เมื่อพระยามัจจุราชมาทวงชีวิตข้าพเจ้า

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย tjs, 14 มิถุนายน 2013.

  1. ชลประเทือง

    ชลประเทือง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +17
    ได้อ่านเรื่องราวของคุณtjsแล้วทำให้รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของตี่จังผู่ซาเลยนะครับ ส่วนตัวนับถือพระองค์ท่านมากแต่ไม่เคยสัมผัสถึงท่านเลย หวังว่าสักวันผมคงได้มีบุญมากพอแบบคุณtjsที่ได้พบพระกษิติครรภ์นะครับ อนุโมทนา
    แล้วเรื่องบุญสร้างพระยังรับบริจาคอยู่มั๊ยครับ
    ผมอยากร่วมสร้างพระด้วย แต่อาจเป็นเงินจำนวนน้อยนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 เมษายน 2017
  2. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ยังรับอยู่ครับ
     
  3. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ยอดเงินร่วมทำบุญ ล่าสุด ขอแจ้งยอดร่วมบุญ 12/04/2017 ,12.16 น มียอดเงินรวมคือ 13,900 บาทครับ โอกาสนี้ จึงขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ
     
  4. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    กิเลส มีทั้งฝ่ายดีและไม่ดี

    กิเลสฝ่ายไม่ดี ย่อมสร้างบาปกรรมแก่ตนและผู้อื่น

    กิเลสฝ่ายดี ย่อมไม่เบียดเบียนผู้อื่น แต่ก็เบียดเบียนปิดกั้นทางนิพพานของตน เพราะหลงดี เพราะยึดติดในความดีของตน

    ธรรมวิมุตติ ไม่สนใจใส่ใจยึดมั่น ในกิเลส จะฝ่ายดีฝ่ายไม่ดีก็ตาม ขึ้นชื่อว่ากิเลส อวิชา คือปฏิปักษ์ต่อการหลุดพ้นทุกข์ ต่อนิพพาน ทั้งสิ้่น

    พระอรหันต์มุ่งตรงตั้งมั่นอย่างเดียวคือนิพพาน ปล่อยวาง สรรพสิ่งลงอย่างสนิทใจรู้แจ้งแทงทะลุหมดสิ้นแล้ว

    อย่าปล่อยให้ความดีที่เรามีเราสร้างกลายเป็นกิเลสพอกหนากะเทาะไม่ออกปิดกั้นทางนิพพานโดยเด็ดขาด นั่นคือพึงไม่ประมาทในการทำดี และจงทำดีอย่างโดยไม่ยึดติดในดีที่ทำ ที่ทำดีมันก็แค่หน้าที่ที่ต้องสักแต่ว่าทำทำไป ตามเหตุปัจจัยที่เกิดที่มีที่สามารถสงเคราะห์ได้ก็เท่านั้น

    แม้ความดีจะให้ผล เกิดทิพยอภิญญา ได้ หูทิพย์ ตาทิพย์ มโนทิพย์ มโนมยิทธิ ก็ไม่ยึดติดในทิพย์ที่ได้ที่มี มันก็แค่ผลข้างเคียงไม่ใช่ผลที่แท้จริงที่ควรเข้าถึง คือ อรหันตมรรค อรหันตผล คือนิพพานว่างเปล่าปล่อยวาง ทรงไว้เช่นนี้ เพราะแก่นแท้แห่งธรรม คือความวิมุุติหลุดพ้นนั่นเอง หลุดพ้นด้วยปัญญา ด้วยจิตที่เกิดวิมุตติ ไม่ใช่หลุดพ้นเพราะถือดียึดมั่นในดีไม่ปล่อยวาง หรือเพราะไปยึดมั่นในทิพย์สมบัติที่ได้มันก็ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ในที่สุด

    ขอให้มีดวงตามีสติปัญญาขั้นสูงคือไม่เอากะพี้เปลือก เอาแต่ของแท่คือแก่นแท้แห่งธรรม เท่านั้น คือปล่อยวางไม่เอาอะไร สรรพสิ่งว่างเปล่าไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่นสักสิ่งเดียว ครับ สาธุ
     
  5. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    เพราะอวิชา คือเหตุแห่งทุกข์

    สรรพสัตว์ เมื่อเกิดทุกข์ เห็นทุกข์ หากไม่ฝึกอบรมฝึกฝนตามพุทธวิธี ย่อมไม่สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ได้

    พุทธวิธี ท่านแสดงไว้ดีแล้ว

    ทุกข์ เกิด เมื่อได้รับความทุกข์ย่อมรู้รสชาติของทุกข์

    การดับทุกข์ ย่อมต้องดับที่เหตุ การจะดับที่เหตุ ต้องอาศัยการเข้าไปรู้เหตุแห่งทุกข์

    เมื่อรู้เหตุแห่งทุกข์ได้แล้ว ให้ดับที่เหตุ เมื่อเหตุแห่งทุกข์ดับไป ทุกข์ก็ดับไปไม่เกิดขึ้น

    เมื่อนั้นทุกข์ก็ดับลง

    พุทธวิธี ในการ เข้าไปหาเข้าไปรู้เหตุ ก็ดี
    รู้แล้ว ทำการดับ ก็ดี ย่อมจะต้องอาศัยความเพียร ในสติ สมาธิ กรรมฐาน และวิปัสสนาญาณ ด้วยปัญญา

    นั่นคือท่านต้องใช้สติปัญญาเท่านั้น ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ท่านต้องทำความเข้าใจและฝึกอบรมกายใจของตนให้ถูกต้อง ตามพุุทธวิธี เมื่อท่านทำถูกทาง ท่านย่อมพ้นจากทุกข์ได้จริงในที่สุดครับ สาธุ
     
  6. ทอนเงิน

    ทอนเงิน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +151
    ถวายหรือยังครับพระพุทธรูปผมขออนุโมทนาในบุญกุศลกับทุกท่านนะครับ
     
  7. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    =====
    ถวายแล้วครับ แต่ยังไม่มีเวลานำรูปมาลงครับ
    ต้องขออภัยด้วยครับ สาธุ
     
  8. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    เนื่องจาก ผมได้ย้ายที่ทำงานใหม่ ในช่วง2สัปดาห์นี้จะไม่มีการเข้ามาในเวป หลังจากวันที่15 พค ไปแล้วจะกลับเข้ามาอีกครั้ง

    จึงขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ สาธุครับ
     
  9. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ระหว่างนี้พอมีเวลาบ้างแล้วจะทะยอยตอบปัญหาให้นะครับ

    สาธุครับ
     
  10. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ย่ำรุ่งเช้าของวันอัฐมีบูชาหลังวิสาขะบูชา 8วัน ผมขอเล่าฝันหรือนิมิต ให้ฟัง จริงเท็จอย่าไปยึดมั่นครับ

    ในฝันใกล้รุ่งสว่าง ปรากฏนิมิตว่าตนเองกำลังเดินไปตามทางแห่งหนึ่ง ระหว่างทางมีชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วก็มอบของสิ่งหนึ่งให้ ห่อผ้าขาวไว้ ผมจึงเปิดดูพบว่าเป็นองค์นาคราชเป็นรูปร่างชายประทับนั่งมีนาคราชปรกแผ่กว้าง น่าจะสร้างด้วยโลหะสำริด จึงตกใจตื่นเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

    หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คงฝันทั่วๆไป จึงนอนต่อ การนอนต่อก็ไม่ได้ปรุงแต่งสนใจอะไร
    จนเกิดนิมิตปรากฏคือผมกำลังเดินไปตามทางเดินเท้าท่ามกลางป่าใหญ่แห่งหนึ่ง เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ไปถึงที่แห่งหนึ่ง เป็นถ้ำลึกลงไป ช่องไม่ใหญ่มากแต่ข้างในกว้างมาก จึงมองลงไปในถ้ำแต่ไม่ได้อยากลงไป ทันใดนั้นผมก็มองทะลุลงไปเหมือนตาทิพย์ที่ผมมีปรากฏรู้ และเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งนั่นก็คือผมเห้น องค์พญานาคราช หลายตน และเขาก็จ้องมองมาที่ผม ผมรับรู้ว่า อาจจะไม่ปลอดภัยที่เราเอาจิตเราเข้ามาในเขตของเขา จึงถอยออก

    แต่กลับเห็นว่า มีพญานาคหลายตัวกำลังเลื้อยตามผมมา ผมรู้ดีว่าคงสู้ไม่ไหวรับมือไม่ได้ จึงพยายามถอยหนีจนต้องมาหยุดนิ่ง เพราะเขามีมาหลายตน ล้อมหน้าและหลัง ในนิมิต จำได้ชัดเจนว่า มีพญานาคสองตน มารัดที่ขาตรงเท้าทั้งสองข้าง อีก สองตนก็รัดแขนแบบไม่ให้ผมขยับตัวได้ และมีพญานาคอีกตน ซึ่งใหญ่มาก เท่าต้นตาล สีเผือกเหลืองสง่า เลื้อยมาตรงหน้า ในเวลานั้นผมได้เห็นว่าพญานาคตนนี้ได้ยกลำตัวขึ้นเบื้องหน้าผมและแผ่แม่เบี้ยงใหญ่เพร้อมด้วยอ้าปากกว้าง อยู่เหนือศรีษะผม
    ขณะนั้นในนิมิตผม ไ้ด้สติจึงรวบรวมสมาธิและภาวนา ซึ่งกำหนดจิตเข้าสู่สมาธิในทันที พร้อมกับในเวลานั้นได้สัมผัสถึงสิ่งแปลกปลาดที่เกิดขึ้นคือ สัมผัสได้ว่าเวลานั้น มีกระแสลมแรงมากและมีกระแสน้ำละอองฝอยพ่นออกมากระจายทั่วศรีษะและตัวผม เหมือนได้รับพลังงานบางอย่าง จนกระทั่งผ่านไปไม่นานนัก ทุกอย่างก็หายไปเป็นปกติ ไม่เหลืออะไร ผมจึงสดุ้งตื่นซึ่งเช้าพอดี

    จากนิมิตในครั้งนี้ทำให้มั่นใจว่า พญานาคราชที่นิมิตนั้นเป็นเรื่องจริง จึงได้จัดเตรียมเครื่องบูชาและถวายสัการะท่าน ในวันถัดมา ซึ่งผมได้ทำพิธีสักการะบูชาและอันเชิญท่านพญานาคราชที่มาในนิมิต ไม่นานนักด้วยตาใน จากสมาธิที่กำหนดก็ปรากฏชายผิวขาวเหลืองสง่างามเสื้อไม่ใส่ แต่มีสังวาลสวยงาม ปรากฏกายทิพย์ในนิมิต จึงได้สื่อจิตถามท่านไป

    ท่านพญานาคราช ท่านกล่าวกับกระผมว่า
    ท่านมาหาผมในนิมิตเมื่อคืนวาน เพราะว่า ท่านเลือกผมและถึงเวลาที่ท่านจะมาเพื่อร่วมสร้างบารมีไปด้วยกัน ในการสั่งสมบุญและช่วยเหลือสรรพสัตว์ อันมีเหตุสามข้อคือ
    1 สวรรค์เบื้องบนกำหนด
    2 มีบุญสัมพันธ์
    3 หน่อเนื้อโพธิญาณ

    ท่านกล่าวว่า นับแต่นี้ไปท่านจะช่วยเหลือคุ้มครองและช่วยนำพาในการสร้างบุญบารมีร่วมกัน และท่านได้ขออนุญาติบรมครูของกระผมแล้วซึ่งทุกท่านขออนุโมทนา

    ก่อนที่ท่านพญานาคราชจะกลับไป เพราะใช้เวลาไม่มาก จึงสอบถามชื่อของท่าน ท่านกล่าวว่าท่านคือ พญาอนันตนาคราช ท่านปราถนาสร้างบารมี ช่วยเหลือสรรพสัตว์ ขจัดภัยอันตราย ท่นนมีหน้าที่ดูแลสามไตรภูมิให้สงบสุข

    เมื่อเสร็จพิธี จึงได้ลองค้นหารูปของท่านดูซึ่งไปตรงกับรูปนี้เพราะมีลักษณะจากรูปตรงกับนิมิตที่เห็นท่านนั่นเองครับ

    ขอจบเรื่องราวของนิมิตดังกล่าวนี้แค่นี้ครับ สาธุ
     
  11. ทอนเงิน

    ทอนเงิน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +151
    มีไรอัพเดทอีกไหมครับอาจารย์ก้องเงียบไปหลายวันละครับ
     
  12. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ทะยอยตอบคำถามให้บ้างแล้วครับ ขออภัยด้วยครับ
     
  13. ทอนเงิน

    ทอนเงิน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    202
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +151
    มีอะไรคืบหน้าไหมครับอาจารย์ก้องเกี่ยวกับพญานาคราชรอฟังอยู่ครับเผื่อจะได้ความรู้นี่ก็เดื่อนไหม่ละครับสาธุ
     
  14. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ใกล้เขาพรรษามีวาระบุญที่ต้องร่วมสร้างและสืบทอดพระศาสนา คือการได้สั่งสมบุญด้วยการถวายปัจจัย อันเกื้อประโยชน์พระพระสงฆ์ ต่อสมณะชีพราหม ในการปฏิบัติในระหว่างเข้าพรรษา เพื่อยังผลให้การปฏิบัติธรรมการเป็นอยู่ดำรงขันธ์ของสมณะสาวก เป็นไปด้วยความปกติ มีความเจริญก้าวหน้าในทางธรรม และกิจแห่งสาวก

    เราทำบุญทำที่ไหน แท้ที่จริงคือทำที่กาย วาจา จิต ของเรา ทำจากภายในสู่ภายนอก และเมื่อทำแล้วจงวางบุญเหล่านั้นไว้กับโลกภายนอก แม้บุญจะปรากฏแก่จิต แต่ก็จงปล่อยวางบุญให้เคลื่อนไปตามอัตภาพแห่งบุญนั้นแหละคือมหาบุญกุศลที่จิตเราเข้าถึง

    พุทธบูชาที่ยิ่งใหญ่จึงหมายถึงปฏิบัติบูชาที่ยกเอาจิตข้ามพ้นบาปบุญ ข้ามพ้นอาสวะเครื่องปรุงแต่งทั้งปวงได้หมดสิ้น ที่สุดแห่งพุทธบูชา คือยกจิตแห่งตนหลุดพ้นก้าวสู่ความเป็นพุทธะได้นั่นเองครับ สาธุ
     
  15. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ในระหว่างเข้าพรรษา มีช่วงปลายก่อนออกพรรษาจะบังเกิดภัย เคราะห์ไม่ดีแก่ บ้านเมือง ขอให้ไม่ประมาทครับ แต่จะมีพระอริยะ พระโพธิสัตว์ เทพพรหม นาคราช อื่นๆ ช่วยเหลือ เคราะห์ทั้งหลายจะเบาบางลงและผ่านพ้นไปได้

    การเกิดสภาวะ ทั้ง เกิดร้อน เกิดหนาว เกิดฝน ที่หนักหรือรุนแรง ย่อมปรากฏตามสภาวะกรรม ที่ส่วนรวมส่วนใหญ่รวมตัวกันส่งผลต่อมหาชนส่วนรวม ปัจจุบัน สรรพสัตว์ ส่วนใหญ่ทำบาป มากขึ้น ทำกรรมมากขึ้น ไม่เกรงกลัวกรรมและผลแห่งกรรม พลังงานแห่งอกุศลกรรมทวีกำลัง เหล่าคนดีจะพลอยได้รับผลไปด้วยแต่ด้วยความดีกรรมดี จะช่วยเหลือคุ้มครองให้ผ่านพ้นไปได้ครับ
     
  16. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ติดภาระกิจทางโลก เมื่อมีภาระก็ต้องทำ งานทางธรรมต้องชลอสักพักหนึ่งครับ

    นี่คือความไม่เที่ยงอย่างหนึ่ง
    การสร้างบารมี เมื่อน้ำขึ้นให้ตั้งใจตักตวง
    เมื่อน้ำลด ก็ต้องยอมรับและปรับสภาพกายใจให้ดีครับ

    สักพักทุกอย่างจะค่อยๆคลี่คลาย
    ธรรมดาที่ควรเรียนรู้และสั่งสมครับ สาธุ
     
  17. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    ด้วยการที่เราฝึกอบรมจิตมา จนเป็นบารมีเกิดแก่จิตของตน ไม่ว่าในยามใดจิต ย่อมนำกายเข้่สู่สภาวะฌาณ และสติ สมาธิในธรรมเสมอ

    ตลอดจนการต้องแบ่งเวลาสวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิเสมอไม่ขาด เพราะนี่คือต้นทุนที่สั่งสมไว้มากมากจนเป็นอนุสัยที่ฝังอยู่ในจิต

    จำไว้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิด จิตต้องมั่นคงในการชำระจิตอย่างสม่ำเสมอไม่ลดละครับ สาธุ
     
  18. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    เราทุกคนมีเวลาในวันหนึ่งๆเท่ากัน แต่เราทุกคนก็มีเวลาในการใช้เวลาในวันหนึ่งๆหรือวันถัดไปที่ยาวนานไม่เท่ากัน

    นั่นเพราะเราอาศัยพลังชีวิตที่มีต้นทุนในอดีตและปัจจุบันที่แตกต่างกัน

    ต้นทุนของพลังชีวิต อาศัยจิตที่ประกอบด้วยกำลังของบุญและบาป และสภาวะที่จิตไม่อาศัยด้วยบุญและบาป แต่เป็นสภาวะที่เป็นกลางๆ

    จิตทุกดวงอาศัยการสั่งสมเรียนรู้ ซึมซับ เมื่อวัยเด็กเราต้องหมั่นเรียนรู้จากผู้มีประสพการณ์ แต่เมื่อเราเจริญวัยถึงวัยกลางคน เราย่อมต้องเรียนรู้จากประสพการณ์ด้วยตนเอง

    การสั่งสมของจิต จึงมีส่วนของพลังทั้งขาวและดำหรือกลางๆคือใส ไม่มีขาวและดำ

    จิตดวงใจชำระได้ละได้แล้วซึ่งบาปบุญ ดำและขาว และสามารถประคองด้วยสติปัญญาให้สะอาดใส จิตดวงนั้นย่อมมีพลังจิตที่พิเศษ และย่อมนำมาซึ่งความสุขพิเศษ เมื่อใดที่ชำระได้ ย่อมรู้ได้เฉพาะตน

    โลกเราไม่ว่าจะโลกไหน ล้วนมีธรรมดาเป็นเช่นนี้เสมอ ท่านใด สั่งสมบุญและชำระจิตได้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้อยู่บนโลกได้อย่างสงบสุข และมีชีวิตที่เรียบง่ายสงบสุข

    จงใช้ชีวิตที่มีอยู่ไม่ว่ามันจะเหลืออีกมากหรือน้อยไม่สำคัญ แต่จงใช้มันอย่างอย่างไม่ประมาทและมีความสุขที่สุดครับ
     
  19. Joke020

    Joke020 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กันยายน 2017
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +1
    สุดยอดครับ
     
  20. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    2,879
    ค่าพลัง:
    +18,392
    เหตุใดการทำสมาธิจึงต้องเริ่มต้นจากการนั่งหลับตา

    เหล่าพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ล้วนสั่งสมภูมิวิปัสสนา จนเกิดความรู้แจ้งในเหตุดังกล่าว ได้ดังนี้คือ

    การที่เราจะชำระจิต ซึ่งเกิดดับอยู่ภายใน ควรเริ่มต้นจากการสร้างพื้นฐานให้จิตเข้าสู่สภาวะสงบระงับ เพราะธรรมชาติของจิตคือไม่สงบนิ่ง จิตย่อมส่ายไปมา ตามกระแสอาสวะปรุงแต่ง

    การสร้างพื้นฐานดังกล่าว อาศัยสองส่วนคือ
    1 กายสงบนิ่ง คือการสำรวมการอินทรีย์ รวมถึงการปิดทวารทางกายทั้งหมดสิ้น
    2จิตสงบนิ่ง อาศัยศีล สมาธิ คือสติและกรรมฐานเป็นเครื่องกำกับ

    การหลับตาเป็นอาการเพียงส่วนหนึ่งเพื่อช่วยนำสู่ความสงบนิ่ง แต่แท้จริง อาการทางกายอื่นๆก็เช่นเดียวกัน ต้องสงบนิ่งด้วย

    ดวงตาจึงไม่มีความจำเป็นในการใช้มองอะไร แต่ที่ต้องใช้คือจิต ที่ต้องเขาไปดูจิตภายใน

    เมื่อเราสามารถสำรวมกาย ใจ ได้แล้ว ความสงบนิ่งปรากฏแล้ว เมื่อนั้นเราจะเห็นธรรมชาติของกายที่สงบนิ่ง เราจะเห็นสภาวะของจิตที่สงบนิ่ง
    การเข้าไปเห็นธรรมชาติส่วนนี้เอง ย่อมก่อให้เกิดปัญญาในทางธรรมมากมาย

    เมื่อเราทรงอยู่ด้วยธรรมดาเช่นนี้ เราย่อมเห็นภูมิธรรมของจิตที่ละเอียดลงไป จนที่สุดคือเราไม่เห็นอะไร และอะไรๆก็ไม่มีให้เราเห็นแม้เราเห็นเราก็ไม่ยึดติดว่าเห็นหรือเป็นอะไร มันคงเป็นเพียงธรรมดาตามสภาวะของมันแค่นั้น

    ดังนั้น การฝึกสมาธิจึงมีเหตุที่มาที่ไป ที่เราควรทำความเข้าใจและเรียนรู้ฝึกฝนกายใจของตน เพื่อจะได้ทำได้ถูกต้องและเกิดประโยชน์ที่แท้จริงนั่นเองครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...