เรียนเชิญ ผู้ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ตามแนววิชชาธรรมกาย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 21 สิงหาคม 2014.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    เรื่อง "วิธีเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน : พิจารณา และปหานอนุสัยกิเลส"

    โดย พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตฺตโม)
    ในสมัย พระภาวนาโกศลเถร
    วัดปากน้ำภาษีเจริญ

    *คัดลอกมาบางส่วน

    ลำดับนี้ จะได้แนะนำวิธีพิจารณาอนุสัยกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดาน พร้อมด้วยวิธีปฏิบัติภาวนาเพื่อปหานอนุสัยกิเลสให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษอีกต่อไป

    คำว่า อนุสัยกิเลส นั้น หมายถึง กิเลสละเอียด ที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดานของสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีอยู่ ๗ อย่าง คือ
    ๑. #กามราคานุสัย ได้แก่ กิเลสละเอียดประเภทความยินดี พอใจ ติดใจ อยู่ในกามคุณทั้ง ๕ คือ ความติดใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส และในสิ่งสัมผัสทางกาย กิเลสประเภทนี้ เมื่อมีสิ่งที่จะก่อให้เกิดอารมณ์จากภายนอกมากระทบ หรือจิตสร้างอารมณ์ขึ้นมาเอง ก็จะแสดงตัวออกมาพร้อมกับอกุศลจิต ในรูปของราคะ โลภะ หรืออภิชฌา วิสมะโลภะ ซึ่งเป็นกิเลสในระดับกลาง และหยาบตามลำดับ
    ๒. #ทิฏฐานุสัย ได้แก่ กิเลสละเอียดประเภทความเห็นผิดซึ่งจะแสดงตัวขึ้นมาในรูปของโมหะ หรือมิจฉาทิฏฐิ พร้อมกับอกุศลจิต ในฐานะเป็นเหตุนำ หรือเหตุหนุน แล้วแต่กรณี
    ๓. #ปฏิฆานุสัย ได้แก่ กิเลสละเอียดประเภทความขัดเคืองใจ ไม่พอใจในอารมณ์ต่าง ๆ เมื่อจิตกระทบเข้ากับอารมณ์ที่ไม่ถูกใจ ก็จะแสดงตัวออกมาในรูปของโทสะ คือ ความโกรธอย่างรุนแรง หรือในรูปของโกธะ คือความโกรธอย่างบางเบา , หรืออุปนาทะ คือ ความผูกใจเจ็บ ผูกพยาบาท หรือจองเวร
    ๔. #ภวราคานุสัย คือ ความยินดีในความเป็นอยู่ในภพ
    ๕. #มานานุสัย คือ ความอวดดื้อ ถือดี ไม่ยอมลงใคร ไม่ว่าจะผิด หรือถูก ซึ่งจะออกมาในรูปของมานะทิฏฐิ อันเป็นปมด้วย หรือปมเด่นในทางต่าง ๆ
    ๖. #วิจิกิจฉานุสัย คือ ความลังเลสงสัย ในสภาวธรรมต่าง ๆ และ
    ๗. #อวิชชานุสัย คือ ความไม่รู้สัจธรรมทั้ง ๔ ได้แก่ ความไม่รู้ในลักษณะของทุกข์ ทั้งลับ และเปิดเผย ทั้งที่เห็นได้ง่าย และที่เห็นได้ยาก ความไม่รู้ในเหตุแห่งทุกข์ ความไม่รู้ในสภาวะที่ทุกข์ดับเพราะเหตุดับ ความไม่รู้ในหนทางปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์อันถาวร ความไม่รู้อดีต ความไม่รู้อนาคต และความไม่รู้เหตุ และผลที่เกี่ยวเนื่องกัน อันเป็นผลให้เกิดทุกข์ ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาทธรรม อวิชชานุสัยนี้ จะแสดงตัวออกมาพร้อมกับ อกุศลจิต ในฐานะที่เป็นทั้งเหตุนำ และเหตุหนุนกิเลสอื่น ในลักษณะของโมหะ หรือมิจฉาทิฏฐิ

    อนุสัยกิเลสทั้ง ๗ นี้ ความจริงก็มีอนุสัยหลักอยู่ ๓ ประเภท คือ ปฏิฆานุสัย , กามราคานุสัย และ อวิชชานุสัย ส่วนอนุสัยกิเลสอื่นนอกจากนี้ ก็เป็นแต่เพียงแยกรายละเอียดออกไปจากอนุสัยหลักนี้เท่านั้น

    ........

    จากหนังสือ นิตยสารธรรมกาย
    ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓ กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๓๒ หน้า ๒๒-๒๓



    20664137_729973080537200_328569527195043884_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    20638308_730263980508110_3876236847303604796_n.jpg

    **********************************
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    วันศุกร์ ที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐
    เวลา (๑๙.๓๐-๒๑.๐๐)น.
    สวดมนต์ทำวัตรเย็น
    และเจริญสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน
    ตามแนวมหาสติปัฏฐาน ๔
    ( ทุกวัน ท่านใดสนใจสามารถมากิจกรรมได้ทุกวัน)
    ณ วิหารกลางน้ำพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ชั้น ๓
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ. ดำเนินสะดวก จ. ราชบุรี
    และขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมได้ทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ (ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น)



    ?temp_hash=7ee863562ee2cc91e2d3925dc5bc44ed.jpg

    ?temp_hash=7ee863562ee2cc91e2d3925dc5bc44ed.jpg

    ?temp_hash=7ee863562ee2cc91e2d3925dc5bc44ed.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    ... “สุขพอประมาณเป็นไฉน มาเกิดในมนุษยโลก เป็นหญิงก็ดี เป็นชายก็ดี จงแสวงหาเถิด


    ความสุขอยู่ในทานการให้ ยิ่งใหญ่ไพศาล ความสุขอยู่ในทานการให้ หรือความสุขอยู่ในศีล รักษากายวาจาให้เรียบร้อยดีไม่มีโทษ หรือสุขอยู่ในการเจริญภาวนา


    ให้เป็นเหตุลงไปเป็นสุขยิ่งใหญ่ไพศาล ให้อุตส่าห์ให้ทาน


    สมบัติเงินทองข้าวของ ที่เป็นวิญญาณกทรัพย์และอวิญญาณกทรัพย์ ที่เราหาได้มา เก็บหอมรอมริบไว้หรือได้มรดกมาก็ดี สิ่งทั้งหลายนั้นเมื่อเรารักษาอยู่ เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นของเราอยู่ แต่พอแต่กายทำลายขันธ์เท่านั้น สมบัติเหล่านั้นไม่ใช่ของเราเสียแล้ว กลายเป็นของคนอื่นเสียแล้ว ไม่ใช่ของเราจริงๆ


    ในมนุษย์โลก เราผ่านไป ผ่านมา เท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นบ้านเมืองของเรา ไม่เป็นถิ่นทำเลที่เราอยู่ เป็นทำเลที่สร้างบารมี มาบำเพ็ญทาน ศีล เนกขัมม์ ปัญญา วิริยะ อธิษฐาน ขันติ สัจจะ เมตตา อุเบกขา เท่านั้น” ...

    (สุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้ ๑๙ กันยายน ๒๔๙๗)



    ?temp_hash=bfe51a62fb6ce0d556110a0cb9defcfe.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    20841919_733267686874406_22066502775945514_n.jpg


    วัดหลวงพ่อสดฯ


    จากหนังสือ ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ
    เรื่อง "พระเณรที่ไม่สนใจปฏิบัติธรรม จะมีผลอย่างไร"
    พิมพ์ครั้งที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ หน้า ๑๒๓-๑๒๔

    หรือนิตยสารธรรมกาย
    ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๔ ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๔๐ หน้า ๙๙-๑๐๐
    จากการตอบปัญหาธรรม ช่วงอบรมพระกัมมัฏฐาน รุ่นที่ ๓๔
    โดย พระเทพญาณมงคล (เสริมชัย ชยมงฺคโล)
    เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

    *คัดลอกบางส่วน

    .....

    เพราะฉะนั้น นี่แหละ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้เห็นแจ้งด้วยพระองค์เอง แล้วรวมเรียกว่าตรัสรู้ แล้วจึงทรงนำพระธรรมนั้นมาสอนเรา ให้ถือหลักปฏิบัติว่า ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส คือ ชำระกิเลสนิวรณ์ เครื่องกั้นปัญญา แล้วจึงจะสามารถเห็นแจ้งรู้แจ้งสภาวธรรม และสัจจธรรม แล้วจะเกิดปัญญา เห็นทางเจริญทางเสื่อมแห่งชีวิต รู้บาปบุญ คุณโทษ ตามที่เป็นจริง
    เพราะฉะนั้น ถ้าใครสนใจศึกษา และปฏิบัติธรรม ก็ย่อมเห็นทางดำเนินไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และสันติสุข จนถึงความพ้นทุกข์อย่างถาวรได้ แต่ใครไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่ ก็ไม่รู้แจ้ง เมื่อไม่รู้แจ้ง ปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำ นับตั้งแต่ความขี้เกียจ ความไม่รู้บาปบุญ คุณโทษ ตามที่เป็นจริง ไม่รู้ว่าอะไรดี-ไม่ดี ไม่รู้ว่าทางเจริญ-ทางเสื่อมแห่งชีวิตตามที่เป็นจริงว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามกรรม ของใครก็ของใคร ใคร ๆ ก็ช่วยไม่ได้

    เพราะฉะนั้น คำถามของท่านที่ว่า พระเณรไม่สนใจในด้านการศึกษา และปฏิบัติธรรม ว่าจะมีผลอย่างไร ก็สรุปได้ว่า มีผลเหมือนคนตาบอด ตาบอดแล้วไม่พยายามทำตนเองให้เป็นคนตาดี เดินเปะปะหลงทางไป ใครก็ช่วยใครไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ทางปฏิบัติมีอยู่ ทางไปสู่ความสว่าง ความเจริญ และสันติสุขแห่งชีวิต ไปถึงความพ้นทุกข์อย่างถาวรก็มีอยู่ ผู้บอกทางให้ก็มีอยู่ แต่ถ้าท่านใดไม่เปิดหู เปิดตา ที่จะให้เห็นแสงสว่าง หรือทางนั้น ไม่เปิดใจให้เกิดปัญญารู้แจ้ง เห็นแจ้งทางเจริญ ทางเสื่อม เพื่อจะได้เลือกทางเดินให้ถูกต้อง ท่านเหล่านั้นก็เป็น เหมือนคนตาบอดเรื่อยไป ประกอบตน ผิด ๆ ถูก ๆ ขนาดว่าฝึกปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ก็ยังปฏิบัติไม่ค่อยจะถูก ถ้าไม่สนใจศึกษา ทำความเข้าใจ และปฏิบัติให้ดี ยิ่งขึ้นไป เพราะกิเลสมันหนาแน่น ใคร ๆ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ก็หนักเฉพาะตัวไปเท่านั้นซิครับ

    เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า สัตว์โลกอย่าเช่นมนุษย์นี่ ตายจากความเป็นมนุษย์แล้ว จะได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์อีกยากนัก เพราะอะไร เพราะมัวแต่คิดผิด รู้ผิด เห็นผิด ทำผิด พูดผิด ๆ นำคนอื่น ๆ ผิด ๆ หลงตามคนอื่นผิด ๆ ชีวิตก็ไปในทางเสื่อม เป็นโทษเป็นความทุกข์ เดือดร้อน เมื่อจิตใจเศร้าหมองก่อนตาย ย่อมเป็นชนกกรรมให้ไปเกิดในทุคติภูมิ เรื่องก็เท่านั้น ตัวใครตัวมัน ทางที่ดีมีอยู่แล้ว ทางสว่างมีอยู่แล้ว คนบอกก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่พยายามศึกษา ไม่พยายามเข้าหาทางสว่าง เรื่องก็จบสำหรับท่านเหล่านั้น ใครจะไปช่วยใครได้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    20881892_1782873515059486_5798628267080048367_n.jpg

    ******************************************

     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    20914493_1781661518514019_1510494978062800153_n.jpg

    ************************************


     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    ?temp_hash=2a4b08033723989e573c33308b973d78.jpg






    #อมตวัชรวจีหลวงป๋า

    พระราหู
    มีอิทธิพลให้เกิดสุขหรือทุกข์แก่มนุษย์โลกได้จริงหรือ ???


    ท่านทั้งหลายคงได้ยินข่าวนะ ข่าวว่ามีดาราประสบอุบัติเหตุตาย แล้วก็มีข่าวไปในทำนองว่านี่เพราะเหตุราหู ตัวนั้นตัวนี้ เย้อะแยะเลย ตัวอักษรอย่างนั้นอย่างนี้ เยอะแยะเลย นั่นแหละ จะต้องมีผลกับเพราะราหู แล้วก็ พูดไปพูดมาก็มีแนวโน้มชักนำไปว่า ก็ต้องให้บูชาด้วยของดำ ๘ อย่าง อย่างเคย ซึ่งเรื่องนี้ อาตมาเคยได้พูดมาครั้งหนึ่งแล้วตั้งแต่ต้น แต่ว่าพวกเราจะจำได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ นั้นอย่างหนึ่ง และเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วด้วยกับสื่อมวลชน แต่มันก็แปลกไปอย่างหนึ่งว่า สื่อมวลชนนั้น ทั้งๆที่เราพูดของดีของถูกต้อง ไม่ค่อยจะลงให้หรอก หรือว่าจะมีการออกอากาศทางวิทยุโทรทัศน์ ก็เป็นเวลาที่ไม่ค่อยจะสลักสำคัญ ที่คนหมู่มากได้ฟัง แต่ว่า ถ้าว่าพูดให้สะใจชาวบ้านแล้วก็เขาจะรีบลง เพราะฉะนั้น วันนี้พูดอีกครั้งหนึ่ง พูดอีกครั้งหนึ่ง

    ว่า ให้จำไว้เลย เราเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธศาสนา ต้องเข้าใจว่า เรามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นเรื่องสำคัญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นแหละ ชี้ชัดพิสูจน์ได้แล้วว่า คนเราน่ะจะอยู่ดีมีสุขหรือมีทุกข์ จะเจริญรุ่งเรืองหรือจะเสื่อม จะเป็นผู้ที่มีกายมีวาจามีใจ หยาบ หยาบคาย หยาบกระด้าง หรือจะละเอียดปราณีต ก็ด้วยกรรม คือการกระทำความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

    ถ้าทำกรรมดีทางกาย ทางวาจา และทางใจแล้ว ผลของกรรมนั้น จะส่งผลให้เป็นความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ แต่สัตว์โลกทั้งหลายเพราะอวิชชาความมืด ไม่รู้บาปบุญคุณโทษตามที่เป็นจริง จึงไปหลงคว้าที่พึ่งอื่น ไปหลงยึดที่พึ่งอื่น ไปปฏิบัติอย่างอื่น ชื่อว่าสีลัพพตปรามาส อันไม่ตรงตามเหตุตามปัจจัยให้เกิดทุกข์หรือให้เกิดสุข คือไม่รู้อย่างเที่ยงตรงตามที่เป็นจริงว่า เหตุปัจจัยอะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เหตุปัจจัยอะไรเป็นเหตุให้เกิดสุข ก็หลงคิดผิดๆ ด้วยรู้ผิดๆ หลงคิดผิดๆ ทำผิดๆ พูดผิดๆ แล้วก็นำคนอื่นผิดๆ ส่วนที่ผิดนั้นแหละ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน ทั้งแก่ตัวเองและแก่ผู้อื่น

    ทีนี้ การที่สัตว์โลกทั้งหลาย จะมีทุกข์หรือมีสุขนั่น กล่าวโดยสรุป เป็นผลของกรรมดีหรือกรรมชั่ว ที่เราทำมาแล้วแต่อดีตนับภพนับชาติไม่ถ้วน มาจนถึงปัจจุบัน อ้ายที่ทำมาแล้วในส่วนของกรรมชั่ว หรือ กรรมไม่ดี ซึ่งบางคนก็รู้บ้าง บางคนก็แทบจะไม่รู้เลย ทำตามเขาไปเรื่อยๆ โดยตนเองไม่มีสติปัญญาอันเห็นชอบ ผิดบ้าง ถูกบ้าง จึงเกิดการกระทำกรรมชั่วและกรรมดี ไปตามภูมิธรรมภูมิปัญญาของแต่ละคน

    กรณีที่บุคคลคลทำชั่ว ทุกขณะทางกาย ทางวาจา และใจ ด้วยเจตนาความคิดอ่านที่คิดผิด รู้ผิด เห็นผิด จึงทำผิด พูดผิด และนำคนอื่นผิดๆ อย่างนี้ เป็นผลให้เกิดความทุกข์เดือดร้อน แม้กระทั่งการเสียชีวิตเร็ว นั่นเกิดแต่ปาณาติบาต เวรปาณาติบาตฆ่าสัตว์มา หรือว่าจะมีอายุยืน มีสุขภาพพลานามัยดี ก็เกิดจากทานกุศลด้วยการให้ชีวิตเป็นทาน เกิดจากการให้ทานหรือทานกุศล ที่เรามีเมตตาอารี เผื่อแผ่แก่ผู้อื่นด้วยปัจจัย ๔ นี่ ก่อให้เกิดความเจริญตั้งแต่ระดับมนุษยสมบัติ มีรูปสมบัติ รูปสมบัตินี่กินความไปถึงมีชีวิตยืนยาว สุขภาพอนามัยดีหรือไม่ดีด้วยนะ รูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ บริวารสมบัติ อย่างนี้เป็นต้น นี่ ศีลกุศล ทานกุศล ที่ทำไปจะได้รับผลอย่างนี้

    แต่คนที่ทุศีล มักฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แน่นอน ตายเร็ว อายุสั้น ถ้าเป็นสัตวใหญ่ หรือเป็นสัตว์ที่ต้องใช้ความพยายามมากจึงฆ่าได้ หรือเป็นสัตว์ที่มีคุณธรรมสูงยิ่งให้ผลเร็ว ยิ่งให้ผลเร็ว นี้เป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติไม่มีใครตั้งขึ้น เพราะฉะนั้น ในกรณีที่คนตายเร็ว หรือเป็นขี้โรคอ่อนแอนั้น หรือทุพพลภาพนั้น เป็นเหตุเป็นปัจจัยมาจากทุศีลข้อปาณาติบาต

    แต่ส่วนว่า สมบัติจะวิบัติฉิบหายไปด้วยประการต่างๆ เป็นผลจากการทุศีล คือการกบฏ คดโกง ล่อลวงเขา ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ นี่อีกอันหนึ่ง เพราะฉะนั้น นี้เป็นตัวอย่างอย่างย่อในการกระทำชั่ว ซึ่งคนไม่รู้ หรือบางคนก็รู้ ก็ทำๆไปทั้งที่รู้ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ผลมันเกิดอย่างนี่

    ทีนี้ คนทำความดี ตรงกันข้าม เช่นว่า ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน หรือบริจาคทาน ปัจจัย 4 ต่างๆ ให้เป็นการช่วยเหลือคนอื่น ให้เขาพ้นทุกข์หรือเขาอยู่ดีมีสุข หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้แก่ผู้ที่กำลังประพฤติปฏิบัติธรรม ขจัดขัดเกลากิเลสตนเองและผู้อื่น อย่างนี้ หรือเป็นผู้ทรงศีลทรงธรรม อย่างนี้ ก็จะมีผลให้เกิดความสุขสมบูรณ์บริบูรณ์แก่ตนเอง ครอบครัวและหมู่คณะ เรียกว่าเป็นมนุษย์สมบัติ นี่ ได้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ให้เข้าใจอย่างนี้

    ทีนี้ เมื่อเข้าใจแล้วท่านพิสูจน์ดู พิสูจน์ดูในภพชาตินี้ เห็นได้รู้ได้ในชาตินี้ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่พิสูจน์ได้ เป็นอย่างนี้

    ทีนี้ แต่ว่า เรื่องของอิทธิพลดวงดาวนี่ ถ้าจะถามว่ามีไหม ตอบอย่างนี้เสียก่อนว่า อิทธิพลดวงดาวนั้นเป็นเครื่องชี้แสดง ที่บรรดาบุคคลที่เขาศึกษาเรื่องอิทธิพลดวงดาว เก็บเหตุเก็บปัจจัยหรือเก็บผลของกรรม ที่ปรากฏขึ้นในชีวิตของสัตว์หรือบุคคล ในขณะที่ดวงดาวต่างๆเล็งลัคนา เป็นสถิติว่าถ้าดวงดาวต่างๆอย่างนี้ๆ มีกำลังอย่างนี้ๆ เล็งลัคนาของผู้ใดอย่างนี้ ปรากฏผลอย่างนี้ๆ ดีบ้าง ชั่วบ้าง แต่เหตุปัจจัยที่แท้จริงคือ"#กรรม"

    เพราะฉะนั้น การทำอย่างอื่นที่จะแก้กรรมน่ะ มันอาจจะได้เล็กน้อย เหมือนคนกางร่ม อาจจะได้ผลนิดหน่อย ในเรื่องของกำลังใจ ในเรื่องของทานกุศล หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือการสะเดาะเคราะห์อะไรอย่างนี้ อาจจะได้ผลเล็กน้อยชั่วคราว แต่ตราบใดถ้าฝนตกก็หนีฝนไม่พ้น แต่ถ้าจะหนีฝนให้พ้น เราก็ต้องอยู่ในที่ที่ถาวร คือ ความดีของเราจะต้องทำให้ถาวร เป็นบุญ เป็นบารมี เป็นอุปบารมี ปรมัตถบารมี นั่นแหละถาวรล่ะ ละความชั่ว ทำความดี ทำใจให้ผ่องใส ด้วยการรักษาศีล บริจาคทาน เจริญภาวนาสมาธิ ให้เกิดปัญญา แล้วทำความดีเรื่อยไป รุดหน้าเรื่อยไป ความดีที่ถูกต้อง ไม่เป็นสีลัพพตปรามาส ไม่ไปหลงยึดอื่น ที่ไม่ใช่เป็นเครื่องกำจัดเหตุปัจจัยแห่งความทุกข์ หรือไม่ใช่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแห่งความสุขที่แท้จริง หลงยึดถืออย่างนั้นเสีย มาปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง เราก็จะได้ผลเป็นการถาวร ไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์บ่อยๆ ไม่ต้องไปเที่ยวหาเซ่นสรวงบวงวัก อะไรๆซึ่งผิดไปอย่างมากอย่างมหันต์

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการบูชาราหู ๘ อย่าง ด้วยสิ่งดำ ๘ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสุรา เรื่องการเอาสัตว์ตัดชีวิต ไก่ดำเอย อะไรดำเอย มันหมดเล้า หมดอะไรมา จนกระทั่งหนักๆเข้า เหลือไอ้ตัวเล็กตัวน้อย ก็เอามาฆ่ามันหมด นั่นเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดปาณาติบาต สร้างผลกรรมต่อไปอีก หนักไปยิ่งกว่าเก่า นี่ เป็นอย่างนี้

    ทีนี้ แต่บางคนอาจจะว่า เมื่อบูชาแล้วได้ผล คนไม่บูชามันถึงตาย ความจริงอ้ายคนมันจะตายน่ะ มันตายมาตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนราหูคนก็ตาย ดารารถชนตายก็มีรถคว่ำก็มี ไม่มีราหู แล้วก็ตัวม. ตัวส. ไม่รู้หล่ะ ตัวอะไรๆที่เขาบอกมาน่ะ มันตายมาแล้วทั้งนั้นแล้วแหละ มันไม่ต้องรอราหูหรอก มันตายมาก่อนหน้านั้น ด้วยผลของกรรม และยังจะมีตายต่อไปอีก อย่าไปโทษราหู นี่แหละ ปัญญาแค่นี้คิดไม่ออก แล้วก็ มันถึงได้โง่ เป็นสีลัพพตปรามาส และไม่ใช่พระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายพึงเข้าใจจุดนี้ให้ดี คนเราถ้ามันจะตาย มันตายแหงๆ เพราะผลของกรรม ผลของกรรมนั้นหนีไม่พ้นนะ ต่อให้เป็นใคร อยู่ที่ไหน จะใช้เงินทองสารพัดเท่าไหร่ ไม่รอด ถ้าจะตาย ไม่ว่าจะก่อนราหู ขณะราหู หลังราหู ถ้ามันจะตายต้องตาย

    แต่นั่นหมายเอาว่า เหตุคือกรรมชั่วมีอยู่ แล้วยังไม่กระทำกรรมดี หรือดีไม่พอ เพราะกรรมชั่วนั้นใครๆก็เคยทำมาทั้งนั้น แต่เมื่อรู้ เข้ามาสู่กระแสแห่งธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เรารีบปฏิบัติ ธรรมะนี้โดยละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส ถ้าทำอย่างนี้แล้วผลที่เกิดขึ้นก็คือว่า กรรมชั่วที่เราทำมานั้น จะเตรียมให้ผลเหมือนกับสุนัขไล่เนื้อ ที่เตรียมที่จะไล่จะงับขาเรา ถ้าคนที่ปฏิบัติกรรมชั่วนั้น มีสุนัขไล่เนื้อตามอยู่ ถ้าหากว่าหยุดยืนเฉยๆคือไม่ทำกรรมดี สุนัขไล่เนื้อก็ถึงเร็วให้ผลเร็ว

    แต่ถ้ากลับทำชั่วไปอีก โดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือความชั่ว เหมือนกับว่าหันหน้าเดินกลับ หรือวิ่งเข้าไปหาสุนัขไล่เนื้อนั้น ก็ได้ผลเร็วและแรง มิจฉาทิฏฐิ ความหลงผิดนี่แหละ ช่วยให้แรงนักหนา

    แต่ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิ ปฏิบัติธรรม มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล ดังกล่าว คุณความดีนี้จะมีผล ให้ได้รับผลของบุญกุศลนี้ก่อน ช่วยชะลอกรรมเก่า ที่มันไม่ดี ซึ่งเราไปแก้ไขไม่ได้เพราะเป็นอดีต ซึ่งกำลังจะให้ผลในปัจจุบันและอนาคต ช่วยชะลอกรรมเก่าจากหนักเป็นเบา จากเบาก็หายไปเลย อย่างนี้ต่างหาก เหมือนคนมีปัญญา มียานพาหนะ มีกำลัง วิ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้น ทำความดีตั้งแต่ทานกุศล ศีลกุศล วิ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้น หรือมียานพาหนะขี่จักรยานเข้า ให้มันเร็วถึงมอเตอร์ไซค์ นะ สุนัขไล่เนื้อมันก็ตามทันได้น้อยลงๆไปตามลำดับ จนกระทั่ง ถ้าทำความดีอย่างยิ่งขึ้นไปถึงภาวนากุศล นี่..อย่างเราทำนี่ ให้เกิดสมาธิ ให้เกิดปัญญา เหมือนกับเราขี่รถเก๋งหนีสุนัขไล่เนื้อ เราก็ได้รับผลดีก่อน เรียกว่า"#ผลบุญนำหน้าบาป" ทำอย่างนี้แล้ว จากหนักจะเป็นเบา จากเบาก็จะหายไปเลย ไม่ต้องไปเส้นสรวงบวงวักให้เกิดเวรเกิดกรรม คือ ๑. เป็นมิจฉาทิฏฐิ ถ้าเบาหน่อยเป็นสีลัพพตปรามาส ถ้าว่าปฏิบัติธรรมก็ยังไม่บรรลุมรรคผล ถ้าตราบใดที่ยังติดสีลัพพตปรามาส คือการถือศีลพรตที่ผิด อันไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ได้จริง นี่ มันเป็นอย่างนี้

    เพราะฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายปฏิบัติอย่างนี้ ผลบุญจะนำหน้าบาป ดียิ่งๆขึ้นไปก็พ้นทุกข์ได้ ถึงซึ่งความสุขได้ แต่ถ้ากรรมเราเคยทำมาหนัก มันจะโดนบ้างมันก็เป็นธรรมดา นะ ไม่ต้องไปคิดหาอะไรให้มันเสียเวลา

    เราทำกรรมดีอย่างนี้เป็นของถาวร เหมือนกับเราพยายามสร้างบ้าน สร้างบ้านเรือนของเราให้มั่นคง คือ การบำเพ็ญบุญ บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี คุณความดีให้แก่กล้า ด้วยธรรมะปฏิบัติที่ดี เหมือนกับเราสร้างบ้าน เราสร้างบ้านใด้ดี ใด้มั่นคงเท่าไหร่ เรื่องลม เรื่องฝน เรื่องแดด เป็นอันว่า เราจะได้รับการคุ้มครองมากเพียงนั้น "ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ" ธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม ด้วยอาการอย่างนี้ แล้วท่านไม่ต้องไปสงสัย

    เพราะฉะนั้น นี่แหละจึงเล่าให้ฟังว่า อย่าหลงเข้าใจผิดในเรื่องเหล่านั้น แล้วไปกระทำความผิด ไปคิดผิดๆ แล้วก็แถมแนะนำกันผิดๆเพราะกลัวตาย กลัวตาย นี่ เพราะฉะนั้นให้เข้าใจอย่างนี้

    #แล้วจะขอแถมนิดหนึ่งว่า ถ้าจะมีคำถามว่า เทพเจ้าประจำดวงดาวต่างๆอย่างว่า จะเป็นพระอาทิตย์ก็ตาม พระจันทร์ก็ตาม หรือแม้แต่ราหูก็ตาม มีไหม ??

    ก็บอกว่า ถ้าจะว่าเทพเจ้า หรือเทวดานั้น มีสถิตอยู่ในทุกที่ในเทวภูมิ และภูมิใดจะเป็นเทพเจ้าใด ย่อมมีเป็นปกติ นี้..ก็มีอยู่ในคัมภีร์ ไม่ใช่ไม่มี แม้แต่ราหูก็มี ไม่ใช่ไม่มี มี มีอยู่ในคัมภีร์

    แต่ ท่านทราบไหม ว่าราหูแพ้อะไร แพ้พระรัตนตรัย แพ้พระรัตนตรัย เพียงแต่ท่องคาถา ไม่ต้องไปเอาคาถาอะไรหรอก พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เนี่ย ราหูนี่จะต้องวิ่งหนีจนเหงื่อตก เท่านี้แหละ ไม่ต้องกล่าวถึงการปฏิบัติอย่างที่เราทำนี่ เพียงแต่เจริญภาวนา ก่อนนอนไหว้พระ สวดมนต์ หรือเจริญภาวนา ตั้งใจรักษาศีล เจริญภาวนาสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน หรือวันหนึ่งทำครั้งหนึ่งเท่าที่เราสามารถทำได้ ก็เป็นอันว่า สามารถจะช่วยให้ได้รับผล เป็นคุณความดี เป็นผลแห่งคุณความดี เป็นความสุขความเจริญ เป็นการพ้นทุกข์ไปอย่างแท้จริงอย่างนี้ได้

    เพราะฉะนั้น ให้ท่านนึกดูอีกนิดนึง ให้ท่านไปอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อีกนิดนึง ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น กับดาราน่ะเป็นอย่างไร นะ ดารานั้นน่ะเขาดีในทางโลก แต่ทางธรรมยังไม่ถึงขั้น บอกซะตรงๆอย่างนี้ เพราะอะไร ก็เพราะเขาไม่นับถือพระรัตนตรัย แล้วไปชนบ้านใคร ขณะไหน ไปชนบ้านนายกเทศมนตรีเมืองพัทยา ซึ่งกำลังนำครอบครัวสวดมนต์อยู่ก่อนจะนอน นี่แหละ จึงเล่าให้ฟังอย่างนี้

    เพราะฉะนั้น ให้เข้าใจว่า ทำดีไม่มีปัญหา ปัญหาน้อยลงๆไปตามลำดับ ตั้งใจมั่นอย่างนี้แล้วจะไม่ผิด เป็นสัมมาทิฏฐิ จากหนักก็เป็นเบา จากเบาก็หายไปเลย ให้จำไว้ ไม่ต้องไปเสียเวลาทำ ถ้าจะว่าจริงๆคือบ้าๆบอๆ เพราะอะไร เพราะนั้นเป็นเครื่องแสดงเท่านั้น

    ในคัมภีร์ปรากฏเลยว่า พระราหูนั้น เมื่อผู้ใด เช่น สุริยเทพ หรือ เทวดาประจำพระจันทร์ ที่ถูกราหูรบกวนเอานั้น เพียงเจริญภาวนาท่องคาถาบทพระพุทธคุณนิดเดียวเอง พระราหูนั้นก็หายไป ตัวสั่นเทา นั่น ต้องไปถามเทพที่สูงๆยิ่งๆขึ้นไปว่าเพราะเหตุใด เมื่อได้รับทราบแล้วจึงถึงบางอ้อ

    เพราะฉะนั้น เรื่องความร้ายทั้งปวง ไม่ต้องนับเรื่องราหูล่ะ ทุกอย่าง แพ้พระรัตนตรัย ให้จำไว้ แต่ว่า กรรมของใครก็กรรมของใคร เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผ่านมาแล้วเราแก้ไม่ได้ เราแก้ได้สิ่งที่จะมีต่อไปเท่านั้น คือเราจะต้องศึกษาเหตุปัจจัยแห่งความสุข เหตุปัจจัยแห่งความทุกข์ แล้วเราทำไป ให้ผลบุญ คือความสุขความเจริญ ให้ผลนำหน้าผลบาป ก็จะได้รับผลที่พ้นจากเวรภัยไปตามลำดับ และมีแต่ความสันติสุขและร่มเย็นยิ่งๆขึ้นไป
    ขอให้มั่นในพระรัตนตรัยจะไม่ผิดหวัง อย่าไปถืออย่างอื่นที่ไม่ถูกต้อง

    เพราะฉะนั้น อาตมาก็ถือโอกาสนี้ เจริญพรให้ญาติโยมทั้งหลายได้ทราบเรื่องนี้ จะได้แน่ใจแน่นอน ใครถามจะได้ตอบให้ถูก ไม่งั้นประเดี๋ยวพวกเราจะเผลอไปนึกหวาดหวั่น ตัวอะไรต่อตัวอะไร อักษรไหนต่ออักษรไหน อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ไปหลงทำอย่างนั้นเสียเวลา เสียเวลา เสียเงินเยอะด้วย อย่างน้อยก็ รถติดน้ำท่วมต้องไปหาซื้อไอ้พรรนนี้ ก็แพงด้วย นะ เพราะฉะนั้นก็ยุ่งยาก

    เพราะขึ้นชื่อว่าเหล้า ถึงแม้จะเอาไปใช้เส้นสรวงบวงวักคนอื่น แสดงว่าตนเองก็เมาแบบเหล้านั้นแหละ แล้วก็แถมยังไปหาของที่จะต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อีกมากมาย เพราะฉะนั้น อันนั้นก็เป็นการสร้างเวรสร้างกรรมโดยทางอ้อม และเป็นแมส(Mass)ด้วยนะ คือ เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ทำกันอยู่อย่างนี้ และมีผู้นำชี้แนะชี้ทางอย่างนี้ นั่นแหละ มีผลต่อไปข้างหน้า นะ

    ________________
    เทศนาธรรมจาก

    พระเทพญาณมงคล
    หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก
    จ.ราชบุรี
    _______________
    ที่มา
    จากเทศนาธรรมเรื่อง
    "อิทธิพลดวงดาวกับพระพุทธศาสนา"
    _______________
    เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า
    ขอบพระคุณภาพประกอบธรรมะ.
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21032588_1791539050859599_1100237632188550441_n.jpg

    **********************************************************************


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21106382_708437296007340_5259652304970646450_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    ?temp_hash=60bc24b7e41d7840ce971020b88e7f98.jpg







    จากหนังสือ ตอบปัญหาธรรมปฏิบัติ
    เรื่อง "เอาวิชชาธรรมกายไปผสมกับสายอื่น มีผลเสียอย่างไร"
    พิมพ์ครั้งที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ หน้า ๒๕๒ - ๒๕๓

    โดย พระเทพญาณมงคล (เสริมชัย ชยมงฺคโล)
    เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

    ......
    เพราะจริง ๆ แล้ว ปฏิบัติเพื่อละวางอุปาทานนะ คำว่า “หยุด” นี่เขาให้ปฏิบัติเพื่อให้หยุดชั่ว

    #ให้หยุดปรุงแต่ง ไม่ต้องติดอะไร


    ถ้าหยุดแล้วกลับติด จะไปหยุดทำอะไร



    เอ้า! ถ้าหากมันยังโง่นัก ก็ยึดให้เหมือนลิงติดแหไปเลย ให้ติดนุงนังไปเลย จะได้ไปอบายภูมิสะดวก ๆ

    เพราะฉะนั้นปฏิบัติธรรม ต้องเข้าใจนะว่าปฏิบัติไปทำไม ปฏิบัติไปเพื่อละวาง ละวางกิเลสในใจเรา ปล่อยวางความยึดติด อย่าให้มี แต่ให้รู้ทางปฏิบัติตามที่เป็นจริงว่า อะไรคือทางเดินตามทางที่ครูอาจารย์สอน ตามธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ทำไปเถอะ ไม่เสียผล ไม่ผิดทาง

    ......
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21191850_1793861673960670_5009668773146511969_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21192541_738964006304774_6254211907443505844_n.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    ?temp_hash=dbb137349693f0cbb7674dbe02f66f71.jpg





    #หลวงพ่อสดกับข้าวสาร

    #ก่อนที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจะมรณภาพประมาณ 5 ปี
    ท่านได้เรียกประชุมคณะศิษย์ทั้งในและนอกวัดเป็นกรณีพิเศษที่ศาลาการเปรียญ #เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่าท่านจะถึงกาลมรณภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า
    กิจการใดที่ท่านได้ดำเนินไว้แล้วขอให้ช่วยกันทำกิจการนั้นๆ อย่าทอดทิ้ง ท่านบอกว่าต่อไปวัดปากน้ำจะเจริญรุ่งเรืองใหญ่โต
    แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้วแต่ก็มีโอกาสช่วยวัดได้มากกว่ายังมีชีวิตอยู่ มีลูกศิษย์หลายคนได้อาราธนาขอมิให้ท่านมรณภาพ
    #ท่านตอบว่าไม่ได้อีก 5 ปี #ท่านจะไม่อยู่แน่ๆแล้ว

    #ตั้งโรงครัว

    หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านปกครองทุกคนที่อยู่ในวัดไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ
    สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
    ศิษย์วัดแบบพ่อปกครองลูก
    ท่านยึดหลักธรรมพรหมวิหาร 4 เป็นข้อปฏิบัติ
    ความเป็นผู้มีเมตตาธรรมของท่านนั้น
    เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ศิษยานุศิษย์มาตั้งแต่สมัยที่ท่านอยู่วัดพระเชตุพนฯ

    บางวันท่านออกบิณฑบาตได้อาหารเพียงเล็กน้อย บางวันก็ไม่ได้อาหารเลย วันหนึ่งท่านได้อาหารมาเพียงทัพพีเดียวกับกล้วยน้ำว้า 1 ลูก
    #ขณะที่กำลังจะฉันอาหารนั้น #ท่านเหลือบไปเห็นสุนัขแม่ลูกอ่อนผอมโซ อดอยากมาเดินป้วนเปี้ยน#ท่านบังเกิดความเมตตาสงสารจึงยอมสละอาหารมื้อนั้นให้เป็นทาน #ท่านจึงตั้งปณิธานไว้ว่าถ้ามีกำลังและโอกาสท่านจะตั้งโรงครัวเลี้ยงพระภิกษุสามเณร #เป็นทานแก่ผู้อดอยากยากจนให้ได้ #และท่านก็ทำได้สำเร็จ #เป็นพระองค์แรกที่สามารถเลี้ยงดูพระภิกษุ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ศิษย์วัดตลอดจนผู้มาปฏิบัติธรรมได้ทุกวัน #นับเป็นจำนวนพันก็เลี้ยงได้ #แม้เมื่อมรณภาพไปแล้วจนถึงปัจจุบัน

    "#พวกเอ็งคอยดูนะ แม้เมื่อหลวงพ่อตายไปแล้ว ก็จะเลี้ยงดูให้พวกเอ็งได้อิ่มหนำสำราญ ไม่ต้องกลัว ขอเพียงให้ทุกคนตั้งใจศีกษาเล่าเรียน ตั้งใจปฏิบัติกันให้จริงจัง"
    ------------------------------------------------------------
    แม่ชีพราหมณ์ ช้างเขียว

    หลวง พ่อเป็นคนจริงจัง ทำอะไรทำจริงทำจัง พูดจริง ทำจริง พูดเรื่องอะไรก็ตาม รับรองได้เลยไม่มีคลาดเคลื่อนเลย คำพูดของท่านวาจาศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็ไม่ดุ แต่ไม่รู้ทำไมกลัวท่าน ท่านรู้หมดแหละว่า ลูก ๆ ท่านเป็นยังไงเวลาเทศน์ ใครสักคนกำลังคิดอะไรอยู่ ท่านก็เทศน์แทงใจเลย คนนั้นก็จะรู้ด้วยตัวเอง เรากลัวก็กลัว แต่ก็รักหลวงพ่อ หลวงพ่อให้ช่างปั้นรูปหล่อของท่านไว้ ท่านจะเดินไปให้ช่างดูตัวทุกวัน ท่านรู้ว่าท่านจะเริ่มป่วย ก็เลยให้ช่างปั้นรูปท่านไว้ ภายในบรรจุของศักดิ์สิทธิ์มากมาย ฉันจำได้ตอนหลวงพ่ออายุราวๆ ๗๐ ปี หลวงพ่อผิวขาวสวยงามมาก ท่านดูผ่องใสมาก น่าเลื่อมใสศรัทธามาก ยิ่งตอนหลวงพ่อห่มจีวรใหม่จะดูหลวงพ่อสว่างทีเดียว

    เวลาหลวงพ่อเทศน์ ถ้าวันไหนมีพระลงน้อย ท่านก็จะบอกว่า วันนี้พระแพ้แม่ชี แล้วท่านก็จะไม่เทศน์ด้วย พระก็จะต้องรีบวิ่งไปตามพระมา ตามมาจนเต็มโบสถ์ วันหลังพระก็เข็ด เวลาเทศน์ถ้ามีคนตะบันหมาก ท่านก็จะหยุดเทศน์ รอให้ตะบันเสร็จก่อน น่ากลัวมั้ยละ คนกำลังเทศน์อยู่ดีๆ ก็หยุดเทศน์ไปเฉยๆ วัยพฤหัสหลวงพ่อจะลงมาสอนธรรมะ ถ้าใครส่งเสียงดังรบกวน ท่านก็จะพูดไปเลยว่า เดี๋ยวหูหนวกนะ รบกวนคนกำลังปฏิบัติ เวลาจะมีผู้ใหญ่มาวัดปากน้ำ หลวงพ่อจะเดินตรวจวัด เดินไปตามทาง มองไปทางโน้นที ทางนี้ที ทุกคนรีบเก็บเสื้อผ้า เรียบร้อย รู้เลยว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่มา

    หลวงพ่อท่านเป็นคนประหยัด ละเอียดถี่ถ้วน เดินไปตามถนนท่านเจอเศษไม้เป็นท่อน ท่านเก็บเอามา ท่านบอกว่าเอาไว้ทำฟืนได้ พวกผ้าขี้ริ้วมันขาดแล้วก็อย่าเอาไปทิ้ง ปะมันจำเป็นอะไรมันรั่วขึ้นมา เอาน้ำมันยางโปะมันก็กันได้ ชั่วระยะไม่ให้ทิ้ง แล้วที่ล้างชามอย่าไปเทพรวดๆ ค่อยๆ ริน เอาน้ำออก แล้วไอ้ที่ก้นๆ ไปให้หมู ให้หมากินก็ได้ ท่านสอนละเอียดเลย สอนบ่อยๆ สอนมากๆ เข้าก็ค่อยๆ ซึมเข้าไป สมัยนี้ไม่มีใครทำหน้าที่สอนเหมือนหลวงพ่อวัดปากน้ำเลย
    ---------------------------------------------------------------
    แม่ชีศรีปรุง อุบลนุช

    พอตี ๓ แม่ชีต้องลุก ตวงน้ำใส่แก้ว ตั้งตามโต๊ะ กระโถนอยู่ตรงกลาง เดี๋ยวนี้ไม่ต้องตวงน้ำแล้วมีแก้วกับขวดตั้งสะดวกสบาย หลวงพ่อท่านเคยเรียกแม่ชีและบอกว่าโต๊ะตรงนี้นะ กระโถนตั้งตรงนี้ ตั้งเป็นระยะๆ ผ้าจะปูตรงกลางแล้วมีแก้วน้ำ กาน้ำแก้วน้ำนี้ต้องตวงด้วย ท่านบอกต้องทำให้สะอาดนะ ทำไปนะกุศลใหญ่ บุญใหญ่ สมัยนั้นยังใช้น้ำกรองตักจากแท้งค์ใหญ่ หลวงพ่อจะลงฉัน เวลาพระฉันก็ได้ยินแต่เสียงช้อน ไม่ให้คุยกัน พระเยอะๆ ก็ไม่ให้นั่งคุย ถ้าคุยท่านก็จะถาม “ฉันข้าวหรือกินเหล้า” ไม่ให้พูด ได้ยินแต่เสียงช้อนเพราะว่าเป็นชามกระเบื้อง แต่ก่อนแม่ชีท้วมเป็นแม่ครัวดูแลครัวทั้งหมด มาอยู่ก่อน ๕ ปี แม่ชีเขาจะมีเวรทำวิชชาไม่ขาดสาย พอเวรนี้ออกคนโน้นก็มาแทนเปลี่ยนเวรกัน ไม่ให้ขาด หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แล้วจะจัดสำหรับเอาไว้ให้ต่างหาก

    --------------------------------------------------------------------

    พระอาจารย์สุวิชา เปสโล คณะเนกขัมม์ วัดปากน้ำ

    เมื่อก่อนวัดปากน้ำไม่มีอะไรหรอก ริเริ่มก็เป็นวัดเก่าแก่ กุฏิก็มีไม่กี่หลัง สมัยหลวงพ่อที่นี่ก็เป็นสวนพลู สวนหมาก สวนมะพร้าว สวนเงาะ กุฏิเป็นกุฏิเล็กๆ ยกขึ้น ปลูกด้วยไม้สัก พักได้องค์เดียว อยู่ตามร่องสวน สมัยหลวงพ่อ ตึกยังไม่มี ยกโรงกลางสนามวัดให้พระได้ศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรม ไม่ได้สร้างอะไร อยู่มาพระเณรมากขึ้น ไม่มีที่ศึกษาเล่าเรียน มีคนเขาให้หลวงพ่อช่วยสร้างโรงเรียนขึ้นสักหลัง ต่อมาจึงมีการสร้างพระของขวัญขึ้น องค์ละ ๒๕ บาท เพื่อนำเงินมาสร้างโรงเรียนหลวงพ่อบอกว่า เราต้องสร้างคนเสียก่อน ให้มีความรู้ ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา ให้รู้จักธรรมะ ให้รู้จักบุญ รู้จักบาป รู้จักคุณ รู้จักโทษ เดี๋ยวเขาก็สร้างเอง เขามีศรัทธาเดี๋ยวเขาก็สร้างเอง ไม่ต้องบอก แล้วอีกอย่างหนึ่งที่หลวงพ่อสอนทุกเช้า คือเมื่อพระภิกษุสามเณรบวชมาแล้วให้ตั้งอยู่ในธรรมวินัย ไม่ต้องวิ่งไปหาญาติโยม ให้อยู่ในวัด ประพฤติปฏิบัติให้ดี เมื่อเราประพฤติปฏิบัติดี เดี๋ยวเขาก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาก็เอาอาหารมาถวายเอง หลวงพ่อมีอุดมคติอย่างนั้น พระภิกษุสามเณร อุบาสก แม่ชีจึงต้องปฏิบัติกันทุกคน ไม่ต้องกลัวอด ถ้าอดเป็นอด ตายเป็นตาย ขอให้เราประพฤติ ปฏิบัติจริง ตั้งอยู่ในพระธรรมวินัยจริงมนุษย์ไม่เห็น เทวดา ผีสางก็เห็นเขาก็สรรเสริญเอง

    หลวงพ่อมีลูกศิษย์ ลูกหาอยู่ทั่วประเทศ สมัยนั้นพระเณรหลวงพ่อไม่ให้มีวิทยุ โทรทัศน์ ไม่ให้จับเงิน จับทอง แต่ก่อนพระเณรที่มาอยู่กับหลวงพ่อให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหาร หลวงพ่อมีโรงครัวเลี้ยง มีพระจบเปรียญกันมากมายจากวัดปากน้ำ หลวงพ่อสด ท่านสอนว่าใครจะโจมตีเรายังไงก็แล้วแต่ ท่านให้เราเป็นเสาหิน เรียกว่าจะมีพายุทั้ง ๔ ด้านมาเราก็เฉย มี ครั้งหนึ่งมีคนมาด่าหลวงพ่อที่หน้าโบสถ์ ขณะหลวงพ่อกำลังเทศน์อยู่ หรือมีคนเอาปืนมาลอบยิงท่าน ท่านก็ไม่ว่าอะไร อยากจะทำก็ทำไป เพราะเขาอิจฉาหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านบอกว่า เราหยุด หยุดเป็นพระ ชนะเป็นมาร เราไม่หนี เราไม่สู้ แต่เราปฏิบัติ เราก็ทำความดีของเราเรื่อย เดี๋ยวไอ้พวกมาร พวกอิจฉาก็หายไปเอง เรานั่งเฉย ไม่ต้องไปโต้ตอบอะไร เขาด่าเราภายใน ๗ วัน เหนื่อยมันก็หยุดไปเอง ไม่โต้ตอบ ชนะด้วยความดี

    #ในการมาเรียนพระปริยัติธรรม #แต่ก่อนมีพระเณรมาเรียนกันมาก มีถึง ๖๐๐ กว่าองค์ #หลวงพ่อบอกว่าเลี้ยงไหว #ท่านบอกว่าเมื่อจั้งใจมาเรียนแล้ว #แม้จะคับที่ก็ขอให้อยู่ได้ #อัศจรรย์อย่างหนึ่ง #คือหลวงพ่อเลี้ยงอาหารไหวตลอด #เดี๋ยวก็มีคนเอาข้าว#เอาอะไรต่ออะไรมาถวายทีหนึ่งก็เป็นลำเรือ





    **********************************************************
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21230772_1801027496577421_6261712032211324807_n.jpg


    *******************************************************************************
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21272160_1801493783197459_839449047932621753_n.jpg


    ผลดีของการเดิน


    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสอานิสงส์การเดินจงกรม มีปรากฏในจังกมสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต (๒๒/๒๙/๓๑) ว่า


    ปฺจิเม ภิกฺขเว จงฺกเม อานิสสา

    กตเม ปฺจ

    อทฺธานกฺขโม โหติ ปธานกฺขโม โหติ อปฺปาพาโธ โหติ อสิต ปิต ขายิต สายิต สมฺมาปริณาม คจฺฉติ จงฺกมาธิคโต สมาธิ จิรฏฺิติโก โหติ

    อิเม โข ภิกฺขเว ปฺจ จงฺกเม อานิสสาติ ฯ

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการจงกรม ๕ ประการนี้

    ๕ ประการเป็นไฉน คือ

    ภิกษุผู้เดินจงกรมย่อมเป็นผู้อดทนต่อการเดินทางไกล ๑
    ย่อมเป็นผู้อดทนต่อการบำเพ็ญเพียร ๑
    ย่อมเป็นผู้มีอาพาธน้อย ๑
    อาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มแล้วย่อมย่อยไปโดยดี ๑
    สมาธิที่ได้เพราะการเดินจงกรม ย่อมตั้งอยู่ได้นาน ๑

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเดินจงกรม ๕ ประการนี้แล.


    ***************************************************************


    ปัจจุบันนี้ มีผลการศึกษาเกี่ยวกับการเดิน ว่า มีผลดีหลายประการ ดังนี้


    ทำไมอัจฉริยะจึงชอบเดินคิด เดินคุย ?


    สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล ชอบเดินประชุมมากกว่านั่ง โดยเฉพาะในการพบกันครั้งแรก และการพูดคุยเรื่องที่ตัดสินใจยาก

    จ๊อบส์ จะเลือกเดินสนทนา

    *******

    มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค เป็นอีกคนที่ชอบเดิน

    มาร์คมักจะพาคนที่เขาต้องการรับเข้าทำงาน เดินจากสำนักงานใหญ่ของบริษัท ไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองโดยรอบ

    *******

    เมื่อครั้งที่ กุสตาฟ มาห์เลอร์ คีตกวีชาวออสเตรียน ไปขอคำปรึกษาปัญหาชีวิตสมรสจาก ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิเคราะห์ผู้โด่งดัง

    ฟรอยด์ ได้พา มาห์เลอร์ เดินคุยนานถึง ๔ ชั่วโมง

    นอกจากนี้ ลูกศิษย์คนโปรดของฟรอยด์ ก็ยังเปิดเผยว่า ฟรอยด์ใช้วิธีเดินสอนในตอนเย็นเป็นประจำ

    *******

    ชาร์ล ดิกเกนส์ (Charles Dickens) นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ เดินวันละ ๒๐ ไมล์ หรือประมาณ ๓๒ กิโลเมตร ในเวลากลางคืน

    ดิกเกนส์ เล่าว่า หากไม่สามารถเดินให้เร็วและไกลได้ เขาคงจะต้องตายอย่างแน่นอน

    *******

    ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ เดินวันละ ๓ รอบ รอบละ ๔๕ นาที

    รอบแรกเขาจะเดินก่อนอาหารเช้า รอบสองก่อนอาหารเที่ยง และรอบที่สามหลังอาหารเย็น

    *******

    มาริลี ออปเปซโซ ( Marily Oppezzo) และ แดเนียล ชวาร์ตซ์ (Daniel Schwartz) สองนักวิจัยจากสถาบันสแตนด์ฟอร์ด (Stanford) ได้ทำการศึกษาเรื่องการเดิน พบว่า การเดินช่วยเพิ่มระดับความคิดสร้างสรรค์ ให้สูงกว่าช่วงเวลาที่นั่ง ๖๐% ไม่ว่าจะเดินบนเครื่องออกกำลังกายในบ้าน หรือเดินนอกบ้าน ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน และหลังจากเดิน เมื่อกลับมานั่ง พลังความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาขณะที่เดิน ก็ยังคงอยู่

    *******

    นอกจากการเดินจะช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ดังที่กล่าวมาแล้ว

    การเดินยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย

    *******

    นิโลเฟอร์ เมอร์เชินท์ (Nilofer Merchant) นักวางแผนธุรกิจ ที่ทำงานให้กับองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น บริษัท Apple และ Autodesk ได้บรรยายบนเวที TED Talk โดยมีเนื้อหาสำคัญ คือ เทคโนโลยีทำให้ทุกวันนี้เรานั่งทำงานนานกว่านอนหลับพักผ่อนเสียอีก ซึ่งเราไม่เคยนึกกันเลยว่า การนั่งก็เหมือนกับการสูบบุหรี่ ที่มีผลให้เกิดโรคได้ ผู้ที่นั่งโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย จะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและลำไส้, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน สูงกว่าผู้ที่เดินและออกกำลังกายเป็นประจำ

    เมอร์เชินท์ บอกว่า มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้รับเชิญให้ไปประชุมตัวต่อตัว แต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ที่เชิญเธอจึงเสนอว่า “พรุ่งนี้ฉันต้องพาหมาไปเดินเล่น คุณมาได้ หรือ ไม่ ?” และนี่ก็คือ จุดเริ่มต้นในการเดินประชุมของเธอ

    เมื่อได้ไอเดียในการเดินประชุม เมอร์เชินท์ ก็เริ่มเปลี่ยนจากการประชุมในร้านกาแฟ หรือห้องประชุมทั่วไป เป็นเดินประชุม ซึ่งหลังจากทำเช่นนี้เป็นร้อยๆ ครั้ง มันก็ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป เธอคิดนอกกรอบมากขึ้น และสามารถมองเห็นปัญหา รวมถึงวิธีแก้ปัญหาจากมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

    *******

    จะเห็นได้ว่า การเดินคิด เดินคุย เป็นหนึ่งกิจกรรมที่บรรดาอัจฉริยะหลายคนชื่นชอบ และปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

    Cr. พิสิษฐ์ จง
    — ที่ วัดป่าวิสุทธิคุณ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951

    ไฟล์ที่แนบมา:

  18. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
     
  19. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21192673_1798724420141062_7904209504398061079_n.jpg


    ความเพียร ในอริยมรรคปฏิปทา ให้ศึกษาและปฏิบัติซึ่งสัมมัปธาน 4
     
  20. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,118
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,951
    21369545_1805325736147597_7816493982862374438_n.jpg
    **************************************************

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - เรียนเชิญ ผู้ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ตามแนววิชชาธรรมกาย
  1. pkomsan
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    189
  2. natthio
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    108
  3. kittikorn
    ตอบ:
    3
    เปิดดู:
    248
  4. ไข่หวานน้อย
    ตอบ:
    41
    เปิดดู:
    731
  5. กลอง
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    101
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...