แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 2 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 2 กันยายน 2017
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ผู้ถาม รักษาศีล ๘ ดู ที.วี. ได้หรือเปล่าคะ……?

    หลวงพ่อ ดู ที.วี.ได้ แต่ห้ามเต้นตาม ที.วี. เดี๋ยว ๆ อีหนู เอ้าอย่ารำคนเดียวซิ ข้าจะช่วยรำ เสร็จ เต้นไปเต้นมา ที.วี.เลิกเมื่อไหรไม่รู้เต้นเพลิน ดู ที.วี.ความจริงก็ไม่เป็นไร ถ้าเราเป็นนักปฏิบัติกรรมฐาน ดูได้ทุกอย่าง ดูอย่างนักกรรมฐานดูนะ ถ้าเป็นละครชีวิต มีสุขบ้างมีทุกข์บ้าง ทะเลาะกันบ้าง ก็ดูว่าภาวะอันนี้เป็นความจริงของโลก คนที่เกิดมาในโลก ถ้าเราเกิดมามันต้องประสบอาการอย่างนี้ เวลานี้เขาทะเลาะกันให้เราดู เขาแสดงการทะเลาะ เรายังไม่ได้ทะเลาะ สักวันหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะทะเลาะกับใครก็ได้ อย่างที่เขาเรียกว่า ดูเป็นกรรมฐาน

    524290_447913051896251_961950915_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ผู้ถาม หลวงพ่อคะ คนที่มีศีล ๕ ไม่บริสุทธิ์ ถ้าจะเจริญพระกรรมฐานจะได้ผลไหมคะ….?

    หลวงพ่อ ถ้ามีศีล ๕ ไม่บริสุทธิ์เจริญไปก็ไม่มีผล ถ้าถามว่าทำไม ก็เพราะว่ายังลงนรกอยู่ เจริญสมาธิเท่าไร มันก็ไม่พ้นนรก เพราะศีล ๕
    นี่มันปิดทางนรก ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งตัวที่ขาด นี่มันจะเข้ามาขวางเวลาที่เราจะตายเป็นกรรมที่เป็นอกุศล

    396824_447914355229454_734450888_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    เรื่องโกหกสามี

    ผู้ถาม หลวงพ่อคะ ดิฉันไปซื้อดอกไม้แถวสนามหลวงราคา ๑๕๐ บาท พอกลับถึงบ้าน บอกกับสามีว่าต้นไม้ราคา ๕๐ บาท ที่บอกอย่างนั้นเพราะเกรงว่าสามีจะดุเอา ตอนหลังมานึกดูรู้สึกเสียใจค่ะ ไม่น่าโกหกเขาเลย อย่างนี้ศีลจะขาดไหมคะ…..?

    หลวงพ่อ อย่างนี้เป็นการรักษาประโยชน์ไว้ ไม่ได้ทำลายประโยชน์ ข้อมุสาวาท จะขาดมันต้องทำลายประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่นี่เป็นการพูดเพื่อรักษากำลังใจเขา มันมีประโยชน์แต่ว่าไปโกหกอย่างอื่นเอาเรื่องนะ อย่างเช่น ของเลวบอกว่าของดี ของราคาถูกบอกของราคาแพง อันนี้มันทำลายประโยชน์

    526567_447915628562660_868279338_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ขโมยเงินพ่อแม่

    ผู้ถาม หลวงพ่อคะ ขโมยเงินพ่อแม่นี่บาปไหมคะ มีคนเขาบอกว่าขโมยเงินพ่อแม่นี่ไม่บาป เพราะพ่อแม่ต้องจ่ายอยู่แล้วค่ะ

    หลวงพ่อ ไอ้บาปนี้แปลว่าชั่ว การขโมยเงินมันเป็นบาปทั้งหมด ถ้าเราขโมยท่าน ท่านไม่ชอบใจ ท่านก็ทำเฉย การขโมยของพ่อแม่ท่านชอบไหมล่ะ การกระทำอย่างนี้ชั่ว ฉะนั้นจึงบาป

    ผู้ถาม ถ้าหากท่านเห็นเล่าคะ แล้วเราหยิบไปเลย อย่างนี้บาปไหมคะ……..?

    หลวงพ่อ ก็สาธุก็แล้วกัน ดีแล้วที่ไม่ว่าฉัน ถ้าเราหยิบไป ท่านเห็นแล้วไม่ห้ามปราม ไม่ว่าอะไรก็ไม่เป็นไร ถ้าหากท่านไม่ให้ ท่านห้ามเราก็ไม่หยิบก็หมดเรื่องไป การขโมยนี่จิตมันเริ่มชั่ว ตั้งแต่ก่อนที่จะกระทำ คิดจะขโมยน่ะ จิตมันชั่วแล้วนะ

    396012_447919428562280_1533214086_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ค้าขายอาวุธ – จำหน่ายสุรา

    ผู้ถาม หลวงพ่อครับ การเป็นตัวแทนจำหน่ายสุรา ศีลขาดไหมครับ…….?

    หลวงพ่อ สุรา เขาห้ามกินนนะ แล้วคุณกินหรือเปล่าล่ะ…?

    ผู้ถาม เปล่าครับ

    หลวงพ่อ ไม่กินก็ยังไม่ขาด พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็น มิจฉาวาณิชชา แปลว่าไม่ควรขายของที่มันผิดศีล

    ผู้ถาม และถ้าหากว่าค้าขายอาวุธ ศีลจะขาดไหมครับ……….?

    หลวงพ่อ ถามว่าศีลขาดไหม ก็ขอตอบว่า ศีลไม่ขาด ถ้าเป็นอาวุธเราไม่ได้ไปฆ่าเขา คนอื่นเขาเอาไปฆ่าก็เป็นเรื่องของเขา แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ควร

    557400_447920381895518_889004426_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    เอาเหล้ามาผสมเพื่อเป็นกระสายยา

    ผู้ถาม หลวงพ่อครับ ถ้าหากเอาเหล้ามาผสมเพื่อเป็นกระสายยา ดื่มเข้าไปแล้วศีลจะขาดไหมครับ……?

    หลวงพ่อ อย่างเอามาผสมเป็นกระสายนี่ ถ้าไม่ปรากฏรส ปรากฏกลิ่น นี่ไม่มีโทษ แต่ประเภทกินยาดองใช้ยา ๑ ช้อนกาแฟ ผสมเหล้า ๑ ไห อย่างนี้ไม่ผิดศีล
    ชนศีลพังไปเลย อย่างนี้ให้อภัยไม่ได้

    ผู้ถาม ถ้าหากว่าผสมตามสูตรเล่าคะ คือว่าไม่ใช้ยา ๑ ช้อน เหล้า ๑ ไห นะคะ

    หลวงพ่อ ทำตามสูตรเขาไม่เป็นไร ไม่ผิดโยม พระเขายังไม่ห้ามเลย แต่ว่าต้องไม่ปรากฎรส ปรากฎกลิ่นนะ”
    การถือศีล ถ้าเคร่งเกินไปก็เดือดร้อน พระพุทธเจ้าท่านให้ปฎิบัติในทางสายกลาง หรือ มัชฌิมาปฎิปทา อย่าให้มันเป็น อัตตกิลมถานุโยค คือเบียดเบียนตนเกินไป ต้องดูแต่พอเหมาะพอดี พอควร ในอุทุมพริกสูตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสกับนิโครธปริพาชก บอกว่า “จงอย่าทำลายศีลด้วยตนเอง อย่ายุยง ส่งเสริมบุคคลอื่นให้ทำลายศีล
    และจงอย่ายินดีเมื่อบุคคลอื่นทำลายศีลแล้ว” ท่านแนะนำอย่างนี้นะ

    406247_447922345228655_2078187822_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ร่างกายของคนและสัตว์มันเป็นอนิจจัง มีสภาพไม่เที่ยง เวลาอยู่ก็เป็นทุกข์ แต่ในที่สุดก็เป็นอนัตตาคือตาย ใครบังคับบัญชาไม่ได้ เวลาเผาศพอย่าตั้งหน้าตั้งตาเผาเขา เวลาเราไปเผาศพก็เผากิเลสในใจของเราเสียด้วย กิเลสส่วนใดที่มันสิงอยู่ที่เรา คิดว่าเราจะไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายน่ะ เผามันเสียให้หมดไป เราคิดว่าวันนี้เราเผาเขาไม่ช้าเขาก็เผาเรา คนเกิดมาแล้วตายอย่างนี้เราจะเกิดมันทำไม ต่อไปข้างหน้าเราไม่เกิดดีกว่า เราไปพระนิพพานนั่นละดีที่สุด

    486513_447927825228107_1234038553_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    อยากทำความเพียร

    ผู้ถาม : อยากทำความเพียรเพื่อทำความดี แต่บางครั้งก็มีอารมณ์ท้อแท้ จะทำอย่างไรดีครับ ?

    หลวงพ่อ : ถ้าท้อแท้ต่อความเพียรก็แสดงว่าขี้เกียจ คนที่มีความเพียรคือคนขยัน ความเพียร เพียรสู้กับความชั่วเพื่อหวังให้มีผลในความดี เป็นเรื่องธรรมดาของคน ไอ้การต่อสู้ความขยันหมั่นเพียรมันจะมีทุกเวลาไม่ได้นะ ในบางครั้งกรรมที่เป็นอกุศลเดิมมันเข้ามาครอบงำจิต เวลานั้นจะตัดความดีของเราให้รู้สึกท้อแท้ไม่กล้าต่อสู้ เบื่อ !
    พอกุศลเข้ามาสนองปั๊บ ! กุศลเตะไอ้นั่นออกไป นี่ขยันแล้วสร้างความดี ต้องเป็นอย่างนั้นเหมือนกันทุกคน หนักเข้าๆ กุศลมีกำลังแรงก็เตะไอ้นั่นกระเด็นออกไป
    พอถึงพระโสดาบันปั๊บ ! อกุศลยังเข้ามาได้ แต่เข้าก็เข้าแรงไม่ได้ ถ้าถึงพระโสดาบัน อกุศลเข้าแรงไม่ได้ มันจะสร้างความขุ่นมัวบ้าง แต่จะถึงกับทำบาปไม่ได้
    คำว่า ” ขุ่นมัว ” อาจจะต้องโกรธใช่ไหม พระโสดาบันยังมีโกรธ พระโสดาบันยังมีความรักในระหว่างเพศ พระโสดาบันยังมีความอยากร่ำรวย แต่เรื่องละเมิดศีลไม่มี
    แต่ที่อารมณ์ที่แจ่มใสจริงๆ คือพระอรหันต์ ถ้ายังไม่ถึงพระอรหันต์เพียงใด ก็ยังเตะกันไป แต่ว่าเตะเบา

    315419_448002011887355_1207372576_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ปัจฉัมโอวาทของหลวงพ่อปาน
    โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    หลวงพ่อปาน โสนันโท มรณภาพวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๘๑ เวลา ๑๘.๐๐ น.
    ตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ รวมสิริอายุ ๖๓ ปี ๔๓ พรรษา

    ท่านได้กำหนดวันและเวลามรณภาพของท่านไว้ล่วงหน้าถึง ๓ ปี
    ก่อนมรณภาพท่านให้โอวาทเป็นครั้งสุดท้าย

    ท่านบอกว่า “ลูกทุกคน เมื่อพ่อตายไปแล้ว จงอย่าทิ้งกรรมฐานที่พ่อให้ไว้ เป็นกรรมฐานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าถือว่าเป็นของพ่อ ต้องถือว่าเป็นของพระพุทธเจ้า

    ฆราวาสทุกคนอย่าทิ้งคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้านะ แล้วจะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าใครไม่ปฏิบัติจะเอาตัวไม่รอด แล้วจะมาโทษพ่อไม่ได้ เพราะสมบัติส่วนใหญ่พ่อให้ไว้หมดแล้ว คือมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ พ่อให้หมดแล้ว ลูกทุกคนจงพยายามรักษาไว้ให้ดี”

    554964_480875215274545_365493221_n.jpg
    ปัจฉัมโอวาทของหลวงพ่อปาน
    โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    หลวงพ่อปาน โสนันโท มรณภาพวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๘๑ เวลา ๑๘.๐๐ น.
    ตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ รวมสิริอายุ ๖๓ ปี ๔๓ พรรษา

    ท่านได้กำหนดวันและเวลามรณภาพของท่านไว้ล่วงหน้าถึง ๓ ปี
    ก่อนมรณภาพท่านให้โอวาทเป็นครั้งสุดท้าย

    ท่านบอกว่า “ลูกทุกคน เมื่อพ่อตายไปแล้ว จงอย่าทิ้งกรรมฐานที่พ่อให้ไว้ เป็นกรรมฐานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าถือว่าเป็นของพ่อ ต้องถือว่าเป็นของพระพุทธเจ้า

    ฆราวาสทุกคนอย่าทิ้งคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้านะ แล้วจะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าใครไม่ปฏิบัติจะเอาตัวไม่รอด แล้วจะมาโทษพ่อไม่ได้ เพราะสมบัติส่วนใหญ่พ่อให้ไว้หมดแล้ว คือมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ นิพพานสมบัติ พ่อให้หมดแล้ว ลูกทุกคนจงพยายามรักษาไว้ให้ดี”

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    หลวงพ่อฤาษีฝึกอภิญญาเดินบนน้ำ ตอนที่ ๒
    โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    นี่เอ็งจะแสดงฤทธิ์หรือยังไงนี่ จะมาเดินน้ำเรอะ
    ท่านถามอย่างนั้น ก็หนีกันไม่ได้แล้วนี่
    ในเมื่อหนีไม่ได้มันก็ต้องยอมรับ
    ก็ยกมือประณมไหว้ท่านแล้วก็บอกว่า
    ผมจะเดินน้ำขอรับ ท่านก็บอกว่าฉันห้ามแล้วไม่ใช่เรอะ
    ห้ามแกแล้วนาว่าอภิญญาน่ะแกทำไม่ได้
    แต่ความจริงถ้าแกจะทำมันก็เป็นของไม่ยาก ทำได้
    แต่ที่ฉันไม่ให้แกฝึก ให้แกฝึกในขั้นของวิชชา ๓ นี่
    ก็เพราะว่าแกมีพันธะอยู่กับคน พระที่ได้อภิญญานี่น่ะ
    ได้อภิญญาแล้วจะอยู่กับคนไม่ได้ จะต้องเข้าป่า
    แต่แกนี่มีบริษัทมีบริวารมาก แกจะทรงอภิญญาไม่ได้
    ในเมื่อทรงอภิญญาแล้ว เรื่องของอภิญญานี่น่ะ
    คนที่ยังเป็นโลกีย์วิสัย ยังมีอารมณ์ข้องอยู่ในกิเลส
    มันอดที่จะอวดดีไม่ได้ แต่ความจริงสิ่งที่จะอวดไม่ใช่อวดดี
    มันเป็นอวดเลว แต่ไอ้ความเลวนี่เราเข้าใจว่ามันเป็นความดี
    มันเป็นความผิด เพราะผิดพุทธพจน์ แต่ว่าไม่เป็นไร
    ในเมื่อเธอมีความปรารถนาฉันก็จะให้ทำ
    แต่ว่าทำได้คราวนี้คราวเดียวนะ ต่อไปห้ามทำ
    เพื่อเป็นการพิสูจน์อารมณ์สมาธิของเธอ เอาอย่างนี้
    ตั้งอารมณ์ใหม่ เมื่อกี้นี้เธอทำผิด เพราะว่าเธอตั้งใจอธิษฐาน
    ให้แม่น้ำทั้งแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง อย่างนี้มันผิดจากจริยามาก
    ถ้าน้ำเป็นน้ำแข็งทั้งแม่น้ำแล้วเรือแพสัญจรไปมาไม่ได้
    การจราจรมันก็ติดขัด อย่างนี้มีโทษนะ เป็นการกลั่นแกล้ง
    ชาวบ้านเขา ถ้ากระไรก็ดีละก็ เธอเอาใหม่ เธอทำอย่างนี้
    เธอตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอน้ำที่ข้าพเจ้าเหยียบไปนี่นะ
    เท้าของข้าพเจ้าเหยียบไปตรงไหนขอให้น้ำตรงนั้นแข็ง
    แล้วก็ควบคุมอารมณ์ให้ทรงอยู่ในอุปจารสมาธิ
    ในขั้นแรกเข้าปถวีกสิณก่อน ให้ถึงฌาน ๔
    ท่านเรียกตามภาษาพระว่าจตุตถฌาน แปลว่าฌาน ๔
    มีอารมณ์เป็นอุเบกขาดีแล้ว คลายจิตลงมาสู่อุปจารสมาธิแล้วอธิษฐานว่า น้ำที่ข้าพเจ้าเอาเท้าเหยียบไป จะเป็นตรงไหนก็ตาม ขอน้ำตรงนั้นจงแข็งเหมือนหินหรือไม่ก็เหมือนดินให้ข้าพเจ้าเดินไปได้โดยสะดวก แล้วก็เข้าฌาน ๔ ใหม่ แล้วคลายฌาน ๔ ออก เมื่อตั้งอารมณ์อยู่ในอุปจารสมาธิแล้วก็เดินไป แค่นี้ทำได้ไม่ยาก เรื่องของอภิญญาเป็นเรื่องไม่ยาก ความจริงเธอมีความสามารถพอจะทำได้ แต่ว่ามันไม่ใช่วิสัยของเธอควรทำ ฉันจึงห้าม เธอไม่ต้องวิตกกังวล ผลใดก็ตามที่เธอมีความปรารถนา ผลนั้นจะมีความสำเร็จกับเธอ เมื่อเธอผ่านการบวชไปแล้ว ๒๖ พรรษา เรื่องการเอาดีเอาพระอภิญญาไปอวดชาวบ้านอย่านึกว่ามันเป็นของดี
    ถ้าชาวบ้านเขารู้ว่าเธอทำได้เขาจะขอให้เธอทำ
    แล้วในที่สุดเธอก็จะเหน็ดเหนื่อย ถ้าเธอไม่ทำ
    ให้กับบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนั้นก็จะพากันว่า
    พากันนินทา พากันพูดเสียดสี หนักเข้า ๆ อารมณ์จิตของเธอ
    ก็จะไม่ดีตกอยู่ในอำนาจของโทสะ ฌานต่าง ๆ มันก็จะเสื่อม
    หรือว่าถ้าหากว่าฌานไม่เสื่อม คนก็จะติดในฤทธิ์
    ในเมื่อคนติดในฤทธิ์เสียแล้ว พระอื่นแสดงฤทธิ์ไม่ได้
    คนเขาก็ไม่เลื่อมใส แล้วคนที่ติดในฤทธิ์ทั้งหมด
    ก็ไม่ต้องการบุญต้องการกุศล ต้องการอย่างเดียวคือ
    ให้พระแสดงฤทธิ์ให้ดู อย่างนี้ศาสนาขององค์สมเด็จ
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะเสื่อม อาการอย่างนี้
    ปิณโฑลภารทวาชะทำมาแล้วในสมัยพระพุทธเจ้า
    ที่เหาะไปเอาบาตรแก่นจันทร์ พระพุทธเจ้าทรงทราบ
    ก็เพราะว่า ชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นการเหาะมาดูการเหาะกันทุกคน ต่างก็พากันอยากจะเห็นพระเหาะ เพราะไม่เคยเห็นเลย
    เมื่อคนนี้ได้ดูแล้ว คนอื่นยังไม่ได้ดูก็ขอดูใหม่
    เมื่อท่านปิณโฑลภารทวาชะไม่เหาะให้ดู ก็ว่าอย่างนั้นอย่างนี้
    ต่อว่าต่อขาน จนกระทั่งท่านรำคาญท่านก็ต้องเหาะให้ดู
    เป็นอันว่าการเหาะของท่านปิณโฑลภารทวาชะต้องเหาะกันทุกวัน วันละหลายครั้ง เพราะชาวบ้านรู้ถึงไหนก็มาถึงนั่น
    การเห็นคนเหาะมันเห็นยาก ไม่มีใครเขาทำให้เห็น
    เมื่อปรากฏว่าคนทำได้เข้าก็อยากดูกันใหญ่
    ในที่สุดพระพุทธเจ้าก็เรียกท่านปิณโฑลภารทวาชะ
    มาติเตียนต่าง ๆ แล้วก็มีพระพุทธบัญญัติตรัสห้ามว่า
    ต่อแต่นี้ไป พระองค์ใดก็ตามจะแสดงปาฏิหาริย์
    จะต้องได้รับอนุญาตจากพระองค์เสียก่อน
    ถ้าใครไม่ได้รับอนุญาตจากพระองค์แล้วแสดงปาฏิหาริย์
    พระองค์ทรงปรับเป็นโทษ เรียกว่ามีความผิดตามพระวินัย
    นี่เรื่องมันใหญ่ เธอจำไว้นะ เธอเรียนมาแล้ว
    เธอพบแล้วน่าจะจำ แต่เอาเถอะ ในเมื่อกิเลสตัณหา
    มันยังบังคับใจเธออยู่ เธออยากจะทำก็จงทำ
    (อ่านต่อตอนที่ ๓)

    394584_480696268625773_1282486139_n.jpg
    หลวงพ่อฤาษีฝึกอภิญญาเดินบนน้ำ ตอนที่ ๒
    โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    นี่เอ็งจะแสดงฤทธิ์หรือยังไงนี่ จะมาเดินน้ำเรอะ
    ท่านถามอย่างนั้น ก็หนีกันไม่ได้แล้วนี่
    ในเมื่อหนีไม่ได้มันก็ต้องยอมรับ
    ก็ยกมือประณมไหว้ท่านแล้วก็บอกว่า
    ผมจะเดินน้ำขอรับ ท่านก็บอกว่าฉันห้ามแล้วไม่ใช่เรอะ
    ห้ามแกแล้วนาว่าอภิญญาน่ะแกทำไม่ได้
    แต่ความจริงถ้าแกจะทำมันก็เป็นของไม่ยาก ทำได้
    แต่ที่ฉันไม่ให้แกฝึก ให้แกฝึกในขั้นของวิชชา ๓ นี่
    ก็เพราะว่าแกมีพันธะอยู่กับคน พระที่ได้อภิญญานี่น่ะ
    ได้อภิญญาแล้วจะอยู่กับคนไม่ได้ จะต้องเข้าป่า
    แต่แกนี่มีบริษัทมีบริวารมาก แกจะทรงอภิญญาไม่ได้
    ในเมื่อทรงอภิญญาแล้ว เรื่องของอภิญญานี่น่ะ
    คนที่ยังเป็นโลกีย์วิสัย ยังมีอารมณ์ข้องอยู่ในกิเลส
    มันอดที่จะอวดดีไม่ได้ แต่ความจริงสิ่งที่จะอวดไม่ใช่อวดดี
    มันเป็นอวดเลว แต่ไอ้ความเลวนี่เราเข้าใจว่ามันเป็นความดี
    มันเป็นความผิด เพราะผิดพุทธพจน์ แต่ว่าไม่เป็นไร
    ในเมื่อเธอมีความปรารถนาฉันก็จะให้ทำ
    แต่ว่าทำได้คราวนี้คราวเดียวนะ ต่อไปห้ามทำ
    เพื่อเป็นการพิสูจน์อารมณ์สมาธิของเธอ เอาอย่างนี้
    ตั้งอารมณ์ใหม่ เมื่อกี้นี้เธอทำผิด เพราะว่าเธอตั้งใจอธิษฐาน
    ให้แม่น้ำทั้งแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง อย่างนี้มันผิดจากจริยามาก
    ถ้าน้ำเป็นน้ำแข็งทั้งแม่น้ำแล้วเรือแพสัญจรไปมาไม่ได้
    การจราจรมันก็ติดขัด อย่างนี้มีโทษนะ เป็นการกลั่นแกล้ง
    ชาวบ้านเขา ถ้ากระไรก็ดีละก็ เธอเอาใหม่ เธอทำอย่างนี้
    เธอตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอน้ำที่ข้าพเจ้าเหยียบไปนี่นะ
    เท้าของข้าพเจ้าเหยียบไปตรงไหนขอให้น้ำตรงนั้นแข็ง
    แล้วก็ควบคุมอารมณ์ให้ทรงอยู่ในอุปจารสมาธิ
    ในขั้นแรกเข้าปถวีกสิณก่อน ให้ถึงฌาน ๔
    ท่านเรียกตามภาษาพระว่าจตุตถฌาน แปลว่าฌาน ๔
    มีอารมณ์เป็นอุเบกขาดีแล้ว คลายจิตลงมาสู่อุปจารสมาธิแล้วอธิษฐานว่า น้ำที่ข้าพเจ้าเอาเท้าเหยียบไป จะเป็นตรงไหนก็ตาม ขอน้ำตรงนั้นจงแข็งเหมือนหินหรือไม่ก็เหมือนดินให้ข้าพเจ้าเดินไปได้โดยสะดวก แล้วก็เข้าฌาน ๔ ใหม่ แล้วคลายฌาน ๔ ออก เมื่อตั้งอารมณ์อยู่ในอุปจารสมาธิแล้วก็เดินไป แค่นี้ทำได้ไม่ยาก เรื่องของอภิญญาเป็นเรื่องไม่ยาก ความจริงเธอมีความสามารถพอจะทำได้ แต่ว่ามันไม่ใช่วิสัยของเธอควรทำ ฉันจึงห้าม เธอไม่ต้องวิตกกังวล ผลใดก็ตามที่เธอมีความปรารถนา ผลนั้นจะมีความสำเร็จกับเธอ เมื่อเธอผ่านการบวชไปแล้ว ๒๖ พรรษา เรื่องการเอาดีเอาพระอภิญญาไปอวดชาวบ้านอย่านึกว่ามันเป็นของดี
    ถ้าชาวบ้านเขารู้ว่าเธอทำได้เขาจะขอให้เธอทำ
    แล้วในที่สุดเธอก็จะเหน็ดเหนื่อย ถ้าเธอไม่ทำ
    ให้กับบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนั้นก็จะพากันว่า
    พากันนินทา พากันพูดเสียดสี หนักเข้า ๆ อารมณ์จิตของเธอ
    ก็จะไม่ดีตกอยู่ในอำนาจของโทสะ ฌานต่าง ๆ มันก็จะเสื่อม
    หรือว่าถ้าหากว่าฌานไม่เสื่อม คนก็จะติดในฤทธิ์
    ในเมื่อคนติดในฤทธิ์เสียแล้ว พระอื่นแสดงฤทธิ์ไม่ได้
    คนเขาก็ไม่เลื่อมใส แล้วคนที่ติดในฤทธิ์ทั้งหมด
    ก็ไม่ต้องการบุญต้องการกุศล ต้องการอย่างเดียวคือ
    ให้พระแสดงฤทธิ์ให้ดู อย่างนี้ศาสนาขององค์สมเด็จ
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็จะเสื่อม อาการอย่างนี้
    ปิณโฑลภารทวาชะทำมาแล้วในสมัยพระพุทธเจ้า
    ที่เหาะไปเอาบาตรแก่นจันทร์ พระพุทธเจ้าทรงทราบ
    ก็เพราะว่า ชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นการเหาะมาดูการเหาะกันทุกคน ต่างก็พากันอยากจะเห็นพระเหาะ เพราะไม่เคยเห็นเลย
    เมื่อคนนี้ได้ดูแล้ว คนอื่นยังไม่ได้ดูก็ขอดูใหม่
    เมื่อท่านปิณโฑลภารทวาชะไม่เหาะให้ดู ก็ว่าอย่างนั้นอย่างนี้
    ต่อว่าต่อขาน จนกระทั่งท่านรำคาญท่านก็ต้องเหาะให้ดู
    เป็นอันว่าการเหาะของท่านปิณโฑลภารทวาชะต้องเหาะกันทุกวัน วันละหลายครั้ง เพราะชาวบ้านรู้ถึงไหนก็มาถึงนั่น
    การเห็นคนเหาะมันเห็นยาก ไม่มีใครเขาทำให้เห็น
    เมื่อปรากฏว่าคนทำได้เข้าก็อยากดูกันใหญ่
    ในที่สุดพระพุทธเจ้าก็เรียกท่านปิณโฑลภารทวาชะ
    มาติเตียนต่าง ๆ แล้วก็มีพระพุทธบัญญัติตรัสห้ามว่า
    ต่อแต่นี้ไป พระองค์ใดก็ตามจะแสดงปาฏิหาริย์
    จะต้องได้รับอนุญาตจากพระองค์เสียก่อน
    ถ้าใครไม่ได้รับอนุญาตจากพระองค์แล้วแสดงปาฏิหาริย์
    พระองค์ทรงปรับเป็นโทษ เรียกว่ามีความผิดตามพระวินัย
    นี่เรื่องมันใหญ่ เธอจำไว้นะ เธอเรียนมาแล้ว
    เธอพบแล้วน่าจะจำ แต่เอาเถอะ ในเมื่อกิเลสตัณหา
    มันยังบังคับใจเธออยู่ เธออยากจะทำก็จงทำ
    (อ่านต่อตอนที่ ๓)

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    เบื่อโลก

    ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ คนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรม แต่ว่ามีความรู้สึกเบื่อโลกอย่างนี้เป็นนิพพิทาญาณหรือเปล่าคะ ?

    หลวงพ่อ : เบื่อนิพพิทาญาณหรือเบื่อหนักหนี้หรือเบื่อกลุ้มใจ นิพพิทาญาณเขาแปลว่า เบื่อ ญาณเขาแปลว่ารู้สึกเบื่อ เราก็ต้องดูว่าเขาเบื่อโลกไม่หวังเกิดอีก ไม่หวังเป็นเทวดาหรือพรหม หวังนิพพาน นี่เป็นนิพพิทาญาณ ถ้าเบื่อเฉยๆไม่อยากอยู่ในโลกนี้ อันนี้เรียกมีจิตกังวลหรือจิตเศร้าหมอง นิพพิทาญาณนี่เขาไม่ซึม

    ผู้ถาม : อย่างนี้จะแก้โดยการเจริญสมาธิได้ไหมคะ ?

    หลวงพ่อ : จะไหวเรอะ ไม่ไหวนะ ใจเขาเป็นแบบนั้น ต้องใช้พระสูตรง่ายๆ จะเป็นเทปพระสูตรหรือหนังสือพระสูตรก็ได้ เอาของที่ยากไปก็ไม่ไหว ถ้าพระสูตรหรือชาดกก็ดี ตอนที่ท่านประชุมชาดกดีมาก

    487667_448005115220378_724449259_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    พิจารณาโลกเป็นสมมติ

    ผู้ถาม : พอนั่งพิจารณาโลกนี้อยู่บ่อยๆว่าโลกนี้น่ะเป็นของสมมติ พิจารณาไปสัก 10 นาทีเห็นจะได้ ปรากฏว่จิตมีความรู้สึกว่าจิตมันหยุดนิ่ง โลกนี้มันหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด อยากเรียนถามหลวงพ่อว่าตอนนั้นเป็นอารมณ์จิตอะไรครับ ?

    หลวงพ่อ : จิตคน

    ผู้ถาม : อ้าว ! ทำไมถึงตอบอย่างนั้นล่ะ ?

    หลวงพ่อ : ก็คนนึกนี่ ไอ้นั่นเป็นอารมณ์ฌาน การพิจารณาไปๆ จิตจะเริ่มรวมตัวเป็นสมาธิทีละน้อยๆ ใช่ไหม พอเป็นฌานเต็มอัตรามันก็หยุด นั่นเป็นฌาน ดีมาก ! ทำอย่างนั้นแหละดีคือใช้ปัญญาก่อน เมื่อจิตมีปัญญาค่อยเคลื่อนทีละหน่อยๆจิตก็หยุด หยุดนี่เป็นอารมณ์ฌาน ปัญญาตอนนั้นก็เป็นปัญญาคมกล้า สามารถตัดกิเลสได้ดี เขาทำถูกต้องมาก

    544477_448172948536928_160144383_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    อารมณ์ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว

    ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ เวลาลูกกำลังนั่งอยู่เฉยๆ นี่มีความรู้สึกบอกว่า ” ไม่มีอะไรจะต้องทำแล้ว ” มันว่างแล้วจิตมันฟูขึ้น เกิดขึ้น 2 ครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งครึ่งวัน แล้วก็ครั้งหนึ่งในเวลาทำงานได้ชั่วโมงกว่า มีความรู้สึกว่า ” ไม่มีอะไรจะต้องทำอีกแล้ว ”

    อารมณ์แบบนี้มันเป็นอย่างไรคะ ?

    หลวงพ่อ : นั่นแหละ ! อารมณ์พระนิพพานก็เป็นแบบนั้นแหละ ถ้าพูดง่ายๆว่า อารมณ์พระอรหันต์ก็เป็นแบบนั้น ทำได้เดี๋ยวเดียวใช่ไหม ?

    ผู้ถาม : ประมาณชั่วโมง แล้วอีกครั้งได้ครึ่งวัน

    หลวงพ่อ : เอาละ ช่างมันเถอะ ! ถ้ามันได้ช่วงนิดๆ หน่อยๆก็ดี ให้มันชิน บาทีมันจะได้สักชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง หรือ 10 นาที หรือ 2 นาที เราก็พอใจให้มันชิน ไม่ช้ามันจะชิน อารมณ์นี้เวลาจะตายมันจะจับอารมณ์นี้ แต่การสอนเขาสอนนะว่า อารมณ์ว่าง คำว่า ” อารมณ์ว่าง ” คือ ว่างจากกิเลส มันจะเป็นความสุขที่สุด มันสุขเบาๆ ใช่ไหม มันเป็นนิรามิสสุข ไม่ใช่สามิสสุข

    ไอ้สามิสสุข คือ ได้ของ ได้คน ได้สัตว์ที่เราชอบ เป็นความสุขเขาเรียกว่า ” สามิสสุข ” คือสุขอิงอามิส

    ถ้านิรามิสสุข ไม่เกี่ยวข้องกับอามิส อารมณ์มันเฉยๆ

    ผู้ถาม : สังเกตุว่าก่อนที่จะได้อารมณ์อย่างนี้ คือจิตนึกถึงความตายค่ะ

    หลวงพ่อ : ใช่ตัวนี้เป็นสำคัญ ตัวจิตนึกถึงความตาย ถ้าเป็นสมถะเรียกว่า ” มรณานุสสติ ” ถ้าวิปัสสนาญาณเขาเรียกว่า ” สักกายทิฏฐิ ” ใช่ไหม เป็นสังโยชน์

    พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะนำว่าทุกคนให้นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ตัวนี้ต้องยืนตัว ถ้าไอ้ตัวนี้ไม่ยืนตัวอะไรก็ไม่ได้ ถ้าตายทุกคนก็ต้องตาย ไอ้คนที่จะไม่ตายไม่มี แล้วถ้าเรายังเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด มันจะเกิดเพื่อประโยชน์อะไร ใช่ไหม เราตายคราวนี้ให้มันตายเป็นครั้งสุดท้าย เราจะไม่เกิดต่อไปอีก

    ทำยังไงจะไม่เกิดต่อไป ?

    เราก็ไม่ต้องการร่างกายนี้ซิ ไอ้คำว่าไม่ต้องการไม่ใช่ตัดผลุนผลันไปเลยนะ คำว่าไม่ต้องการคือค่อยๆคิด ค่อยๆปลด แต่หน้าที่มีเท่าไหร่ทำให้ครบถ้วน แต่ทว่าทำแล้วก็คิดไปเลยว่า ไอ้งานประเภทนี้จะมีชาตินี้เป็นชาติสุด้าย ชาติต่อไปไม่มีอีก

    วิธีตัดเขาตัดแบบนี้นะ ไม่ใช่ตัดแบบวางมันส่งเดช ข้าวปลาไม่กิน ขี้เข้อก็ปล่อย ไม่กินข้าวพอทนไหว ไอ้ขี้นี่มันยุ่ง (หัวเราะ)

    557401_448251935195696_696479166_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    กรรมของลูกกรอก

    ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ แล้วกรรมอะไร…ทำให้เกิดมาเป็นลูกกรอกครับ ?

    หลวงพ่อ : เพราะกรรมลูกกรอก !

    ผู้ถาม : (หัวเราะ)

    หลวงพ่อ : ความจริงก็แปลก เพราะอะไร.. จึงเป็นลูกกรอก เจ้าลูกกรอกนี่ พอออกมาก็ตาย มันต้องมีบุญผสมกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนัก เพราะกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนักที่อยู่ในครรภ์ก็ตาย และออกจากท้องแม่ก็ตาย นี่แสดงว่ากรรมหนัก แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นกุศลเขาูสูง มาใช้กรรมแค่อยู่ในท้องแม่ออกมาก็ตาย เมื่อตายแล้วสิ่งที่เป็นกุศลก็เข้ามาสนอง ฉะนั้นลูกกรอกจึงเป็นผีที่มีอานุภาพมาก
    (อนึ่ง เคยมีผู้มาขอ กุมารทอง กับหลวงพ่อ ท่านบอกว่าไม่มีแล้วได้เล่าสมัยหลวงปู่ปานให้ฟังว่า เคยมีคนป่วยมาให้หลวงปู่ปานรักษา แล้วท่านบอกว่า คนป่วยรายนี้ถูกกุมารทองที่เลี้ยงไว้เล่น่งานเอา
    หลวงพ่อจึงได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า ผู้ที่เลี้ยงกุมารทองเอาไว้ เช่นที่เรียกว่า รักยม เป็นต้น บางทีในเวลาป่วยไข้ไม่สบาย จะถูกกุมารทองทำร้ายเอาได้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ไว้)

    599977_448267091860847_1692187983_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ภาวนา ” ทุ สะ นะ โส ”

    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้่าคะ หนูนั่งๆ มีอยู่วันหนึ่ง พอนั่งนิ่งๆ มีคนมาบอกว่าตอนที่ท่องพุทโธนี่แก้วหูจะลั่น แล้วเขาบอกว่าท่อง ” ทุสะนะโส ”

    หลวงพ่อ : ก็ว่าตามเขาสิ

    ผู้ถาม : แล้วถึงจะว่าพุทโธได้ใช่ไหมคะ ?

    หลวงพ่อ : ว่าตามเขาสั่งก่อน จนกว่าจะสบายนะ ทุ สะ นะ โส นี่เป็นหัวใจเปรต เขาเรียกว่าหัวใจเปรต ถ้าอย่างนั้น ทุ สะ นะ โส ต้องปราบอาการนั้นได้ อาการที่ขวางนะ ก็ว่าไปจนกว่าจะสบายก่อน ตอนหลังก็ลองเปลี่่ยนดู สบายแล้วก็สบายเรื่อยก็ใช้ได้เลย เว้นไว้แต่ว่าเขาจะบอกให้เปลี่ยนใหม่ก็เปลี่ยน ยาวกว่านั้นใช่ไหม คำว่า ทุ ตัวเดียวจมลงไปในหม้อทองแดง อีกตัวโผล่มา สะ แล้วก็ นะ แล้วก็ โส นี่น่ะ พอโผล่พูดคำก็จมลงไป เป็นหัวใจเปรตที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับมานพคนหนึ่งว่า

    ถ้าเราว่าคาถาบทนี้อาจจะปราบไอ้อาการนั้นได้ เขาจึงมาบอกให้ใช่ไหม ก็ว่าเรื่อยๆไป ถ้าิยิ่งสบาย ใช้คาถานี้สบายก็ว่าไปเลย เพราะว่าให้ถือว่าคาถาบทนี้พระพุทธเจ้าบอกเรา เพราะคาถาบทนี้พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในธรรมบทนะ ถือว่าเป็นพุทธานุสสติเหมือนกัน

    580987_449133238440899_1034357423_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    ภาวนาอยากรวย

    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ลูกเห็นทีว่าศรัทธาชักจะเตี้ยลงเหมือนสาละวันเสียแล้ว ทั้งนี้เพราะว่ากำลังใจในด้านการทำความดีมันเหี่ยวแห้งยังไงบอกไม่ถูก คือ ว่าอย่างนี้ ทำบุญทำกุศล ลูกทำตามแบบฉบับหลวงพ่อทุกอย่าง ศีลรักษาแถมยังมีศีล 8 ผสมในวันพระด้วย ภาวนาไม่ต้องห่วงเลยหลวงพ่อคะ ลูกว่าถี่ยิบ เพราะอยากจะรวยเร็วๆ แต่อนิจจาสู้คนข้างบ้านไม่ได้เลย เขารวยมากกว่าลูก เขาทำอะไรได้ดีไปทุกอย่าง ลูกทำอะไรแล้วไม่ได้เรื่องเลย ลูกจึงอยากจะมาปรึกษากับหลวงพ่อว่า มีทีเด็ดคำแนะนำอย่างไรจะไปสู้ข้างบ้านได้บ้างเจ้าคะ ?

    หลวงพ่อ : เออ ดูตัวอย่าง อนาบิณฑิกเศรษฐี เขาอยู่กับพระพุทธเจ้าใช่ไหม มีศรัทธา เป็นมหาเศรษฐี แต่วันหนึ่งกรรมที่เป็นอกุศลมาตัด กลายเป็นคนยากจน ต้องกินปลายข้าว แต่ว่าอาศัยที่เคารพพระพุทธเจ้าไม่ช้าก็รวยตามเดิม เป็นกรรมชั่วคราวนะ

    ผู้ถาม : อ้อ..อย่างนี้ก็ต้อทำกำลังใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวิบากกรรมชั่วคราว อย่างนั้นก็ต้องรักษาอารมณ์เดิมไว้ก่อน

    หลวงพ่อ : ใช่ๆๆๆ ยันไว้อย่าให้พัง

    ผู้ถาม : แต่ความจริงที่หลวงพ่อบอกว่า คาถาเงินล้าน ถ้าหากว่าทำเป็นปกติ จิตสบายๆ ก็จะยันไว้

    หลวงพ่อ : ต้องทำแบบสบายๆ ปกติๆ จิตเย็นๆ ค่อยๆ ทำนะ ว่าแบบสบายๆ จิตเป็นสุข แต่อย่าลืมว่ากฏของกรรมเข้ามาริดรอนอย่างอนาบิณฑิกเศรษฐีมันก็มีเหมือนกัน และต้องเชื่อตามนี้ก่อนนะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความกรรมที่เป็นอกุศลเข้ามาตัดรอน และไม่ช้าก็จะสลายตัวไป กุศลมาใหม่ก็รวยใหม่

    555490_449152561772300_400315635_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    การใช้ชีวิตในทางโลก : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    คุณครูคณิตพร บุณยเกียรติ(ชื่อเก่าท่านคือครูสมพร ชื่อเล่นคือครูเปี๊ยก) ได้เขียนเล่าเรื่องประทับใจในองค์หลวงพ่อเอาไว้ในหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม พิเศษ ทางเวบวัดท่าซุงมีนำเรื่องนี้มาลงไว้ด้วย

    ผมขอนำบางส่วนที่ครูเปี๊ยกได้เขียนถึงคำสอนหลวงพ่อหลายๆอย่างในการใช้ชีวิตในทางโลกเอาไว้ดังนี้ครับ :

    ๑. ท่านสอนให้เป็นคนตื่นแต่เช้า โดยบอกว่า “คนที่ตื่นเช้าจะไม่ยากจน” ตื่นมาทำอะไรให้เสร็จเรียบร้อย และจะไปนอนใหม่ก็ไม่เป็นไร
    ๒. ท่านสอนให้ทำอะไรเร็วๆ ไวๆ ไม่ชักช้ายืดยาด ถ้าท่านบอกให้ใครไปทำอะไร ต้องรีบลุกทันที จะใช้คำว่า “เดี๋ยวก่อน” ไม่ได้เลย การเดินทางติดตามท่านแต่ละครั้ง ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเวลานัดหมายประมาณ ๑ ชั่วโมง มีอยู่คราวหนึ่ง

    ท่าน นัดรถออกตี ๕ พอตี ๔ เศษๆ หลวงพ่อท่านออกมาแล้ว ข้าพเจ้าต้องรีบขึ้นรถทั้งชุดนอนแล้วไปเปลี่ยนที่ปั๊มน้ำมันเวลารถจอดเติม น้ำมัน ตั้งแต่นั้นมาการเดินทางทุกครั้ง พวกเราจะตื่นมาแต่งตัวและจัดกระเป๋าให้เรียบร้อยพร้อมขึ้นรถได้ทันที แล้วนอนคอยเวลา พอท่านมาก็ลุกไปขึ้นรถได้เลย เป็นการฝึกให้ลูกศิษย์มีนิสัยทำอะไรรวดเร็ว ไม่อืดอาดชักช้า และเป็นคนไม่ผิดนัด

    ๓. การเขียนหนังสือและตัวเลข ท่านสอนให้เขียนตัวโตๆ ให้อ่านง่าย อย่าไปเขียนตัวเล็กๆ หรือเขียนตัวหนังสือแบบเล่นหางเด็ดขาด เพราะทำให้อ่านยาก ท่านบอกว่า “คนที่เขียนหนังสืออ่านยาก แสดงว่าคนนั้นยังมีกิเลสมาก”

    ๔. พื้นห้องที่ปูด้วยกระเบื้องหรือหินอ่อนจะมีความเย็น ท่านสอนว่าอย่าไปนั่นนานๆ ให้หาอะไรมารองนั่ง เพราะจะทำให้เป็นโรคเหน็บชา
    ๕. เวลาท่านไปสอนพระกรรมฐาน ถ้าไปพักบ้านที่ติดชายทะเล หรือบ้านที่มีสระน้ำ ถ้าใครว่ายน้ำไม่เป็น ท่านให้ไปหัดว่าย ท่านบอกว่า การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง และถ้าเผอิญไปตกน้ำก็จะไม่จมน้ำตาย

    ๖. ท่านสอนให้ข้าพเจ้ารู้จักขุดดิน ฟันหญ้า ปลูกผักสวนครัวที่วัดอยู่พักหนึ่ง ข้าพเจ้าคิดเองว่า ท่านสอนให้รู้จักสมบุกสมบันบ้าง และเป็นการออกกำลังกายด้วย เพราะทำงานนั่งอยู่กับโต๊ะมานานหลายปี
    ๗. เรื่องอาหารและผลไม้นี้ ท่านบอกว่า บางอย่างจะไม่ถูกกับบางคนเท่านั้น ไม่ใช่เสมอไปทุกคน เช่น แตงโมกับส้มโอ เห็นเป็นน้ำก็จริง แต่เส้นใยนั้นย่อยยาก คนที่เป็นโรคกระเพาะรับประทานเข้าไป จะทำให้ปวดท้อง

    ส่วน ปลาร้ามีประโยชน์ต่อร่างกาย พริกมีส่วนช่วยเรียกน้ำย่อยทำให้รับประทานอาหารได้ดี ถึงแม้ว่าหลวงพ่อจะมรณภาพไปหลายปีแล้วก็ตาม ท่านยังมีเมตตามาสงเคราะห์ข้าพเจ้า เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๔ ข้าพเจ้าฝันเห็นหลวงพ่อมาบอก ห้ามรับประทานอาหารและขนมที่มีส่วนผสมของไก่ หรือไข่ไก่ทั้งหมด

    ๘. แม้แต่เรื่องสายตา ท่านบอกว่า อายุ ๔๐ ปีขึ้นไป ควรไปตรวจสายตาว่าสมควรใส่แว่นหรือยัง เป็นการถนอมลูกตาไม่ให้ใช้งานมากเกินไป
    ๙. ข้าพเจ้าเคยตรวจต้นฉบับหนังสือธัมมวิโมกข์ก่อนส่งโรงพิมพ์ สมัยที่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ท่านก็สอนว่า ถ้าช่วยพระทำงานก็ไปติดต่อพูดคุยกับพระสงฆ์ได้ แต่อย่าไปอยู่นานๆ ถึงแม้ว่าเราไม่มีอะไรก็ตาม แต่คนจะตำหนิเราได้ ให้เอางานลงมาทำที่ห้องพัก

    ๑๐. สมัยที่ข้าพเจ้ายังทำงานอยู่ ท่านสอนให้ตั้งใจทำงาน โดยไม่ต้องไปคำนึงว่าปีนี้จะได้เงินเดือนขึ้นกี่ขั้น ให้ถือว่างานนั้นเป็นงานของเราเอง เพราะเราได้เงินจากการทำงานนั้นมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิตให้ทรงอยู่ ให้ผู้มีพระคุณเป็นการตอบแทนพระคุณท่านบ้าง และนำมาทำบุญทำทานสร้างบุญกุศลให้ตัวเราเองด้วย

    ถ้าไม่ ได้ทำงานเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย บางครั้งที่ข้าพเจ้าลางานติดตามหลวงพ่อไปสอนพระกรรมฐาน หรือไปแจกของในถิ่นทุรกันดารบ้าง ท่านก็สอนว่า เวลากลับมาให้ตั้งใจทำ งานให้เต็มที่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของเรา ไม่ให้บกพร่อง อย่าเกียจคร้าน อย่างนี้หัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานก็ว่าเราไม่ได้

    สิ่ง ที่หลวงพ่อสอนไว้ยังมีอีกมาก ข้าพเจ้าเล่าเท่าที่ได้รับฟังมา และพอจะจำได้เท่านั้น เป็นความประทับใจที่หลวงพ่อมีเมตตา ปลูกฝังนิสัยที่ดีแก่ข้าพเจ้าและลูกศิษย์ทุกคน ได้ปฏิบัติจนชินมาจนถึงทุกวันนี้

    388032_449185098435713_1495390330_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,317
    ค่าพลัง:
    +0
    พระรุ่นพิเศษ

    พระที่แจกนี่นะ ทำมาจากผงปลุกเสกครบไตรมาส 3 เดือน ตอนสมัยหลวงพ่อมีชีิิวิตอยู่พ.ศ. 2518 หลวงพ่อท่านลงกรรมฐานทุกวัน ท่านบอกว่า ต่อไปนี้จะไม่มีเวลาทำพระครบไตรมาสแล้วนะ เวลาท่านทำ กรรมฐานท่านก็นั่งทำพิธีทุกวัน ทำกรรมฐานเสร็จท่านก็เล่าให้ฟังว่า วันนี้พระที่ีมีความสำคัญมาทำ ทำเฉพาะพิเศษเลยเฉพาะจุดนี้ รุ่งขึ้นอีกวันท่านก็บอกพระองค์นี้มาทำเฉพาะจุดนี้้เป็นเรื่องๆไป

    ท่านเล่าให้ฟังอย่างนี้ก็ให้ด๊อกเตอร์ปริญญาไปเอาดินสอพองมา เอามาเข้าพิธีกัน หลวงพ่อท่านบอกว่า นี่พวกแกเตรียมหากินกันแล้วนะ ไอ้เราก็ไม่รู้ว่าท่านไม่มีเวลาทำครบไตรมาสอีก ท่านบอกว่า ต่อไปคนจะเยอะ ข้าไม่มีเวลาทำอีกแล้ว ทำครบไตรมาสอย่างนี้ พอหลวงพ่อมรณะภาพแล้วนี่ เราจะปลุกเสกพระบ้าง เราก็ไม่มีความรู้ ก็ไปเก็บผงทุกอย่างที่มีอย่ มีผงคำข้าว มีเกศาหลวงพ่อแล้วก็ดินสอพองที่ครบไตรมาส เอามาผสมกันแล้วทำพระมาแจก เวลาทำเสร็จแล้วก็มาเข้าพิธีบวงสรวงบอกครูบาอาจารย์ บอกว่าเราขออนุญาติทำพระที่หลวงพ่อปลุกเสกแล้วเพื่อเอามาแจกแก่ญาติโยม บางคนก็บอกกลัวไม่ดัึงหรือไง ก็ไม่ใช่อยากดัง ความจริงหลวงพ่อท่านปลุกเสกไว้หมดแล้ว

    (จากคอลัมภ์ ” จากคำบอกเล่า ” ในหนังสือธััมมวิโมกข์ เดือนกรกฏาคม 2537)

    พระรุ่นพิเศษที่ว่าคือ 1. พระผงสมเด็จองค์ปฐม ครบรอบ 100 วันหลวงพ่อมรณภาพ 2. พระผงสมเด็จองค์ปฐมรุ่นครบ 1 ปี หลวงพ่อมรณภาพ และ 3. พระผงสมเด็จองค์ปฐมรุ่นครบรอบ 2 ปีหลวงพ่อมรณภาพครับ

    ปัจจุบันยังสามารถหาเ่ช่ารุ่นครบรอบ 1 ปีและ 2 ปี ได้ที่บ้านซอยสายลม องค์ละ 100 บาท

    557056_449233598430863_1780816713_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
  1. SiTa
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    4,556
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,190
    เปิดดู:
    464
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,288
    เปิดดู:
    352
  4. เผยแพร่ธรรมะ
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    208
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...