เรื่องเด่น “ข้าจะไปแล้วนะ อย่าทิ้งการปฏิบัติ ให้เหมือนนักมวยขึ้นเวทีแล้วต้องชก ” หลวงปู่ดู่สอนไว้ก่อนละสังขาร

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 10 ตุลาคม 2017.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    8,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    760
    ค่าพลัง:
    +27,900
    หลวงปู่ดู่-001-1.jpg


    “ข้าจะไปแล้วนะ อย่าทิ้งการปฏิบัติ ให้เหมือนนักมวยขึ้นเวทีแล้วต้องชก อย่ามัวแต่ตั้งท่า ” หลวงปู่ดู่พูดสอนไว้ครั้งสุดท้ายก่อนละสังขาร


    12-21-01-1-1.jpg

    นับตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมาสุขภาพหลวงปู่ดู่เริ่มทรุดโทรม เนื่องการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ด้วยเหตุจากการที่ต้องต้อนรับแขก และบรรดาศิษย์ทั่วทุกสารทิศ ที่นับวันก็ยิ่งหลั่งไหลกันมานมัสการท่านมากขึ้นทุกวัน แม้บางครั้งจะมีโรคมาเบียดเบียนอย่างหนัก ท่านก็อุตส่าห์ออกโปรดญาติโยมเป็นปกติ พระที่อุปัฏฐากท่าน เล่าว่า บางครั้งถึงขนาดที่ท่านต้องพยุงตัวเองขึ้นด้วยอาการสั่น และมีน้ำตาคลอเบ้า ท่านก็ไม่เคยปริปากให้ใครต้องเป็นกังวลเลย ภายหลังตรวจพบว่า หลวงปู่ดู่ เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว แม้ว่าทางคณะแพทย์ จะขอร้องท่านให้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ท่านก็ไม่ยอมไป


    12-21-01-2-1.jpg

    ประมาณปลายปี พ.ศ.2532 หลวงปู่ดู่พูดบ่อยครั้ง เกี่ยวกับการที่ท่านจะละสังขาร ซึ่ง ในขณะนั้นหลวงปู่ดู่ท่านได้ใช้หลักธรรม ขันติ คือความอดทนอดกลั้นระงับ ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นจากโรคภัย จิตของท่านยังทรงความเป็นปรกติสงบเย็น จนทำให้คนที่แวดล้อมท่านไม่อาจสังเกตเห็นถึงปัญหาโรคภัยที่คุกคามท่านอย่างหนัก

    12-21-01-2-2.jpg



    วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2533 ช่วงเวลาบ่ายนั้น มีนายทหารอากาศผู้หนึ่งมากราบท่านเป็นครั้งแรก หลวงปู่ดู่ท่านได้ลุกขึ้นนั่งตอนรับ ด้วยใบหน้าที่สดใส ราศีเปล่งปลั่งเป็นพิเศษ จนบรรดาศิษย์ เห็นผิดสังเกต หลวงปู่ยินดีที่ได้พบกับศิษย์ผู้นี้ ท่านว่า “ต่อไปนี้ ข้าจะได้หายเจ็บไข้เสียที ” คืนนั้นมีคณะศิษย์มากราบท่าน ท่านได้พูดว่า “ ไม่มีส่วนใดในร่างกายที่ไม่เจ็บปวดเลย ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้าห้อง ICU ไปนานแล้ว ” พร้อมทั้งพูดหนักแน่นว่า “ข้าจะไปแล้วนะ” และกล่าวปัจฉิมโอวาทย้ำให้ทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท “ถึงอย่างไรก็ขอให้อย่าได้ละทิ้งการปฏิบัติ ได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติ ก็เหมือนนักมวย ขึ้นเวทีแล้วต้องชก อย่ามัวแต่ตั้งท่า เงอะๆ งะๆ” หลังจากคืนนั้นหลวงปู่ดู่ก็กลับเข้ากุฏิ และละสังขารไปด้วยอาการสงบด้วยโรคหัวใจ ในกุฏิท่านเมื่อเวลาประมาณ 5 นาฬิกา ของ วันพุธที่ 17 มกราคมพ.ศ. 2533 รวมสิริอายุได้ 85 ปี 8 เดือน 65 พรรษา ยังความเศร้าโศกและอาลัยแก่ ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง อุปมาดั่งดวงประทีปที่เคยให้ความสว่าง ดับไป แต่เมตตาธรรมและคำสั่งสอนของท่านยังปรากฏ อยู่ในดวงใจของ ศิษยานุศิษย์ตลอดไปการบำเพ็ญกุศลสวดสังขารธรรมของท่านตลอดเวลา 459 วันมิได้ขาดเจ้าภาพแม้แต่วันเดียว และได้รัพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2534



    ที่มาจาก หนังสือ”ตามรอยธรรมย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ”

    ข่าวโดย : กิตติ ทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์

    --------------
    ขอบคุณที่มา
    http://www.tnews.co.th/contents/217708
     
  2. ek_ekarut

    ek_ekarut สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    11
    ค่าพลัง:
    +1
    อันตรายจากเนื้อวัวและเนื้อหมูของอเมริกา

    http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/712299

    http://www.liekr.com/post_138956.html
    เนื้อวัวอเมริกาบางส่วนที่ได้รับยาปฏิชีวนะ เกินกำหนด



    http://thaitribune.org/contents/detail/307?content_id=29130&rand=1502903489

    ร่วมต้านสารเร่งเนื้อแดงในหมูอเมริกา
    https://www.thairath.co.th/content/1094385


    https://www.matichon.co.th/news/691272
     
  3. mrmos

    mrmos Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    320
    ค่าพลัง:
    +282
    sa185.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...