆ ไอ้ปืนกลมัน
    ไม่ยาก ยิงกวาดใช่ไหม กวาดเฉพาะจุด ไอ้จุด
    แค่คน ๓ คน ถ้าเอาจริงๆ แล้วก็ขาดกลางตัว
    ที่เขายิงมาน่ะ แต่บังเอิญไม่ถูก
    ธัมมวิโมกข์ ฉบับ ธรรมทานหน้าที่ ๕๐ – ๕๒

    23561398_1307587599352980_4778434851026996484_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ผลจากการรักษาโรคเอดส์
    ผู้ถาม :: “ลูกได้อ่านหนังสือธัมมวิโมกข์ เกี่ยวกับเรื่องโรคเอดส์
    ที่หลวงพ่อบอกไปนั้น บังเอิญลูกไปให้หมอตรวจว่าลูกเป็นหรือ
    เปล่า หมอบอกว่าเป็น แล้วลูกก็เอาตำราของหลวงพ่อเอายาเส้น
    จุด เอากะลาครอบรมควัน ๙ ครั้ง แผลที่เป็นก็หาย ลูกขอถาม
    ว่า จะทำต่อหรือไม่..หรือแค่นี้พอเจ้าคะ..?”
    หลวงพ่อ :: “ถ้ามันไม่เป็น ก็ไม่ทำต่อ”
    (หมายเหตุ..ตัวยาและวิธีรักษาหลวงพ่อแนะนำไว้ว่า ให้ใช้ยาตั้ง
    หรือที่เรียกกันว่ายาเส้น ที่ทางภาคเหนือเขาปลูกกัน ใช้จุดรม
    ควันภายในห้อง หรือถ้าจะสกัดเป็นน้ำ ให้ใช้ฉีดไม่เกิน ๓ เข็ม
    เข็มละ ๑ ซี.ซี ก็จะหาย ดังนี้)

    คัดลอกมาจากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ
    เล่ม ๑๑ หน้า ๖๖

    23621560_1308209402624133_3154669447764171801_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ⛄⛄⛄ยังจำบุญนี้ได้ไหมคะ บุญผ้าห่มมอบให้แก่เด็กนักเรียนด้อยโอกาสบนดอยสูง โรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา จ.ตาก คณะศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง นำโดยคุณน้ำฝน คุณอุบลวรรณและคณะญาติธรรมเป็นเจ้าภาพด้วยกัน ที่ฝนบอกบุญทั้งในเฟสส่วนตัวและในเพจคำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้ยอดมาทั้งหมด30,400บาท{ได้ผ้าห่มจำนวน340ผืน}ปีนี้มีเด็กนักเรียน503คน รวมกับทางพระอาจารย์จึงทำให้นักเรียนได้รับผ้าห่มครบทุกคน…
    ⛄⛄⛄หน้าหนาวมาแล้วก็คิดถึงเด็กๆบนดอยและคิดถึงบุญที่เราทำมาแล้ว มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเนอะ..ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่ร่วมบุญนี้มานะคะ

    23658585_1308401422604931_7280695787050363866_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ขออนุญาตบอกบุญนะคะ
    ..บุญนี้เกี่ยวเนื่องมาจากการเดินทางไปทำบุญทางเหนือค่ะ
    1f607.png 1f607.png 1f607.png ขอเชิญญาติธรรมทุกท่านร่วมบุญถวายภัตตาหารพระสงฆ์จำนวน70-80รูปที่อยู่ปริวาสกรรมที่วัดหนองก๋าย จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสบอกว่า บุญนี้น่าเป็นห่วงมากเพราะจำนวนพระเยอะมาก ต้องการปัจจัยหรืออาหารขอให้ช่วยกระจายบอกบุญให้หน่อยนะ
    ท่านใดจะร่วมบุญนี้
    โอนได้ที่ธ.กสิกรไทย025-1-92179-2น้ำฝน บุญสิงห์ค่ะ เปิดรับจนถึงวันที่24พฤศจิกายน2560ค่ะ

    23561511_1308610205917386_6074363793565820849_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
  1. phrapuwadon
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    63
  2. วิญญาณนิพพาน
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    120
  3. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    ตอบ:
    2,142
    เปิดดู:
    1,362
  4. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    ตอบ:
    2,792
    เปิดดู:
    2,897
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,300
    เปิดดู:
    1,482
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...